ระทึก! ไฟไหม้ห้องคอมพิวเตอร์ นร.อนุบาล ร้องไห้หนีตาย

ระทึก! ไฟไหม้ห้องคอมพิวเตอร์ นร.อนุบาล หนีตาย ร้องไห้กระจอองแงระงมลั่นโรงเรียน

วันนี้ (3 เม.ย. 61) เวลา 10.30 น. มีรายงานว่า ร.ต.อ.ถิรกร ไทยฤทธิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุสถานีดับเพลิงเทศบาลนครศรีธรรมราชว่า เกิดเหตุไฟไหม้ห้องคอมพิวเตอร์ ภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโรงเรียนวัดเสมาเมือง ถนนราชดำเนิน เขตเทศบาลนครศรีธรรมราช อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงรีบเดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยรถดับเพลิงเทศบาลนครนครศรีธรรมราช จำนวน 3 คัน และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุภายในห้องคอมพิวเตอร์ ด้านหลังห้องเรียนระดับชั้นอนุบาล พบเปลวควันไฟกำลังลุกไหม้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะได้รับความเสียหายจำนวน 1 เครื่อง ควันโขมงเต็มห้อง เจ้าหน้าที่จึงเร่งฉีดน้ำสกัดเพลิง เพื่อไม่ให้ไฟลุกลามไปห้องเรียน โดยใช้เวลาเพียง 20 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้

ตรวจสอบพบว่า คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะถูกเพลิงไหมเสียหายจำนวนประมาณ 1 เครื่อง ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนผู้เกี่ยวข้อง เบื้องต้นคาดว่า เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องคอมพิวเตอร์ภายในห้อง เนื่องจากทราบว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ภายในห้องมีการเสียบปลั๊กตลอดเวลา

ทั้งนี้ ระหว่างเกิดเหตุสร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับนักเรียนชั้นอนุบาลกว่า 300 คน เป็นอย่างมาก ต่างส่งเสียงร้องไห้กระจอองแงระงมลั่นโรงเรียน ครูและผู้ปกครองต้องคอยปลอบประโลมและทยอยนำออกจากที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ส่วนความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบต่อไป

กองปราบ จ่อฟ้องคลิปพาดพิง คดีหวย 30 ล้าน นำสำนวนส่งอัยการแล้ว

ตำรวจกองปราบหอบหลักฐาน คดีหวย 30 ล้าน ส่งพนักงานอัยการยืนยันทำงานตรงไปตรงมาไร้รับผลประโยชน์ทางคดี ชี้ เตรียมฟ้องกลับคนพาดพิงรับส่วย

พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม พร้อมด้วยคณะพนักงานสอบสวนกองปราบปราม นำเอกสารสำนวนคดีลอตเตอรี่ 30 ล้าน จำนวน 2 สำนวน จำนวน 3 ลัง นำส่งต่อพนักงานอัยการโดยมี นายพิทักษ์ อบสุวรรณ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา เป็นผู้รับมอบ

พร้อมระบุว่า สำนวนที่รับมอบมาในวันนี้ ประกอบด้วย สำนวนที่ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ กล่าวหา นายปรีชา ใคร่ครวญ และ น.ส.รัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น ในข้อหาร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน และสำนวนที่ นายปรีชา ใคร่ครวญ กล่าวหา ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ในข้อหาลักทรัพย์ หรือ ยักยอกทรัพย์ตกหล่น หรือรับของโจร

ซึ่งหลังจากรับมอบสำนวนคดีจากพนักงานสอบสวนกองปราบปรามแล้ว อัยการจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้น เพื่อความรวดเร็วในการพิจารณาคดี โดยมอบหมายให้สำนักงานคดีอาญา 6 เป็นคณะทำงาน ก่อนจะมีความเห็นในคดีเพิ่มเติม ว่าจะมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนกองปราบสอบสวนในประเด็นใดเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการพิจารณาให้ทันกำหนดฝากขังผัดที่ 4 ซึ่งจะครบกำหนดฝากขังผัดสุดท้ายในวันที่ 18 เมษายนที่จะถึงนี้

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบยังไม่พบว่า นายปรีชา และเจ๊บ้าบิ่น มีการยื่นร้องขอความเป็นธรรมมายังสำนักงานอัยการ แต่ประเด็นที่จะระบุว่าบุคคลใดเป็นเจ้าของฉลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกรางวัลตัวจริง นั้นยังไม่สามารถตอบได้

เช่นเดียวกับขั้นตอนการพิจารณาของศาลแพ่งที่คู่ความทั้งสองมีการฟ้องร้องกันนั้น ศาลแพ่งจะมีความเห็นอย่างไร ก็ไม่สามารถก้าวล่วงได้ แต่โดยปกติแล้วการดำเนินการทางกฏหมายที่มีการฟ้องร้องทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา คดีแพ่งจะต้องรอการดำเนินการในส่วนของคดีอาญาให้เสร็จสิ้นก่อน

ด้าน รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ระบุว่า ภายหลังจากที่ทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้รับมอบสำนวนมาจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้กองปราบปรามดำเนินการสอบสวนโดยใช้การตรวจพิสูจน์ตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ ควบคู่กับการสอบปากคำพยานทั้งหมดในคดีจนแล้วเสร็จครบถ้วนจึงมีการนำสำนวนทั้ง 2 สำนวนที่รับต่อมาจากตำรวจภูธรภาค7 มาส่งยังพนักงานอัยการ

เช่นเดียวกับ กรณีคลิปเสียงที่มีการพาดพิงว่าพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีมีการรับผลประโยชน์ พล.ต.ต.ไมตรี ระบุว่า หากเป็นการกล่าวหาพาดพิงถึงตนเอง จะไม่ถือโทษ แต่หากมีการพาดพิงถึงองค์กร ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ และยืนยันว่า จะดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

แต่ก็จะต้องขอกลับไปฟังคลิปเสียงดังกล่าวอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนดำเนินการ พร้อมย้ำว่ากองปราบปรามและกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางทำคดีอย่างตรงไปตรงมาไม่เคยมีการรับผลประโยชน์ ส่วนเรื่องที่มีการถอนฟ้องไปก่อนหน้านี้ถือว่าเป็นสิทธิที่จะทำได้ และไม่ขอให้ความเห็น

นายกฯ ติง ‘มาร์ค’ ระวังคำพูด หลังไล่คนหนุนประยุทธ์พ้นประชาธิปัตย์

นายกฯ ติง ‘มาร์ค’ ระวังคำพูด หลังไล่คนหนุนประยุทธ์พ้นประชาธิปัตย์ ขู่ อย่าให้มีอารมณ์ขึ้นมาบ้าง

วันที่ 3 เมษายน 2561 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศให้สมาชิกพรรคที่จะสนับสนุนนายกรัฐมนตรีไปเข้าสังกัดกับพรรคอื่น ว่า การจะพูดอะไรมาขอให้ระมัดระวังและอยู่ที่ประชาชนเขาจะเชื่อถือได้แค่ไหนอย่างไร ซึ่งตนไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องมาสนับสนุน

แต่กรุณาพูดจาให้มันดีๆ ดังนั้นใครจะสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนนั้นก็แล้วแต่ พร้อมถามกลับว่าการพูดแบบนี้ฟังดูดีหรือไม่ ให้เกียรติซึ่งกันและกันหรือเปล่า ถ้าบางเวลาตนเองมีอารมณ์ขึ้นมาแล้วพูดไปมันก็เสียหายด้วยกันทั้งหมด

อย่างไรก็ตามประชาชนต้องไปพิจารณากันเอง และดูว่าวันหน้าคนเหล่านี้จะปฏิบัติตนอย่างไร และหากมีการเลือกตั้งแล้วจะเกิดอะไรขึ้น จะเปลี่ยนท่าทีกันอย่างไรจึงขอให้ไปถามคนเหล่านั้นอีกครั้ง