พลังโซเชียล! ทุ่งศรีเมืองอุดรฯ แก้ไขทางเดินแล้ว หลังดราม่าสภาพแย่

พลังโซเชียล! ทุ่งศรีเมืองอุดรฯ แก้ไขทางเดินแล้ว หลังดราม่างบประมาณซ่อมแซมหลักล้านแต่สภาพแย่ 

จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์วิพากษ์วิจารณ์พื้นที่ทางเดินและลานจอดรถ บริเวณทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี ทำการซ่อมแซมปรับปรุงใหม่ แต่สภาพแย่ไม่สมกับราคางบประมาณ อ่านต่อ >> เพจดังเเฉภาพทุ่งศรีเมืองใหม่ จ.อุดรฯ จวกงบมูลค่าหลักล้าน แต่สภาพแย่

ล่าสุด เฟซบุ๊กเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ได้แชร์ภาพความคืบหน้าของสถานที่ดังกล่าวที่ได้รับการซ่อมแซมปรับปรุงแก้ไขแล้ว พร้อมข้อความระบุว่า “ภาพจากเพจ 1132 Udoncity Hotline เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแก้ไขเรียบร้อย ควีนว่าโอนะ ถ้าประชาชนช่วยกันจับตามอง สิ่งที่มันไม่เข้าท่า พอมีกระแสหลายเรื่องได้รับการแก้ไข ถ้าร่วมมือร่วมใจกัน อะไรก็เปลี่ยนแปลงได้ ส่วนนี่คือคำแถลงจากเทศบาล

จากประเด็นความไม่เรียบร้อยในโครงการพัฒนาทุ่งศรีเมือง ที่เป็นกระแสใน Social ตอนนี้ เทศบาลนครอุดรธานี ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการร่วมกับทาง สนง.โยธาธการจังหวัดและจังหวัดอุดรธานี ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่เป็นประเด็นร่วมกับผู้รับจ้างและดำเนินการแก้ไขในทันที

รายการอื่นๆ ที่ได้รับคำแนะนำ จะมีทั้งเป็นงานในสัญญาและนอกสัญญา ได้ประสานผู้รับจ้างปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้งานมีความเรียบร้อยสวยงามแล้วจะรายงานให้ทราบเป็นระยะ อยากเปรียบเทียบให้ทุกๆ ท่านเข้าใจว่างานปรับปรุงทุ่งศรีเมืองของเราในครั้งนี้ก็เปรียบเสมือนการสร้างบ้านใหม่องค์ประกอบหลักของบ้านเช่นห้องนอน ห้องน้ำห้องครัวครบเมื่อเข้าไปอยู่แล้วก็จะเห็นรายละเอียดย่อยต่างๆ ว่ายังมีอีกหลายจุดที่ยังไม่สมบูรณ์ ยังต้องให้ช่างมาปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมน่าอยู่เป็นปกติธรรมดา

ทุ่งศรีเมืองก็เช่นเดียวกัน ใช่ว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะมีเจตนาไม่ดีตั้งใจให้เป็นอย่างนั้น ซึ่งอาจจะมีส่วนหลงหูหลงตาอยู่บ้าง จึงขอขอบคุณที่ช่วยกันดูและติเพื่อก่อเพื่อเมืองอุดรที่เรารัก ขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยกันสอดส่องดูแล”

ภาพจาก 1132 Udoncity Hotline

กองปราบแจ้งเอาผิด ‘ฟ้า’ กล่าวหารับสินบนคดีหวย 30 ล้าน

ผู้บังคับการกองปราบปราม แจ้งความ ปอท. เอาผิด “ฟ้า กนกพรรณ” หลังคลิปเสียงหลุด อ้างตำรวจกองปราบปราม รับส่วยช่วยเหลือคดีหวย 30 ล้าน

พลตำรวจตรีไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม พร้อมพนักงานสอบสวนกองปราบฯ นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับ พันตำรวจเอก ธนดล แก้วอุบล รองผู้บังคับการตำรวจรถไฟ ช่วยราชการ รองผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. เอาผิด นางสาวกนกพรรณ หมวกไสว หรือ ฟ้า คนสนิทของครูปรีชา ใคร่ครวญ หลังปรากฏคลิปเสียงที่นางสาวฟ้า กล่าวพาดพิงในทำนองว่า ตำรวจกองปราบฯ รับสินบนเพื่อช่วยเหลือในทางคดี

โดยพลตำรวจตรี ไมตรี กล่าวว่า เบื้องต้น ได้แจ้งข้อหาหมิ่นประมาท แก่นางสาวฟ้า เพียงคนเดียว เพราะคลิปเสียงดังกล่าว ก่อให้เกิดความเสียหาย และในฐานะที่เป็นผู้บังคับการกองปราบปราม ต้องปกป้องหน่วยงาน หลังถูกพาดพิง โดยหากพาดพิงตนเองคนเดียว จะไม่โกรธ แต่การพาดพิงถึงองค์กร นั้นยอมไม่ได้ พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้กลั่นแกล้ง หรือดำเนินการตามใบสั่งใดๆ ส่วนที่นางสาวฟ้า และนายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือ แผน ไปถอนฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ก็ยืนยันว่า ไม่มีการเจรจาต่อรองเช่นกัน เพราะทำงานตรงไปตรงมา

ด้านพันตำรวจเอก ธนดล ระบุว่า หลังจากนี้ จะรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนพิจารณาเรียกบุคคลใดสอบปากคำเพิ่มเติม ส่วนจะเข้าข่ายข้อหา ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน หรือไม่ อยู่ที่พนักงานสอบสวน ปอท.พิจารณาตามกระบวนการ เมื่อได้ข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานแล้ว จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

บุญญพลัง เผยหลักฐานพ้นข้อกล่าวหา หลังถูกดำเนินคดีรุกที่ป่า

สำนักสงฆ์ บุญญพลัง เผยหลักฐานพ้นข้อกล่าวหา หลังถูกอทยานดำเนินคดีรุกที่ป่าเหนือเขื่อนศรีนครินทร์ 

สืบเนื่องจากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพสำนักสงฆ์-รีสอร์ท เหนือเขื่อนศรีนครินทร์ ทางโซเชียลมีเดีย ทางอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์จึงได้เข้าไปตรวจสอบพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่พักสงฆ์พุทธสถานบุญญพลัง โดยหลังตรวจสอบพบมีการกระทำผิดข้อตกลงเงื่อนไข

โดยมีการก่อสร้างสิ่งต่างๆ หลายรายการ และไม่ได้แจ้งให้ทางอุทยานฯ ทราบ อันเป็นการกระทำที่ผิดขั้นตอนข้อตกลงโดยไม่ขออนุญาต รวมทั้งพบว่ามีทั้งสัตว์ป่าคุ้มครองหลายชนิด รวมถึงไม้แปรรูปแผ่นขนาดใหญ่อีกจำนวนมากจนถูกดำเนินคดี

ต่อมาทางกลุ่มพุทธอุทยานบุญญพลัง ได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ตรวจสอบการปฏิบัตหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพืชพุนธุ์ โดยยืนยันไม่ได้กระทำผิดข้อตกลง

ล่าสุด ได้มีเพจเฟซบุ๊ก ธรรมกะ บุญญพลัง โพสต์หลักฐานจากสำนักงานอัยยการจังหวัดกาญจนบุรี เรื่องแจ้งคำสั่งไม่ฟ้อง โดยระบุข้อความว่า #หลักฐานพ้นข้อกล่าวหาเป็นที่สิ้นสุด #ว่าบุญญพลังไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหาของอุทยาน วันนี้มีโอกาศได้หลุดออกมาจาก #คอกและโซ่ตรวนแห่งความอยุติธรรมเรื่องที่ทางเจ้าหน้าที่กล่าวหา และแจ้งความอันเป็นที่มาแห่งการเพิกถอนลามไปถึงการแจ้งข้อหาว่าเราบุกรุก

ก็เกิดเหตุมาจากผลคดีที่ยัดเยียดเราให้เป็นผู้ต้องหานี่แหละ นี่เป็นหนังสือยืนยันว่าเรานั้นบริสุทธิ์ ไม่เป็นไปตามข้อกล่าวหา บ้านเมืองนั้นมีกฏหมาย หากผู้ปฏิบัติไม่รักษากฎหมาย บ้านเมืองก็ลุกเป็นไฟ นั่นแหละใบเพิกถอนที่เซ็นลงมา ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดมาตรา 29 วรรค 2 ย่อมเป็นอันว่าโมฆะและไม่เป็นผล ที่จะมาเป็นองค์ประกอบเพื่อรุกรานเรา

ประกอบกับหลักฐาน ที่ทางตำรวจ อัยการ และภาค 7 ได้ตรวจสอบเห็นพ้องมีคำสั่งไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหาเช่นนี้ เรายังจะมีอะไรผิดอีกไหม เราไม่ได้สู้เรื่องพื้นที่ว่าเป็นของเราหรือของใคร ถ้าสู้เรื่องพื้นที่จริงเราสู้ไปตั้งแต่สิบปีที่แล้วโน่น เพราะความไม่ชอบธรรมที่อุทยานบุกรุกลงมาครอบทั้งอำเภอศรีสวัสดิ์ ด้วยการเบี่ยงแบนแผนที่

แต่เราสู้เพื่อร้องขอความเป็นธรรมที่เรานั้นโดนรังแกโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม โดนโจมตีอยู่แต่เพียงฝ่ายเดียวโดยไม่มีโอกาศได้ชี้แจง ตกเป็นจำเลยของสังคมที่ไร้เสียงร้องบอกคนทั่วหลายให้ได้ยินเราแค่ขอคืนความเป็นธรรมสู่ผืนแผ่นดิน เราผิดหรือที่จะสู้