แม่ใจยักษ์! ทำร้ายลูกจนเป็นเจ้าหญิงนิทรา แถมไม่ดูดำดูดี ปล่อยให้ปู่-ย่า เลี้ยง

แม่ใจยักษ์! ทำร้ายลูกจนเป็นเจ้าหญิงนิทรา แถมไม่ดูดำดูดี ปล่อยให้ปู่-ย่า เลี้ยง วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ

วันนี้ (5 เม.ย. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเจ้าของเฟซบุ๊กชื่อ จุ๋มจิ๋ม พรรณนิภา ได้นำภาพเด็กหญิงวัยแบเบาะ อายุ 3 ปี สภาพมีแผลขนาดใหญ่ที่ศีรษะ นอนเป็นเจ้าหญิงนิทรา มาโพสต์พร้อมกับบอกเล่าเรื่องราวตัดพ้อว่า ภาพเด็กหญิงที่โพสต์เป็นหลาน ถูกพ่อแม่แท้ๆ ทำร้ายรุนแรง จนต้องกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา นอนติดเตียงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และต้องใช้ชีวิตอยู่กับปู่-ย่า ที่ จ.นครสวรรค์

โดยทุกวัน ปู่กับย่าต้องให้อาหารเป็นข้าวต้มหยอดผ่านทางสายยาง เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหาร แต่เนื่องจากปู่-ย่า มีรายได้น้อย ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายเลี้ยงดู ทั้งค่าแพมเพิส นม หนำซ้ำพ่อแม่ที่ทำร้ายน้อง ยังคงลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคม ไม่ยอมมาดูแลอีก

ซึ่งหลังจากมีการโพสต์ออกไป ปรากฏว่า มีผู้คนให้ความสนใจมาแสดงความคิดเห็น และแชร์เรื่องดังกล่าวออกไปอย่างแพร่หลาย จนผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถาม จึงทราบว่า ผู้โพสต์เป็นป้าของเด็ก ทำงานอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ ส่วนปู่-ย่าที่ดูแลเด็กที่ถูกทำร้ายจนเป็นเจ้าหญิงนิทรา คือ ด.ญ.กรรณิการ์ บ่ายจันทึก พักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 24/1 หมู่ 17 ต.หนองกรด อ.เมืองนครสวรรค์ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว

เมื่อไปถึง พบว่า บ้านเป็นบ้านปูนชั้นเดียวสภาพเก่า ตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชน มี นายแพร รอดเทศ อายุ 80 ปี และนางสำรวย รอดเทศ อายุ 59 ปี เป็นสามีภรรยา เจ้าของบ้าน กำลังช่วยกันดูแล ด.ญ.กรรณิการ์ ซึ่งถูกพ่อแม่ใจยักษ์ทำร้ายจนกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ภายในบ้าน โดยสภาพของ ด.ญ.กรรณิการ์ มีบาดแผลจากการถูกตีด้วยของแข็งจนศีรษะยุบ ทำให้ไร้ความรู้สึก ต้องนอนอยู่แต่ในที่นอนมานานกว่า 1 ปี และต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ตามแพทย์นัด เดือนละ 4 ครั้ง เพื่อดูอาการ และล้างแผลที่ศีรษะไม่ให้ติดเชื้อ

จากการสอบถาม นางสำรวย เล่าว่า สภาพของหลานที่เป็นแบบนี้ เพราะถูกแม่แท้ๆ ทำร้ายอย่างรุนแรง โดยที่ผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นบุตรของตนไม่ห้ามปรามอะไร จึงทำให้ ด.ญ.กรรณิการ์ ถูกตีที่ศีรษะจนยุบ ได้รับบาดเจ็บหนัก ต้องกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา เนื่องจากแพทย์ไม่สามารถรักษาหายได้ เพราะสมองได้รับความเสียหายหนัก โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปีก่อน ที่ จ.ปทุมธานี ซึ่งพ่อแม่ของ ด.ญ.กรรณิการ์ ไปเช่าบ้านพักอาศัยและทำงานอยู่ที่นั่น

ส่วนหลังเกิดเหตุ พ่อแม่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจพาตัวไปสอบสวน แต่สุดท้าย ถูกปล่อยตัวออกมา และยังคงลอยหน้าลอยตาใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ถูกดำเนินคดีใดๆ เพราะไม่มีผู้แจ้งความเอาผิด อีกทั้ง ช่วงที่ ด.ญ.กรรณิการ์ ย้ายมารักษาตัวอยู่ที่ จ.นครสวรรค์ พ่อแม่เด็กไม่เคยสนใจใยดีมาดูแลลูกของตัวเอง ไม่คิดแม้แต่จะโทรศัพท์มาสอบถามอาการลูกเลยสักครั้ง

“ตนขอฝากบอกไปถึงลูกชาย ถ้าหลังจากนี้ไม่มาเยี่ยมดูแลหลาน ตนจะตัดขาดความเป็นแม่ลูกกัน ตนเลี้ยงหลานได้ แต่หากจะมาเยี่ยม ให้มาเยี่ยมคนเดียว ไม่ต้องเอาแม่ของหลานมาเหยียบที่บ้าน ตนไม่ให้เข้าบ้านเด็ดขาด เพราะเกลียดเข้าไส้ ที่ใจร้ายทำร้ายลูกสาวแท้ๆ ของตัวเอง อย่างรุนแรง จนต้องมามีสภาพเป็นแบบนี้ ตนจะไม่ให้อภัยแม่ใจยักษ์คนนี้อย่างเด็ดขาด ขอให้เวรกรรมติดจรวดโดยเร็ว”

ทั้งนี้ หากผู้ใจบุญต้องการให้ความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 081-6055651 หรือต้องการบริจาค สามารถบริจาคได้ที่บัญชีธนาคารออมสิน สาขาหนองเบน ชื่อบัญชีนายแพร รอดเทศ หมายเลข 020152985675

ศรีวราห์ รอความเห็นอัยการคดีเปรมชัย จ่อถกแนวทางแย้ง 5 ข้อหา

ศรีวราห์ รอความเห็นอัยการภาค 7 เตรียมประชุมคณะทำงานชี้แจงแนวทางเห็นแย้ง ยันตำรวจไม่มีความขัดแย้งกับอัยการ

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีอัยการภาค 7 มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัทอิตาเลียนไทย ดิเวลล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ใน 5 ข้อหา และสั่งฟ้อง 6 ข้อหา ว่า อำนาจการฟ้องหรือไม่ฟ้องเป็นอำนาจของพนักงานอัยการ ต้องเคารพในอำนาจหน้าที่ของท่าน

เมื่อมีหนังสือถามความเห็นจากพนักงานสอบสวน ก็ต้องกราบเรียนไปในแนวทางเดิมที่สั่งฟ้องไปทุกข้อหา แต่เบื้องต้นอัยการภาค 7 ยังไม่ได้ส่งความเห็นมา คาดประมาณสัปดาห์หน้าเมื่อความเห็นจากอัยการมาถึงก็จะเรียกประชุมแนวทางที่ตำรวจเห็นแย้ง เชื่อว่าใช้เวลาไม่นานก็สามารถลงความเห็นได้

ส่วนกรอบระยะเวลาก็ตามอายุความ เมื่อวานได้พูดคุยกับ พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ รอง ผบช.ภ.7 เรียบร้อยแล้ว เมื่อทำความเห็นเสร็จก็ส่งกลับไปที่อัยการภาค 7 หลังจากนั้นอัยการภาค 7 ก็จะส่งไปที่อัยการสูงสุดเอง ยืนยันตำรวจไม่ได้มีความขัดแย้งกับอัยการ การลงความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นหน้าที่ เป็นความเห็นทางอาญา

ซึ่งตำรวจเห็นแย้งทุกข้อหาที่ไม่สั่งฟ้อง เช่น เรื่องพยายามล่าสัตว์ที่สั่งฟ้องนายธานี ทุมมาศ แต่ไม่สั่งฟ้องคนอื่น นายธานีเอาปืนของนายเปรมชัยไปยิง ถ้าไม่ผิดก็ต้องมีความผิดฐานสนับสนุน แต่การเข้าไปหรือพาอาวุธปืนเข้าไป นายวิเชียร ชินวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ไม่มีอำนาจในการอนุญาต การอนุญาตเป็นอำนาจเขตบ้านโป่ง หรือ ผู้อำนวยการสำนักในกรุงเทพฯ ทางกรมยืนยันมาแบบนี้

ประกอบกับกรณีนี้รัฐเสียหาย ค่าธรรมเนียมไม่ได้เก็บ เหตุที่ผมแย้งส่วนใหญ่ อยากจะกราบเรียนว่าทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อมีข้อหาตามกฎหมาย ถ้าผมทำทองไม่รู้ร้อน เดี๋ยวผมก็จะโดนว่าอีก ต้นเหตุคือเงิน 110 บาท ค่าเข้าอุทยานหรือไม่นั้นพวกคุณคิดเอาเองแล้วกัน ถ้าไม่เข้าไปมันจะล่าสัตว์ได้หรือเปล่า ทุกอย่างควรสิ้นสุดที่ศาล เพราะรัฐเสียหาย

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวด้วยว่า ส่วนบางข้อหาที่ไม่มีบทกำหนดโทษในคดีอาญา อัยการเรียกค่าเสียหายทางแพ่งประมาณ 4 แสนกว่าบาท โดยเฉพาะตัวเสือ แต่ความเสียหายในระบบนิเวศน์ เรื่องนี้ปรึกษากับพนักงานสอบสวนและทางกรมอุทยานแล้ว ส่วนสำนวนเกี่ยวกับอาวุธปืน ติดสินเจ้าพนักงาน ครอบครองงาช้างผิดกฎหมาย ส่งให้พนักงานอัยการไปหมดแล้ว มั่นใจทุกสำนวน ถ้าไม่มั่นใจก็ไม่ส่งไปตั้งแต่ต้น หลักฐานพอมีก็ต้องฟ้องเห็นควรจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทุกข้อหา

เปิดตัวธุรกิจแฟรนไชส์น้องใหม่ 50 แบรนด์

เปิดตัวธุรกิจแฟรนไชส์น้องใหม่ 50 แบรนด์ โดยนำเสนอจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์รายใหม่ ที่เพิ่งจบหลักสูตรสร้างธุรกิจเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์

วันที่ 5 เมษายน 2561 ที่ลานเอนกประสงค์ กระทรวงพาณิชย์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้มีการเปิดตัวธุรกิจแฟรนไชส์รายใหม่ 50 แบรนด์ จัดแสดงงาน “แฟรนไชส์ โชว์ : ถึงเวลาโชว์ของ” โดยเป็นการนำเสนอธุรกิจและจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์รายใหม่ ที่เพิ่งจบหลักสูตรสร้างธุรกิจเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์ รุ่นที่ 20 ประจำปี 2561 ภายใต้การส่งเสริมของกระทรวงพาณิชย์ ประกอบไปด้วยธุรกิจ 5 ประเภท จำนวน 50 แบรนด์ มาจัดแสดง

ภายในงานประกอบไปด้วยโซนอาหาร และร้านค้าต่าง ๆ มากมาย อาทิ แบรนด์แฟรนไชส์กาแฟน้องใหม่อย่าง กาแฟสดดอยหล่อ วาฟเฟิลฮ่องกง egg Hunt ร้านขนมยอดนิยม บิงซู ภายใต้ชื่อ ICE FROST น้ำจับเลี้ยงวังหลัง กาแฟโบราณบางบัวแก้ว วาฟเฟิลเบลเยียม Little egg ปลาทูนึ่งศิริคุณ ถังเช่าเจ้าสัว เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีโซนข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน ไปจนถึงอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผู้ชาย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าว MThai News ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณกฤต เติมพิริยะกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท G.I.B. Treading ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ได้มาจัดแสดงสินค้า “แฟรนไชส์ โชว์” ภาพใต้ชื่อ ‘เกษตรอัจฉริยะ โดยลุงโก๋ ปากน้ำ’ ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการเกษตรปลอดสารพิษ โดยเป็นผลิตภัณฑ์แบบออแกนิคเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเจาะกลุ่มเป้าหมายในภาคเกษตรกรรมรวมถึงประชาชนทั่วไปซึ่งสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ได้ในครัวเรือน

โดยคุณกฤต เติมพิริยะกิจ เปิดเผยถึงการอบรมในหลักสูตรสร้างธุรกิจเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์ ว่า เป็นคอร์สที่ดี ช่วยให้ตนซึ่งเป็นผู้ประกอบการมีความรู้มากขึ้น รู้หลักการมากขึ้น และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า มีความคาดหวังว่าธุรกิจทั้ง 50 รายที่ผ่านการอบรมในครั้งนี้ จะสามารถต่อยอดธุรกิจของตนเองให้ขยายออกไปได้อย่างก้าวกระโดด และเป็นทางเลือกแก่ผู้มีรายได้น้อยให้สามารถเลือกซื้อ แฟรนไชส์ที่มีคุณภาพนำมาประกอบอาชีพที่มั่นคงได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ