นักท่องเที่ยวแห่เล่นน้ำคลายร้อน เที่ยวชมแก่งหลวงแม่น้ำยม

ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แห่เล่นน้ำคลายร้อนแก่งหลวงแม่น้ำยม บริเวณตำบลบ้านมาง อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา 

วันนี้(3 เม.ย. 61) นักท่องเที่ยวและชาวบ้านจำนวนมาก ต่างเข้าชมและสัมผัสความสวยงาม รวมทั้งลงเล่นน้ำบริเวณแก่งหลวง ในพื้นที่บ้านหนองกลาง หมู่ที่ 7 ตำบลมาง อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา กันอย่างคึกคัก หลังทางหมู่บ้านได้จัดสถานที่ซึ่งเป็นแพไม้ ชุดโต๊ะนั่งบริเวณริมน้ำยม ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งชาวบ้านเรียกว่าแก่งหลวง น้ำยม โดยพื้นที่บริเวณดังกล่าว จะมีโขดหินน้อยใหญ่ตั้งเป็นเกาะแก่งบริเวณกลางน้ำยม ซึ่งในช่วงฤดูแล้งจะสามารถสังเกตมองเห็นได้อย่างชัดเจน และบริเวณด้านหน้าของแก่งจะมีปริมาณน้ำที่ตื้นและพื้นน้ำจะเป็นสันทราย ที่ราบเรียบ จนทำให้นักท่องเที่ยว

รวมทั้งเด็กๆ ต่างเดินทางมาเล่นน้ำกันบริเวณนี้อย่างไม่ขาดสายในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งทางกลุ่มชาวบ้านได้รวมตัวกันจัดตั้งเป็นหมู่บ้านส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยได้มีการจัดสถานที่รองรับนักท่องเที่ยว โดยการจัดเป็นแพริมน้ำ โต๊ะรับประทานอาหารบริเวณริมน้ำยม รองรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งขณะนี้เริ่มมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวและเริ่มเล่นน้ำกันอย่างคึกคัก ในช่วงบรรยากาศที่ร้อนในขณะนี้

ดีเอสไอ ยัน ‘เสี่ยกำพล-ภรรยา’ หนีออกนอกประเทศแล้ว

ดีเอสไอ ยัน “เสี่ยกำพล-ภรรยา” หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว เชื่อไม่เป็นอุปสรรคในการดำเนินคดี

พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ นำเอกสารสำนวนคดีค้ามนุษย์อาบ อบ นวด วิคตอเรีย ซีเครท จำนวน 13 กล่อง รวม 72 แฟ้ม กว่า 16,142 แผ่น ส่งให้พนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์ เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องคดดี หลังจากการสืบสวนสอบสวนเสร็จสิ้น

ทั้งนี้ พันตำรวจโท สุภัทร ธรรมธนารักษ์ ผู้อำนวยการกองคดีการค้ามนุษย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า กลุ่มผู้ต้องหาในคดี มี 5 กลุ่ม แยกเป็น กลุ่มเจ้าของสถานบริการ / พนักงานเชียร์แขก /พนักงานบัญชี /นายหน้า/อั้งยี่ รวมแล้ว พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้อง ผู้ต้องหาทั้งหมด 45 คน ทั้งหมดถูกฟ้องในข้อหาหลักคือ ร่วมกันค้ามนุษย์ และยังมีข้อหาอื่นแตกต่างกันตามความผิดของแต่ละคน รวมถึงนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ หรือ เสี่ยกำพล แม้ข้อมูลด้านการสืบสวนจะเชื่อได้ว่าขณะนี้ นายกำพล และภรรยา ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการดำเนินคดี

ขณะที่ นายบดินทร์ แสนสระดี รองอธิบดีอัยการคดีค้ามนุษย์ ระบุว่า หลังจากพนักงานอัยการตรวจรับสำนวนการสอบสวนจากดีเอสไอแล้ว จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อพิจารณาสำนวนคดีอย่างรอบครอบ ก่อนพิจารณาสั่งฟ้องให้ทันกำหนด ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดจะครบกำหนดฝากขังผัดสุดท้ายวันที่ 5 เมษายน นี้

โดยคดีนี้นอกจากจะเกี่ยวข้องกับพลเรือนแล้ว ยังมีการสืบสวนสอบสวนตำรวจ ที่ปรากฏในรายการรับประโยชน์กับสถานบริการอาบ อบ นวด วิคตอเรีย ซีเครท ด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

คนสนิทป๋าแจง หลัง โอ๊ค พานทองแท้ แฉ พล.อ.เปรม เซ็นเช็คฝากเงินเข้ามูลนิธิตัวเอง พลเอกเปรม

พานทองแท้ แฉ พลเอกเปรม เซ็นต์เช็คฝากเงินเข้ามูลนิธิตัวเอง  ด้านคนสนิท แจงได้ส่งต่อไปองค์กรการกุศลแล้วไม่ได้นำเงินไปใช้ส่วนตัว

วานนี้ (3 เม.ย. 2561) พล.ท.พิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัว เปิดเผยข้อมูลพร้อมตั้งข้อสงสัย หลังพบว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ มีการเซ็นเช็คสั่งจ่ายเงินเข้ามูลนิธิของตัวเอง

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, โอ๊ค พานทองแท้, มูลนิธิรัฐบุรุษ

โดยข้อมูลดังกล่าวเป็นภาพเช็ค 2 ฉบับ และใบนำฝากของธนาคาร เป็นชื่อของ พล.อ.เปรม จำนวนเงิน 250,000 บาท มีลายเซ็น พล.อ.เปรม เซ็นชื่อกำชับว่า ให้นำเงินก้อนนี้ไปฝากเข้าบัญชีมูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ

ส่วนเช็คอีกใบสั่งจ่ายเงินสดเข้าบัญชี พล.ร.ท.พระจุณณ์ ตามประทีป นายทหารคนสนิทของ พล.อ.เปรม ก่อนที่นายพานทองแท้  จะมีข้อความกำกับว่า  เป็นเงินก้อนเดียวกันกับที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินคดีกับตนเองในข้อหาฟอกเงิน ว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว เท่าที่ตนทราบนั้นคือเจตนาของผู้บริจาคต้องการบริจาคเงินเข้ามูลนิธิรัฐบุรุษพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ แต่ในเช็คได้ใส่ชื่อของพล.อ.เปรม แต่พล.อ.เปรมก็ได้ส่งเช็คบริจาคเงินดังกล่าวต่อเข้ามูลนิธิรัฐบุรุษ

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษเรียบร้อย ซึ่งไม่ได้นำเงินมาใช้ส่วนตัว อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวทางกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอคงตรวจสอบแล้ว เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว และยืนยันเงินดังกล่าวได้ส่งต่อเข้าการกุศลจริงๆ พล.อ.เปรม ไม่ได้นำมาใช้ส่วนตัว

ด้าน พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเผยถึงเรื่องดังกล่าวข้างตนเช่นกันว่า ในช่วงนั้น ตนยังไม่ได้ทำหน้าที่เป็นประธานมูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรมฯ ถือเป็นเรื่องเก่า นานมาแล้ว และไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปตรวจสอบ และจะไม่ขอตอบโต้นายพานทองแท้ ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้