เช้านี้ฝนถล่ม! ทั่ว กทม. ต่อเนื่องตลอดทั้งคืน แนะขับขี่ระวัง

เช้านี้ฝนถล่ม! ทั่วกทม. รัชดา-แจ้งวัฒนะ ต่อเนื่องตลอดทั้งคืน แนะขับขี่ระวัง

ศูนย์ป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร รายงานว่า เกิดฝนตกบริเวณอ่าวไทยต่อเนื่องเขตบางขุนเทียน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เคลื่อนตัวเข้าพื้นที่ เขตทุ่งครุ บางบอน ปริมาณฝนรวมสูงสุดเขตหนองจอก 10.0 มม. และ จ.สมุทรปราการ จ.ฉะเชิงเทรา ต่อเนื่องเขตลาดกระบัง หนองจอก เคลื่อนเข้าเขตมีนบุรี คลองสามวา

นอกจากนี้ ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครแล้ว อาทิ ย่านดินแดง/ รามคำแหง/ ภายในซอยประชาอุทิศ (ทุ่งครุ) 90 /ถนนศรีนคริทร์ /สาธุประดิษฐ์ และแยกเกษตร ถนนพระราม 2 /ห้วยขวาง / แจ้งวัฒนะ โดยขอให้ใช้เส้นทางระมัดระวัง โดยเฉพาะ ถนนรัชดาภิเษก อุโมงค์สุทธิสาร และอุโมงค์ห้วยขวาง เกิดอุบัติบ่อยครั้งเวลาฝนตก

ขณะที่ เกิดอุบัติเหตุ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ตกร่องกลางถนน บริเวณ ถนนพหลโยธิน ตรงข้ามไทยวัสดุ รังสิต

ตำรวจรถไฟหัวหินรวบ 2 หนุ่ม ลักลอบขนยาบ้า 5 หมื่นเม็ด

ตำรวจรถไฟหัวหินรวบ 2 หนุ่ม ลักลอบขนยาบ้า 5 หมื่นเม็ด เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อขยายผลการจับกุม

เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่ผ่านมา ที่สถานีตำรวจรถไฟหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.ท.มงคล พรหมเมศร์ สารวัตรตำรวจรถไฟหัวหิน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟหัวหิน ร่วมกันจับกุม 2 ผู้ต้องหา ที่ลักลอบขนยาบ้าล๊อตใหญ่ โดยสารมากับขบวนรถไฟขบวน 171 กรุงเทพ-สุไหงโกลก มาสอบสวนสืบสวน

SAMSUNG CSC

โดยผู้ต้องหาคือ นายสุรเชษฐ์ เกษสิน อายุ 23 ปี ภูมิลำเนาอยู่ในอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครสรีธรรมราช และนายพัชรพล ชอบทำกิจ อายุ 22 ปี ภูมิลำเนาอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้าจำนวน ห้าหมื่นเม็ด ซึ่งถูกแพ็คเป็นห่อที่หุ้มด้วยกระดาษไขจำนวนห้าห่อ โดยผู้ต้องหานำยาบ้าทั้งห้าห่อใส่ลงในกระเป๋าเป้สีเหลืองน้ำเงิน และคลุมทับด้วยเสื้อผ้า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการแกะห่อบรรจุยาบ้าพบว่า เมื่อแกะกระดาไขออกจะพบห่อกระดาษจำนวน 5 ห่อในแต่ละห่อจะมียาบ้าแบ่งบรรจุในถุงซิปอีกครั้ง จำนวน 10,000 เม็ด

ทางด้าน พ.ต.ท.มงคล พรหมเมศร์ สารวัตรตำรวจรถไฟหัวหิน กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้งสองราย โดยสารมากับรถไฟขบวน 171 กรุงเทพ-สุไหงโกลก ชั้น 3 ตู้ที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟ ได้ทำการตรวจสอบ เมื่อพบชายลักษณะตรงกับที่สายลับ จึงเข้าตรวจค้น พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในเป้ จึงเข้าจับกุม ผู้ต้องหาพยายามหลบหนีขณะรถไฟจอดที่สถานีเพชรบุรีแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตัวกลับมาได้ทันควัน

ผู้ต้องหาให้การว่า มีอาชีพรับจ้างทำสวนยาง และมีพฤติกรรมเสพยาบ้า ได้รับการติดต่อผ่านคนรู้จักให้นำยาบ้าไปส่งที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยได้รับค่าจ้างล่วงหน้ามาแล้วสามหมื่นบาท จึงได้เดินทางด้วยเครื่องบินจากจังหวัดนครสรีธรรมราชมารับยาบ้าที่จุดนัดพบในกรุงเทพมหานคร จากนั้นในช่วงบ่ายได้ซื้อตั๋วรถไฟเพื่อเดินกลับไปส่งของที่อำเภอทุ่งส่ง แต่ระหว่างทางถูกตำรวจรถไฟจับกุมตัวได้เสียก่อน

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานตำรวจปราบปรามยาเสพติดในการติดตามเส้นทางการโอนเงิน และหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อกัน เพื่อขยายผลหาต้นตอของขบวนการนี้ต่อไป

เตรียมเผยรายชื่อดาราล็อต 2 เข้าให้ข้อมูลรีวิวสินค้า ‘เมจิก สกิน’

เตรียมเผยรายชื่อดาราล็อต 2 เข้าให้ข้อมูลรีวิวสินค้า ‘เมจิก สกิน’ คาดภายใน 1 เดือน ต้องสอบครบ 59 ราย

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เผยกับว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายเมจิก สกิน เพื่อสรุปสำนวนคดีส่งอัยการ เบื้องต้นได้สอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 8 คนเสร็จสิ้นแล้ว โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการสอบปากคำผู้ผลิตและผู้ที่โฆษณา เพื่อนำไปใช้ประกอบการทำสำนวน ซึ่งทุกฝ่ายยังคงเร่งดำเนินการเพื่อให้แล้วเสร็จไม่เกินอายุผัดฟ้อง – ฝากขัง ผู้ต้องหาในคดี สำหรับคำให้การของผู้ต้องหา 8 คนพบว่าค่อนข้างเป็นประโยชน์ โดยหากพบมีความเชื่อมโยงไปถึงใครตำรวจก็จะออกหมายจับเพิ่มเติม

ทั้งนี้ พล.ต.อ.วิระชัย ยืนยันว่ามีผู้เกี่ยวข้องที่จะต้องออกหมายจับอีกอย่างแน่นอน แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นบุคคลใด เนื่องจากต้องรอให้เจ้าหน้าที่สอบสวนผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วเสร็จก่อน ขณะเดียวกันจากการสอบปากคำ 4 นักแสดง คือเมย์ พิชนาฎ, แพท ณปภา, หญิงแย้ และ อ๊อฟฟี่ แม็กซิม พบว่าทั้งหมดให้การเป็นประโยชน์ และในวันนี้ เวลา 10.00 น. จะมีการเปิดเผยรายชื่อดาราล็อตที่ 2 ที่จะต้องเดินทางเข้าให้ข้อมูลกับตำรวจต่อไป

อย่างไรก็ตาม รองผบ.ตร. ระบุว่า ภายในเวลา 1 เดือน การสอบปากคำดารานักแสดงจำนวน 59 คน จะต้องแล้วเสร็จ แต่หากไม่ทันก็จะแยกเป็นรายคดี ซึ่งขณะนี้ดารานักแสดงที่เดินทางมาให้ปากคำ ยังอยู่ในฐานะผู้ให้ถ้อยคำและเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานและคำให้การต่าง ๆ มาสรุปแล้วจึงจะทราบว่าดารานักแสดงคนใดมีความผิดหรือไม่อย่างไร โดยจะต้องพิจารณาจากพฤติการณ์ของแต่ละคนว่าเข้าข่ายมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะประเด็นการโฆษณาสินค้าเกินจริง คือนำข้อความอันเป็นเท็จหรือบิดเบือนอันจะสร้างความเสียหายให้เกิดแก่ประชาชนชน เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา14(1) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ เช่นการรีวิวในโซเชียลมีเดีย