สาวสุดทน! ขึ้นป้ายโวย ‘อิตาเลียนไทย’ สร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน ทำบ้านทรุด-แตกร้าว

สาวสุดทน! ขึ้นป้ายโวย ‘อิตาเลียนไทย’ สร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน ทำบ้านทรุด-แตกร้าว ร้องพอขึ้นป้ายกลับถูกฟ้องกลับ ทั้งที่ควรรับผิดชอบ

วันนี้(27 เม.ย. 61) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจากผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ “Mooning Moonoi” โพสต์ภาพป้ายขนาดใหญ่ที่มีข้อความว่า “ทำร้ายประชาชน บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ผู้รับเหมาก่อสร้าง รถไฟฟ้า สถานีวังบูรพา ทำบ้านทรุด แตกร้าวเสียหาย เจรจาหลายครั้งขาดความรับผิดชอบ ไม่จบเสียที ประกาศหาหน่วยงานหรือองค์กรใด ช่วยเหลือที!”

พร้อมโพสต์ข้อความ ระบุว่า “ตรรกะอะไรกันเนี่ย  1. คุณก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน ทำบ้านเราทรุด (ทรุดขนาดน้ำท่วมเข้าบ้าน คนแก่โดนขังในห้องน้ำเพราะเปิดประตูไม่ได้) รอยร้าวทะลุจนเห็นเนื้อผนังด้านใน  2. แจ้งเรื่องไปตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว ให้เข้ามาซ่อมแซม ไม่มีใครมาซ่อมให้ บอกแต่รับผิดชอบแน่นอน

3. ต้นปีนี้ มาบอกพร้อมจะซ่อม แต่คนต้องย้ายออก เราบอกว่าโอเค ช่วยทำแผนงานให้หน่อย จะได้หาที่อยู่ให้เรียบร้อย  4. ไม่มีแผนงานใดๆ มาทั้งสิ้น ทวงถาม บอกว่า ช่วยทำเอกสารร้องเรียนใหม่ได้มั้ย มันคืออะไร  5. เราไม่ทน ขึ้นป้าย คุณมาฟ้องเรากลับ หาว่าเราทำคุณเสียชื่อเสียง”

ที่มา Mooning Moonoi

แห่ขอเลขเด็ด! ต้นเรืองยักษ์ อายุ 500 ปี มาเน้นๆ 2 ตัว 3 ตัว

แห่ขอเลขเด็ด! ต้นเรืองยักษ์ อายุ 500 ปี มาเน้นๆ 2 ตัว 3 ตัว

วันที่ 28 เม.ย. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีชาวบ้านพากันไปขอโชคลาภจากต้นเรือง (ต้นผึ้ง) ขนาดความยาว 36 คนโอบ สูง 25 เมตร อายุประมาณ 500 ปี ซึ่งมีผึ้งมาทำรังมากกว่า 30 รัง ในพื้นที่บ้านตุ่น หมู่ 3 ต.บ้านตุ่น อ.เมือง จ.พะเยา โดยมีชาวบ้านจำนวนมากนำดอกไม้ธูปเทียนมากราบไหว้ขอโชคลาภ

นายสวัสดิ์ ปานา ผู้ใหญ่บ้าน ม. 3 ต.บ้านตุ่น อ.เมือง จ.พะเยา เผยว่า ต้นเรือง อายุกว่า 500 ปี ซึ่งเป็นที่ทำรังของผึ้งหลวงกว่า 30 รัง บริเวณปากทางเข้าด้านข้างที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านตุ่น และต้นเรืองเป็นต้นที่ใหญ่ที่สุดใน จ.พะเยา และเก่าแก่ที่สุด ที่ยังมีให้พบเห็น

ทั้งนี้ ทางองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านตุ่น ได้ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ทำการอนุรักษ์ต้นเรือง เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นที่อยู่อาศัยของผึ้งหลวง มาตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน และพบว่าในบริเวณที่ต้นเรืองอยู่นั่นได้แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมไปทั่ว ทำให้เกิดความร่มรื่นและเย็น จึงทำให้ประชากรผึ้งที่มาทำรังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพราะไม่ถูกรบกวน จึงตั้งศาลเจ้าพ่อเรืองขึ้น เพื่อเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านชุมชนบ้านตุ่น มาตั้งแต่สมัยโบราณ

โดยต่างเชื่อว่า เจ้าพ่อเรืองจะปกปักรักษาคุ้มครองและให้โชคลาภชาวบ้านให้อยู่ดีมีสุข และยังให้การช่วยเหลือ หากมีใครมาบนบานขอให้เจ้าพ่อเรืองช่วยเหลือ และผู้ที่มาขอให้ท่านช่วยก็จะประสบผลสำเร็จไปตามๆ กัน

สำหรับเลขที่ชาวบ้านเห็นครั้งนี้มีหลายเลขอาทิ เลข 360-250-530-35 แล้วแต่ใครจะมองเห็นว่าเป็นเลขอะไร หรือโชคใครโชคมัน แล้วแต่ท่านเจ้าพ่อเรืองจะให้ เมื่อมีได้โชคพอถึงเวลาหรือประเพณีเลี้ยงเจ้าพ่อเรืองก็พากันเอาข้าวปลาอาหาร คาวหวานและเครื่องดื่มมาเซ่นถวาย เป็นประจำทุกปี ​

รวบ 3 แรงงานไทใหญ่ รุมข่มขืนสาวอเมริกัน วัย 25 ปี

รวบ 3 แรงงานไทใหญ่ รุมข่มขืนสาวอเมริกัน วัย 25 ปี ในจังหวัดเชียงใหม่

วันนี้(27 เม.ย.) พล.ต.ต.ศรายุทธ สงวนโภคัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมชุดสืบสวน สภ.ดอยสะเก็ด คุมตัว 3 ผู้ต้องหา ประกอบด้วยนายดำ อายุ 22 ปี , นายน้อย อายุ 37 ปี และ นายแดง อายุ 22 ปี ทั้งหมดเป็นแรงงานชาวไทใหญ่ ไปชี้จุดและทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังจากร่วมกันก่อเหตุฉุดนักท่องเที่ยวสาวชาวอเมริกัน วัย 25 ปี ไปข่มขืนรุมโทรมในสวนร้างที่บ้านป้าเสร้า หมู่ 6 ต.สันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ กลางดึกที่ผ่านมา พร้อมกับขโมยโทรศัพท์ของผู้เสียหายไป โดยมีชาวบ้านจำนวนมากมาดูเหตุการณ์

โดยคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. เมื่อคืนที่ผ่านมา ผู้เสียหายพร้อมกับแฟนหนุ่มได้เช่ารถจักรยานยนต์ ขี่ท่องเที่ยวผ่านหมู่บ้านที่เกิดเหตุ จากนั้นได้แวะจอดดื่มเบียร์ที่ร้านขายของชำริมถนนในหมู่บ้าน โดยภายในร้านมีกลุ่มผู้ต้องหานั่งดื่มอยู่ก่อนหน้า และได้ชักชวนผู้เสียหายพร้อมกับเพื่อนให้นั่งดื่มด้วยกัน

หลังจากนั้นร้านใกล้ปิด ผู้เสียหายและกลุ่มผู้ต้องหาได้ย้ายไปนั่งร้านฝั่งตรงข้าม เพื่อดื่มกันต่อ กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. ผู้เสียหายเดินไปปัสสาวะในสวนร้าง ห่างจากร้านไปประมาณ 100 เมตร ซึ่งเป็นที่เปลี่ยว ผู้ต้องหาทั้งสามคนได้เดินตามกันไปรุมข่มขืน จนกระทั่งเวลาผ่านไป แฟนหนุ่มผิดสังเกตจึงแจ้งผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านช่วยกันออกตามหา จนพบแฟนสาวกำลังถูกนายดำข่มขืนในที่เกิดเหตุ จึงเข้าไปช่วยเหลือและจับตัวนายดำไว้ได้ ส่วนนายน้อยและนายแดงหลบหนีไปได้ก่อนหน้านี้

หลังได้รับแจ้งและเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ ได้นำตัวผู้เสียหายและนายดำไปตรวจร่างกายโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ก่อนที่จะตามจับกุมนายน้อยและนายแดงได้ที่ห้องเช่า

สอบสวนผู้ต้องหาทั้งสาม ให้การรับสารภาพว่า มีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหายจริง แต่ปฏิเสธไม่ได้ข่มขืน โดยนายดำอ้างว่า ขณะนั่งดื่มกินเห็นผู้เสียหายใส่กางเกงขาสั้น จึงทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศและได้ลองใช้มือลูบขาและผู้เสียหายไม่ว่าอะไร จากนั้นตนเองได้เดินไปปัสสาวะยังจุดเกิดเหตุและผู้เสียหายได้เดินตามไปและมีเพศสัมพันธ์กันด้วยความยินยอม

หลังจากนั้นไม่ถึง 5 นาที นายน้อยและนายแดงได้เดินตามไปสมทบ ก่อนจะมีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหาย จากนั้นได้เดินออกมานั่งดื่มเบียร์ต่อที่ร้าน ส่วนนายดำอยู่ต่อกับผู้เสียหาย จนกระทั่งแฟนหนุ่มและชาวบ้านออกตามหาจนพบดังกล่าว

พล.ต.ต.ศรายุทธ สงวนโภคัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหาย โดยมีเจ้าหน้าที่จากสถานกงสุลใหญ่สหรัฐเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่มาร่วมรับฟัง ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราในลักษณะที่เป็นการโทรมหญิง จะดำเนินคดีไปตามที่พยานหลักฐาน ส่วนกลุ่มผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็มีสิทธิ์ให้การได้

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้กำชับตำรวจทุกโรงพักให้เฝ้าระวังและตรวจสอบป้องปรามการก่อเหตุอาชญากรรมของกลุ่มแรงงานข้ามชาติ