เร่งหาสาเหตุสายเคเบิ้ลมรณะ เกี่ยวคอสาวขับรถจยย. เสียชีวิต

ตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ประสานสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ขอข้อมูลของผู้ที่เดินสายสัญญาณคู่กับเสาไฟฟ้า ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น หลังเกิดอุบัติเหตุสายส่งสัญญาณเกี่ยวผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิต

ภาพจากกล้องวงจรปิด บริเณหน้าโรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย เขตเทศบาลนครขอนแก่น บันทึกเหตุการณ์ขณะที่ นางสาวมณีเนตร เจริญเหง่า อายุ 40 ปี ชาวตำบลพระลับ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ขี่รถจักรยานยนต์ มุ่งหน้าสวนสาธารณะบึงแก่นนคร และมีรถบรรทุก 10 ล้อ เกี่ยวสายส่งสัญญาณสื่อสารสีดำตกลงกลางถนน ก่อนที่สายส่งดังกล่าวจะเกี่ยวบริเวณคอนางสาวมณีเนตร จนทำให้เสียชีวิตทันที ซึ่งเหตุเกิดเมื่อเย็นวันพุธที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 4 ได้ลงพื้นที่เก็บสายสัญญาณสีดำกลับไปตรวจสอบ และประสานขอภาพกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบ นอกจากนี้ยังประสานสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดขอนแก่น เพื่อขอข้อมูลของผู้ที่เดินสายสัญญาณคู่กับเสาไฟฟ้าในจุดเกิดเหตุว่า มีสายอะไรบ้าง ซึ่งเมื่อได้ข้อมูล ก็จะเรียกเจ้าของสายสัญญาณมาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อหาผู้รับผิดชอบและสาเหตุที่เกิดขึ้น

ขณะที่ ญาติผู้เสียชีวิตได้นำร่างของ นางสาวมณีเนตร มาบำเพ็ญกุศล ที่ วัดป่าเทพนิมตร ซึ่งทางลูกสาวผู้เสียชีวิต ยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะแม่เป็นเสาหลักของบ้าน

บุกยึดเครื่องสำอางปลอม กลางเมืองภูเก็ต มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกยึดผลิตภัณฑ์มาร์กหน้าปลอม แบรนด์ RAY จำนวนกว่า 4,700 กล่อง มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท กลางเมืองภูเก็ต

นายจรินทร์ เฉย่อง ทนายความ รับมอบอำนาจจาก บริษัท เรย์ยัน สกิน อินเตอร์แนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์มาร์กหน้า ยี่ห้อ RAY พร้อมด้วย นายภูวดล ชูชีวะไพศาล ฝ่ายขายฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ชุดปฏิบัติการ กองร้อย 425 เข้าตรวจสอบภายในร้าน “แพนด้าบิวตี้ บายวัยรุ่นสร้างตัว” ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น จำนวน 2 ห้อง ตั้งอยู่ริม ถนนวิรัชหงษ์หยก หมู่4 ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต หลังสืบทราบว่าร้านดังกล่าวมีการลักลอบจำหน่ายและกระจายสินค้า ผลิตภัณฑ์มาร์กหน้าปลอม ยี่ห้อ RAY

จากการตรวจสอบภายในร้าน พบพนักงาน และเจ้าหน้าที่บัญชี ประมาณ 5 คน จึงเชิญตัวมาพูดคุย อีกทั้งยังพบผลิตภัณฑ์มาร์กหน้า ยี่ห้อ RAY อยู่ที่แผงร่วมกับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและเครื่องสำอางอื่นๆ ของร้าน

นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบเพิ่มเติมที่ชั้น 1 และชั้น 2 พบผลิตภัณฑ์มาร์กหน้า ยี่ห้อ RAY บรรจุในกล่องขนาดใหญ่อีกจำนวนมาก จึงตรวจยึดสินค้าทั้งหมดไปตรวจนับ ที่ สภ.วิชิต ซึ่งสามารถนับได้ทั้งหมด 4,780 กล่อง มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท ก่อนแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน สภ.วิชิต ให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งในเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา “หลอกลวงซึ่งแหล่งที่มาอันเป็นเท็จฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

นายจรินทร์ เปิดเผยว่า ตนเองรับมอบอำนาจจาก บริษัท เรย์ยัน สกิน อินเตอร์แนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์มาร์กหน้า ยี่ห้อ RAY ให้ดำเนินการ หลังได้รับการร้องเรียนจากลูกค้าว่า สินค้าภายใต้แบรนด์ดังกล่าวถูกปลอมจำนวนมาก ในเขตพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต โดยเป็นสินค้าที่ผลิตลอกเลียนแบบจากโรงงานในต่างประเทศ ก่อนนำเข้ามาจำหน่าย จึงเดินทางมาตรวจสอบ เมื่อเข้ามาในร้านก็พบว่าเป็นสินค้าปลอมจริง จึงแจ้งให้ชุดจับกุมเข้าดำเนินคดี

‘ศรีวราห์’ ไม่สน หลัง ‘เปรมชัย’ ปฏิเสธฆ่าเสือดำ

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่สนใจ หลังนายเปรมชัย ปฏิเสธฆ่าเสือดำในที่ประชุมผู้ถือหุ้น เนื่องจากไม่กระทบสำนวนคดี พร้อมย้ำไม่สนว่านามสกุลใหญ่แค่ไหน เพราะบอกกฎหมายไม่ได้ระบุไว้

พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ยืนยันในงานประชุมผู้ถือหุ้นว่าไม่ได้ฆ่าเสือดำ ว่า สำนวนของพนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจ ได้สรุปความเห็นส่งพนักงานอัยการไปแล้วว่า ร่วมกันดำเนินการล่าสัตว์ป่า

ซึ่งอัยการมีความเห็นฟ้องแล้วเรื่องการล่าสัตว์ป่า ดังนั้น กระบวนการยุติธรรมต้องไปสิ้นสุดกันที่ศาล ไม่ว่านายเปรมชัยจะยืนยันอย่างไร ส่วนตัวก็ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐาน ก็ต้องดำเนินการไปตามนั้น

ส่วนกรณีที่สังคมโซเชียลตั้งข้อสงสัย หลังจากนายเปรมชัย ยืนยันในที่ประชุมผู้ถือหุ้นว่าไม่ได้ฆ่าเสือดำ และอาจจะหลุดคดีนั้น ขอสังคมอย่าคิดแทนอัยการ อย่าคิดแทนศาล

สำหรับกรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่า ตำรวจจะหยิบประเด็นเล็กน้อยมาดำเนินการ แทนประเด็นการล่าสัตว์นั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ทุกประเด็นเป็นเรื่องที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร้องทุกข์มา เราก็ต้องสอบสวนให้ครบถ้วนตามที่เขาร้องทุกข์มา จะเล็กน้อยจะใหญ่แค่ไหน มันไม่เกี่ยว เพราะมันเกี่ยวว่าจะผิด หรือไม่ผิดมากกว่า