ถูกใจออเจ้า ! กรมศิลปากรเปิดให้ประชาชนที่แต่งกายด้วยชุดไทย เข้าชมโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนแล้ว

ถูกใจออเจ้า ! กรมศิลปากรได้เปิดให้ประชาชนที่แต่งกายด้วยชุดไทย เข้าชมโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนแล้ว และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศได้ฟรี ระหว่างวันที่ 3-8 เมษายน โดยที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครจัดกิจกรรมพิเศษในช่วงสัปดาห์อนุรักษ์มรดกไทยเพื่อให้ประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เรียนรู้และเข้าใจศิลปวัฒนธรรมไทย ผ่านการศึกษาโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และโบราณสถาน

หลังจากที่กระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร ได้จัดงาน สัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย ระหว่างวันที่ 2-8 เมษายนโดยเมื่อวันที่ 2 เมษายน กรมศิลปากรเปิดโอกาสให้คนไทยเข้าชมโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียน และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยกรมศิลปากรได้เปิดให้ประชาชนที่แต่งกายด้วยชุดไทย เข้าชมโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนแล้ว และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศได้ฟรี ระหว่างวันที่ 3-8 เมษายน

โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จัดกิจกรรมพิเศษในช่วงสัปดาห์อนุรักษ์มรดกไทย และ 236 ปี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงจัดกิจกรรมเพื่อให้ประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เรียนรู้และเข้าใจศิลปวัฒนธรรมไทย ผ่านการศึกษาโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และโบราณสถาน ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอันเคยเป็นพระราชวังบวรสถานมงคลแห่งกรุงรัตนโกสินทร์มาแต่เดิม

กิจกรรม “พินิจวังหน้ากรุงรัตนโกสินทร์”จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือ ช่วงแรก ระหว่างวันจันทร์ที่ 2 เมษายน ถึง วันศุกร์ที่ 6 เมษายน จะเป็นกิจกรรมนำชมนิทรรศการที่เปิดใหม่ในภาษาไทย อังกฤษ เยอรมัน และฝรั่งเศส ได้แก่ นิทรรศการ เรื่อง แผ่นดินไทยในอดีต ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน นิทรรศการพิเศษ เรื่อง พุทธปฏิมาวิจักษณ์จากภารตะสู่สุวรรณภูมิ ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย นิทรรศการ เรื่อง นาฏดุริยางค์ ณ พระที่นั่งทักษิณาภิมุข นิทรรศการ เรื่อง ศัสตราวุธ : ศาสตร์และศิลป์ในการสงครามนิทรรศการ เรื่อง โลหศิลป์ ณ พระที่นั่งปฤษฎางคภิมุข นิทรรศการ เรื่อง อิสริยพัสตราภูษาภัณฑ์ ณ พระที่นั่งอุตตราภิมุข และพระโกศจันทน์พร้อมเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ โรงราชรถ

โดยวันที่ 4 เม.ย.ผู้สื่อข่าว MThai News ได้ลงพื้นที่ไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พร้อมทั้งรายงานว่า ภายในงานมีประชาชนรวมถึงนักศึกษา ให้ความสนใจมาร่วมงานสัปดาห์อนุรักษ์มรดกไทยเรื่องจากบ้านสู่เมือง : รัฐโบราณแรกเริ่มบนแผ่นดินไทย เป็นจำนวนมาก โดยภายในงานมีการจัดแสดงดนตรีสดขับร้องต้อนรับแขกในงาน รวมทั้งมีการจัดซุ้มหลังสือจากกรมศิลปากร นอกจากนี้ยังมีการแสดงรำเบิกละคร ซึ่งเป็นการแสดงสหรสพไทยแต่เดิม และละครนอกเรื่อง ‘โกมินทร์ ‘ ตอน โกมินทร์คะนอง นิยายจีนโบราณ ที่เข้ามาเผยแพร่เป็นที่รู้จักของคนไทยในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โดยในวันต่อ ๆ ไปจะมีการแสดงที่แตกต่างกันออกไป เช่นการบรรเลงเพลงภาษา ละครพันทาง ละครดึกดำบรรพ์ และรายการบรรเลงเพลงดนตรีสากล เป็นต้น

นอกจากนี้ในงาน“พินิจวังหน้ากรุงรัตนโกสินทร์”ช่วงที่สอง จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 7เมษายน ถึง วันอาทิตย์ที่ 8เมษายน โดยวันเสาร์ที่7 เมษายน จะเป็นการนำชมรอบพิเศษเป็นภาษาไทยและอังกฤษ เรื่อง สำรับชาววัง ตั้งแต่เวลา 10.00น. – 12.00 น. โดยนางสาวศุภวรรณ นงนุช ภัณฑารักษ์ชำนาญการและเจ้าหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยจะพาผู้เข้าร่วมกิจกรรมย้อนเวลาไปทำความรู้จักกับสำรับเครื่องคาวหวานในราชสำนัก ทั้งแบบไทย จีน ฟรังคี ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พระตำหนักแดง และพระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ ทั้งยังได้ชิมมะม่วงวังหน้าซึ่งมีอายุกว่า100 ปี พร้อมน้ำปลาหวานรสเด็ดอีกด้วย

ส่วนวันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน จะเป็นการนำชมรอบพิเศษเป็นภาษาไทยและอังกฤษ เรื่อง นุ่งโจงห่มสไบ ตั้งแต่เวลา 10.00-12.00 น. โดยนายยุทธนาวรากร แสงอร่าม ภัณฑารักษ์ชำนาญการและเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยจะพาผู้เข้าร่วมกิจกรรมเรียนรู้เกี่ยวกับเสื้อผ้าแพรพรรณ การดูแลรักษาและวิธีการนุ่งห่มของสาวชาววังในอดีต ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระตำหนักแดง และนิทรรศการ อิสริยพัสตราภูษาภัณฑ์ ณ พระที่นั่งอุต ตราภิมุข

อย่าตื่นตระหนก! ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ไม่ได้ก่อให้เกิดมะเร็ง

ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ไม่ได้ก่อให้เกิดมะเร็ง ซ้ำยัง มีความสำคัญในการป้องกันฟันผุ 

เป็นประเด็นที่ผู้คนต่างพากันให้ความสนใจและสงสัย หลังจากมีข่าวแชร์ในโลกออนไลน์ว่า ฟลูออไรด์เป็นสารก่อมะเร็งนั้น ล่าสุดทางด้านเว็บไซต์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ! พร้อมระบุว่า

ฟลูออไรด์ในยาสีฟันนั้น มีความสำคัญในการป้องกันฟันผุ สิ่งที่สำคัญและพึงระวังการใช้ยาสีฟันในเด็ก คือ การกลืนยาสีฟันปริมาณมากๆเข้าไป เพราะอาจทำให้เกิดฟันตกกระได้ ดังนั้นเพื่อลดโอกาสเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ ผู้ปกครองควรอยู่ด้วยขณะแปรงฟัน และปริมาณการใช้ยาสีฟันควรเป็นดังนี้

กรม สบส.เตือน! จัดฟันแฟชั่นอันตรายมาก เหงือกอักเสบ-รากฟันละลาย-ได้รับสารปรอท

กรม สบส.เตือนประชาชนห้ามรับบริการจัดฟันแฟชั่นเด็ดขาด ชี้เสี่ยงอันตรายมากมาย ทั้งเหงือกอักเสบ รากฟันละลาย ได้รับสารปรอท หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์จัดฟันหลุดลงคอ ฯลฯ สวยหลอก แต่เจ็บจริง

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบัน ยังพบว่ามีการแชร์ข้อมูล หรืออุทาหรณ์ของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการ “จัดฟันแฟชั่น” อยู่เป็นระยะ อาจจะด้วยความขาดการศึกษาข้อมูล หรือต้องการเพียงความสวยงาม โก้ หรู จึงเลือกรับบริการ “จัดฟันแฟชั่น” ที่เน้นสีสันความสวยงามและมีราคาถูก โดยการนำเครื่องมือมาติดไว้ที่ตัวฟันเท่านั้น มิได้ช่วยแก้ไขความผิดปกติของฟันเฉกเช่น “การจัดฟัน” (Orthodontic) แต่อย่างใด แถมยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพช่องปาก เนื่องด้วยผู้ให้บริการมิใช่ทันตแพทย์ และเครื่องมือที่ใช้มักจะไม่ได้คุณภาพ มาตรฐานที่ใช้ในช่องปาก ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ร่างกายของผู้รับบริการ อาทิ

1.เหงือกอักเสบ เกิดแผลในช่องปาก เนื่องจากลวดและพลาสติกอาจไปกดหรือทิ่มเหงือก

2.ร่างกายได้รับสารอันตรายจากสนิม ปรอท แคดเมียม สารหนูจากลูกปัดหรือลวดดัดฟันที่ไม่ได้คุณภาพ

3.ฟันเรียงตัวผิดรูปจากการใช้ลวดดัดฟันที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งพอใช้ไปสักพักลวดจะเกิดการคืนตัวดึงฟันให้เป็นเส้นตรงแทน

4.รากฟันละลาย จากการใช้แรงที่มากเกินไปในการเคลื่อนฟันจนต้องถอนฟันทิ้ง

5.เกิดการแพร่กระจายของโรคติดต่อ อาทิ โรคตับอักเสบ เชื้อไวรัสเอชไอวี หรือการติดเชื้อ เนื่องจากขั้นตอนในการทำไม่สะอาด อุปกรณ์ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ

6.อุปกรณ์อาจหลุดลงคอเสียชีวิต การให้ผู้ที่มิใช่ทันตแพทย์มาจัดฟัน หรือใช้เครื่องมือไม่ได้มาตรฐานเสี่ยงต่อการที่เครื่องมือจะติดไม่แน่น ขณะที่รับประทานอาหารหรือนอนหลับ เครื่องมือเหล่านี้อาจหลุดลงคอ ทำให้หายใจไม่ออกจนเสียชีวิตได้

ซึ่งอันตรายในข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาจากการจัดฟันแฟชั่น จึงขอเตือนประชาชนให้พิจารณาอย่างรอบด้านห้ามรับบริการจัดฟันแฟชั่นโดยเด็ดขาด เพราะสวยเพียงชั่วคราว แต่อาจจะต้องเจ็บจริงตลอดชีวิต จากการสูญเสียฟัน หรือติดเชื้อในช่องปาก

ด้านทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า สำหรับ การจัดฟันนั้นจะต้องกระทำในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยทันตแพทย์จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าผู้รับบริการควรจัดฟันหรือไม่ โดยการวิเคราะห์และวินิจฉัยประวัติการรักษาทางการแพทย์และทันตกรรม แบบพิมพ์ฟัน และภาพเอกซเรย์ โครงสร้างของกระดูกกะโหลกศีรษะและใบหน้า และเมื่อตัดสินใจรับการรักษาแล้ว ทันตแพทย์จะนัดผู้ป่วยมารักษาต่อเนื่องทุกเดือน เพื่อดูความก้าวหน้าของการรักษาและความผิดปกติ

ฉะนั้น การที่บุคคลทั่วไปเปิดร้านจัดฟันแฟชั่นจึงเป็นการกระทำผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ฐานเปิดคลินิกเถื่อน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้บริการที่มิใช่ทันตแพทย์ จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ.2537 ฐานประกอบวิชาชีพทันตกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ หากประชาชนพบการให้บริการจัดฟันแฟชั่น สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกรม สบส.ทางหมายเลขโทรศัพท์ 02 193 7000 ต่อ 18618 หรือทางเฟซบุ๊ก : ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน สบส. กระทรวงสาธารณสุข ในวันและเวลาราชการ แต่หากอยู่ในส่วนภูมิภาคสามารถแจ้งได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่

ขอบคุณข้อมูลจาก กระทรวงสาธารณสุข