ระทึก! ไฟไหม้โกดังเก็บเศษผ้าสมุทรปราการ วอดกว่า 8 หลัง

ระทึก! ไฟไหม้โกดังเก็บเศษผ้า วอดทั้งหมดกว่า 8 หลัง

วันนี้(6 เม.ย.) เวลา 02.30 น.เกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บเศษผ้าภายในซอยหมู่บ้านภูมิใจนิเวศน์ 4 แยกจากซอยวัดใหญ่บางปลากด หมู่ที่ 6 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ รถดับเพลิงในพื้นที่และใกล้เคียง จำนวน 10 คัน รุดระงับเหตุ

ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นโกดังเก็บเศษผ้าไว้สำหรับเย็บเป็นผ้าวน ใช้สำหรับนำมาเย็บรวมกันเป็นผืนผ้าวนเพื่อส่งตามร้านค้าใหญ่และโรงงานอุตสาหกรรมไว้สำหรับเช็คเครื่องจักรและอื่นๆ ปลูกอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 200 ต.ร.ว.แบ่งเป็นโกดังปลูกติดกันจำนวน 8 หลัง หันหน้าเข้าหากัน ทำด้วยโครงเหล็กมุงด้วยแผ่นเมเทอร์ชีล ชั้ยเดียว พร้อมที่พัก พบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้โกดังอย่างรุนแรง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต่างเร่งลากสายยางฉีดน้ำ เพื่อสกัดเพลิงไม่ไหม้ลุกลามไปยังโกดังข้างเคียงเนื่องจากภายในโกดังมีเศษผ้าจำนวนมาก โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ตรวจสอบพบว่าโกดังดังกล่าวเสียหายทั้งหมดพร้อมด้วยรถยนต์กระบะอีกจำนวน 3 คันและรถ จยย.จำนวน 2 คัน

จากการสอบถาม นายนาวิน ผลาผล อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 ม.9 ต.หนองหิน อ.เมืองสรวง จ.ร้อยเอ็ด เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้นอนเล่นเกมส์อยู่ที่พักภายในโกดังกลังแรกด้านซ้ายมือ พบเห็นแสงเพลิงเริ่มลุกไหม้ด้านหน้าโกดังจึงรีบวิ่งออกมาดับแต่ไม่สามารถดับได้เพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็วไปติดโกดังข้างเคียง ตนจึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยดับไฟและรีบพาภรรยาและลูกน้อยวัย 2 เดือนหนีตายออกมาทางด้านหลังโกดัง จนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โดนไฟลวก

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานเบื้องต้น คาดว่าสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้น่าจะเกิดจากไฟฟ้ารัดวงจร ก่อนที่จะประสานเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ ส่วนค่าเสียหายจะได้เชิญผู้เสียหายทั้งหมดมาสอบปากคำเพื่อประเมิลค่าเสียหายต่อไป

ที่มา Fire & Rescue Thailand

สลด! หนุ่มเบญจเพส ขับเก๋งหลุดโค้งพุ่งตกคลองประปาจมน้ำดับ

สลด! หนุ่มเบญจเพส ขับเก๋งหลุดโค้งพุ่งตกคลองประปา จมน้ำเสียชีวิต

วานนี้(5 เม.ย. 61) เวลา 22.45 น.  ร.ต.อ.อนวัช แสนอินทร์ รองสว.สอบสวนสภ.สวนพริกไทย รับแจ้งมีรถยนต์ชนป้ายบอกทางตกลงไปภายในคลองประปามีผู้เสียชีวิต ที่เกิดเหตุถนนรังสิต-ปทุมธานี มุ่งหน้ารังสิตบริเวณสะพานข้ามคลองประปา ต.บ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งพร้อมชุดประดาน้ำ รถยกแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรม

ตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นลักษณะทางโค้ง พบเพียงรอบเบรคเป็นทางยาวและป้ายบอกทางของโรงเรียนอนุุบาลแห่งหนึ่งถูกชน จนได้รับความเสียหาย รวมทั้งสายสลิงดึงเสาไฟฟ้าแรงสูงถูกชนจนขาด ส่วนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลตกลงไปภายในคลองประปาที่มีน้ำไหลแรงเชี่ยวกราดจนจมมิดคัน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ให้ชุดประปาน้ำลงไปงมหาร่างผู้เสียชีวิต พบว่ารถยนต์ถูกน้ำพัดไปติดตอม่อสะพานข้ามคลองอยู่ภายในรถพบศพผู้เสียชีวิต 1 รายติดอยู่ภายในห้องโดยสาร จมอยู่ก้นคลองความลึกประมาณ 8 เมตร จึงนำขึ้นมาด้านบน ทราบชื่อนายกิตติชัย บุษบงค์ อายุ 25ปี อยู่บ้านเลขที่189 ถ.วัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. ก่อนจะให้รถยกทำการลากรถที่จมอยู่ขึ้นมาด้านบนพบเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้ารุ่นวีออสสีดำ สภาพแต่งซิ่งติดเครื่องเสียงทั้งคัน หมายเลขทะเบียน ฎต-5714 กทม.สภาพหน้ารถฝั่งซ้ายมีร่องรอยการชนสภาพพังยับเยิน

นายสุนทร เรืองสุวรรณ อายุ 32 ปี เปิดเผยว่า ตนนอนดูทีวีอยู่บนคอนโดใกล้เคียงที่เกิดเหตุได้ยินเสียงเบรครถดังสนั่น จึงเปิดประตูหลังห้องมาดูก็พบว่ามีรถเก๋งตกลงไปอยู่ภายในคลองประปาและกำลังจมน้ำและยังไม่พบผู้ขับขี่ว่ายน้ำออกมาด้านนอก จึงรีบวิ่งออกมา เพื่อจะทำการช่วยเหลือแต่รถก็จมหายไปในน้ำแล้ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นคาดว่ารถมาด้วยความเร็วสูงแล้วเกิดเสียการควบคุมจนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ

ด้าน ร.ต.อ.อนวัช แสนอินทร์ รองสว.สอบสวน สภ.สวนพริกไทย เปิดเผยว่า จะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง เพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุและให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อรอญาติรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

อุตุฯ เผยเหนืออีสานตอ.กลางและกทม. มีฝนฟ้าคะนองลมแรง

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 12 ไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อน 6-7 เม.ย. นี้

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือน ฉบับที่ 12 “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 6-7 เมษายน 2561)” ในวันที่ 6 เมษายน 2561 ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกและมีฝนตกหนักบางพื้นที่

ส่วนในวันที่ 7 เมษายน 2561 ด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง ได้ต่อเนื่อง ส่วนภาคใต้ตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้น สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกจะมีฝนลดลง
จึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตกที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขัง และน้ำป่าไหลหลาก สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยจะมีผลกระทบตามพื้นที่ต่างๆ ดังนี้

วันที่ 6 เมษายน 2561

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

วันที่ 7 เมษายน 2561

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก

ภาคตะวันออก: จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคใต้ จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศลาวและเวียดนามตอนบนแล้ว คาดว่าจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในช่วงวันที่ 6-7 เมษายน 2561 ประกอบกับลมตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

สำหรับในช่วงวันที่ 7-9 เมษายน 2561 ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
ประกาศ ณ วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น.