‘คิม จอง อึน’ โผล่ชมคอนเสิร์ต K-Pop เกาหลีใต้เป็นครั้งแรก

“คิม จอง อึน” ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ชมการแสดงคอนเสิร์ตเค-ป๊อป จากเกาหลีใต้ ในกรุงเปียงยาง เป็นครั้งแรก

นายโด จอง-ฮวาน รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ พร้อมภริยา ได้เข้าชมการแสดงคอนเสิร์ตศิลปินเค-ป๊อป จากเกาหลีใต้ ในกรุงเปียงยาง เมื่อวานนี้

โดยสื่อท้องถิ่นเกาหลีใต้ ระบุว่า คอนเสิร์ตนี้มีชื่อว่า “Spring is Coming” จัดขึ้นที่โรงละครอีสต์ เปียงยาง แกรนด์ (East Pyongyang Grand) ที่มีความจุ 1 พัน 5 ร้อยที่นั่ง สำนักข่าวยอนฮัป ระบุว่า นายคิม จอง อึน เป็นผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือคนแรกที่ร่วมชมคอนเสิร์ตของศิลปินเกาหลีใต้

หนึ่งในศิลปินจากเกาหลีใต้ที่ไปยังเกาหลีเหนือเพื่อแสดงคอนเสิร์ตในครั้งนี้ คือ วง Red Velvet, “ซอ ฮย็อน” นักร้องสาวอดีตสมาชิกวงเกิร์ล เจเนอเรชั่น, “อี ซาน-ฮี” นักร้องหญิงวัย 53 ปี ที่โด่งดังอย่างมากในเกาหลีใต้, “โช ยง-พิล” นักร้องชายชื่อดังในตำนานเค-ป๊อป วัย 68 ปี และ “ชเว จิน-ฮี” นักร้องหญิงดังวัย 61 ปี

รอยเตอร์ส รายงานว่า รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมระบุว่า นายคิมสนใจคอนเสิร์ตอย่างมาก โดยเขาถามคำถามเกี่ยวกับเพลงและเนื้อเพลงระหว่างคอนเสิร์ต นอกจากนี้ เขาจับมือและถ่ายภาพร่วมกับศิลปินหลังเวทีอีกด้วย

ทั้งนี้ คอนเสิร์ตครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลี โดยนายคิม มีกำหนดการเจรจากับนายมูน แจ อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ในวันที่ 27 เมษายนนี้ ซึ่งคาดว่าประเด็นการหารือจะเกี่ยวกับการปลดอาวุธนิวเคลียร์ บนคาบสมุทรเกาหลี ก่อนหน้านี้ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นายคิมยังได้เดินทางเยือนจีน เพื่อพบกับนายสี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีจีน อีกด้วย

แบบนี้ใครรับผิดชอบ! รถชนกันสยองที่สุราษฎร์ เหตุเสาปูนไร้รั้วกั้นโผล่ถนนใหม่

เกิดอุบัติเหตุรถชนกันจนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตที่สุราษฎร์ธานี เหตุจากมีเสาปูนที่ใช้สำหรับสร้างเสาไฟฟ้าส่องสว่างทางโผล่อยู่ตรงเกาะกลางโดยไม่มีรั้วกั้น

วานนี้ (1 เม.ย. 2561) เพจ Sky Thai News ได้มีการเผยแพร่ภาพอุบัติเหตุสุดสยอง รถชนกันที่บริเวณถนนสายบ้านใน-ดอนสัก-เกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานี  จนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บไปจำนวนหนึ่ง

โดยเพจดังกล่าวเผยว่าสาเหตุที่ทให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้เป็นเพราะมีเสาปูนที่ทำไว้เพื่อติดตั้งเสาไฟฟ้าโผล่อยู่เต็มกลางถนนที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ โดยไม่มีรั้วหรือแผงกั้น เมื่อผู้ใช้รถใช้ถนนใหม่ในการสัญจรจึงมองเห็นไม่ชัดประกอบกับกับฝนตกหนักจึงชนกับเสาปูนที่โผล่อยู่บนถนน ก่อนรถเสียหลักและไปชนกับรถอีกคันจนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต

ข่าวอุบัติเหตุ, ข่าวรถชน, เสาไฟฟ้า, เกาะกลางถนน, ข่าวจังหวัดสุราษฎร์ธานี, ข่าวสดวันนี้

ซึ่งผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า นี่คือถนนสาย บ้านใน-ดอนสัก-เกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานี สร้างถนนเสร็จ แล้วมีการสร้างเสาปูนเพื่อติดตั้งเสาไฟกลางถนนตลอดเส้นทาง แต่ไม่มีการป้องกันหรือวางรั้วกั้นแต่อย่างใด ล่าสุดเกิดอุบัติเหตุขณะฝนตก ทำให้คนขับรถมองทางไม่ชัดเจน เลยชนกับเสาปูนที่โผล่อยู่บนถนน ทำให้รถเสียหลัก แล้วไปชนกับรถอีกคัน งานนี้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เรียกร้องความรับผิดชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้ออกมาชี้แจงถึงเหตุที่เกิดขึ้นด้วย อาทิPimjan Nichapat ไม่ทราบความคิดของใครค่ะถนนเส้นนี้มีเกาะกลางถนนตลอดทั้งสายอันตรายมาก

Tarathpong Rattarasarn แบบนี้ต้องฟ้องเรียกค่าเสียหายครับ ทำงานแบบไร้ความรับผิดชอบอย่างมาก แล้วตั้งเสาลงบนพื้นถนนได้อย่างไร มันผิดตั้งแต่คิดแล้วนะ เป็นต้น 

บัณฑิตหนุ่มชาวอุดรสุดเจ๋ง ขาย ‘ปาเต’ รายได้วันละหมื่น

บัณฑิตหนุ่มชาวอุดรธานี ขาย ‘ปาเต’ อาหารฝรั่งเศส ซึ่งปรับสูตรให้เข้ากับลิ้นคนไทย สร้างรายได้มากกว่า 1 หมื่นบาทต่อวัน

บรรยากาศร้านขายขนมปัง “ปาเต” ที่ตกแต่งไว้อย่างน่ารัก มาพร้อมกับเมนูกาแฟสด โดยมี นายจิรสิน อนันธิกุลชัย อายุ 24 ปี เป็นเจ้าของร้าน ตั้งอยู่ที่ถนนราชพัสดุ เขตเทศบาลนครอุดรธานี สำหรับ “ปาเต” เป็นขนมปังยัดไส้แบบฝรั่งเศส นำมาผ่ากลางทาด้วยตับบดที่ปรุงรสแล้วจากนั้นราดด้วยน้ำสลัด เส้นมะละกอ เส้นแครอท ใส่ไส้ต่างๆ

โดยมีทั้งไส้หมูยอ ไส้หมูแดง ไส้ทูน่า ไส้ไก่เทอริยากิ ไส้พริกเผาทรงเครื่อง ก่อนนำไปอบ 5 นาที เสร็จแล้วเสิร์ฟร้อนๆ พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด ขายในราคาชิ้นเล็ก 25 บาท ชิ้นกลาง 30 บาท และชิ้นใหญ่ 50 บาท

นายจิรสิน เล่าว่า “ปาเต” เป็นอาหารฝรั่งเศสแปลว่า “ตับบด” ที่ชาวลาวและเวียดนามรับวัฒนธรรมมาและเป็นอาหารที่หากินได้ทั่วไปใน สปป.ลาว โดยพ่อได้เดินทางไปเรียนทำปาเตกับเพื่อนที่ สปป.ลาว และมาเปิดร้านขายเมื่อต้นปีที่ผ่านมา จากเดิมที่ปาเตมีเพียงรสเดียวคือตับบดใส่เส้นมะละกอและหมูยอ แต่ทางร้านได้นำมาปรับเปลี่ยนสูตรและไส้ ให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น

หลังจากเปิดร้านขาย “ปาเต” ได้ประมาณ 6 เดือน มีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น จึงให้พี่สาวเลิกทำงานไปเรียนชงกาแฟเพื่อมาต่อยอดเปิดเป็นร้านปาเตและกาแฟพร้อมกับตกแต่งร้านให้น่านั่ง ซึ่งขายปาเตได้วันละ 200-300 ชิ้น เสิร์ฟพร้อมกับกาแฟ ทำให้ทุกวันนี้มีรายได้วันละ 8,000-10,000 หมื่นบาท