โจอี้ บาซู ป่วยเส้นเลือดสมองตีบ เสี่ยงอัมพาต ด้าน เสก โลโซ ร้องเพลงหาเงินช่วย

โจอี้ บาซู เส้นเลือดในสมองตีบ ป่วยอัมพาตซีกขวา เหตุเครียดหนัก ไม่อยากให้มองเรื่องยาเสพติด ด้าน เสก โลโซ รวมถึงเพื่อนศิลปิน เตรียมร้องเพลงหาเงินช่วยเหลือ

รายงานข่าวแจ้งว่า นายศุรเฎฒฌ์ กรณ์งูเหลือมโชต อายุ 49 ปี หรือโจอี้ บาซู  ที่อยู่ระหว่างการให้ประกันตัวคดียาเสพติด ได้เข้ารับการรักษาตัวนอนอยู่ในโรงพยาบาล จากอาการเส้นเลือดสมองตีบ ส่งผลให้ซีกตัวด้านขวาไม่สามารถขยับได้ ขณะที่ซีกตัวด้านซ้ายอ่อนแรง จนกลายเป็นอาการของผู้ป่วยอัมพาต

โจอี้ บาซู

โดย น.ส.ณัฐชา กรณ์งูเหลือมโชต ลูกสาวของโจอี้ บาซู เผยว่า คุณพ่อเข้ารับการรักษาอาการป่วยตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนเกิดเหตุได้มีการโทรศัพท์พูดกับลูกๆ เพื่อนัดทานข้าว แต่จู่ก็เงียบหายไปลูกๆ จึงรีบไปที่ห้องพัก เมื่อเปิดประตูเข้าไปเห็นโจอี้ล้มลงนอนกับพื้น จึงรีบเข้าช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนจะตรวจพบว่าเส้นเลือดสมองตีบ จนทำให้เกิดอาการดังกล่าว

ด้านนายกวินพนธ์ พาณิชย์พงส์ หรือ กำปั้น บาซู อดีตเพื่อนร่วมวงได้เผยว่า ทราบเรื่องตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย. แล้วและได้ไปเยี่ยมมาแล้ว ส่วนที่ไม่ออกข่าวตั้งแต่วันนั้นเป็นเพราะทางญาติไม่อยากให้เป็นข่าวก่อนจะมีการพูดคุยกันและให้เผยแพร่ผ่านสื่อได้เผื่อเพื่อนที่เป็นห่วงจะได้มาเยี่ยมให้กำลังใจกันได้

อย่างไรก็ดีจากเหตุการณืที่เกิดขึ้นทางเพื่อนศิลปิน อาทิ  เท่ห์-อุเทน พรหมมินทร์, ไท ธนาวุฒิ, ต๊ะ บอยสเก้าท์, กำปั้น บาซู, เด่น จิรา ฯลฯ เตรียมการที่จะจัดคอนเสิร์ตเพื่อสมทบทุนในการรักษาตัวโจอี้ บาซู โดยเฉพาะร็อกเกอร์ชื่อดัง เสก โลโซ ที่ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ที่ระบุว่า “วันนี้เฮียจะไลฟ์ร้องเพลงหาเงินช่วยโจอี้ บาซูที่ป่วยเป็นอัมพาต คงอีกซักพักใหญ่ๆเพราะที่บ้านศุขพิมายฝนตกค่อนข้างหนักทีเดียวเชียว {สัญญานถ่ายทอดจะไม่ดีนัก}”

ก่อนที่ต่อมาเสกได้ไลฟ์สดอีกว่า “FOR MR.JOEY BASU *จะไลฟ์หาเงินช่วยโจอี้ บาซู เป็นเพื่อนเก่าตั้งแต่สมัยเล่นดนตรีในผับ แต่ไม่สนิทกันมากนัก **โจอี้จะสนิทกับไมกี้นักร้องนำวงผมสมัยเล่นที่ฟีบัสรัชดา,โรงแรมเอเชีย,บอสตั้นผับถนนรามอินทรา ตอนนั้นวงผมชื่อวงโอเปร่า…”

สำหรับโจอี้ บาซู เพิ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม พร้อมอุปกรณ์เสพยาเสพติดชนิดไอซ์ ถุงพลาสติกใสใช้บรรจุยาเสพติด และไฟแช็ก 1 อัน โดยจับกุมได้ภายในห้องพักในซอยนาคนิวาส 37 แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ ก่อนที่ศาลอนุญาตให้ใช้หลักทรัพย์ 200,000 บาทประกันออกไป

ยอดขายเฟซบุ๊กพุ่ง 3.74 แสนล้าน แม้เจอมรสุม ‘ข่าวฉาว’ หนัก

หลังจากเฟซบุ๊กเจอมรสุมข่าวฉาวหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นช่วงขาลง แต่ในทางตรงกันข้าม มีการเปิดเผยยอดขายโฆษณาของเฟซบุ๊กไตรมาสแรกของปี 2018 ที่กลับพุ่งสูงขึ้นถึง 3.74 แสนล้านบาท

หลังจากเฟซบุ๊กเจอกับข่าวฉาวเรื่องข้อมูลผู้ใช้หลายสิบล้านรั่วไหล แต่ในเรื่องร้าย เฟซบุ๊กกลับสร้างรายได้จากการขายโฆษณาในช่วงไตรมาสแรก ระหว่างเดือนมกราคม – มีนาคม ของปี 2561 สูงถึง 11,700 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.74 แสนล้านบาท ซึ่งนับว่าเติบโตขึ้นเกือบ 50% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 2560

รายงานระบุว่า เฟซบุ๊กมีรายได้จากการขายโฆษณาอยู่ที่ 7,800 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.49 แสนล้านบาท

ขณะนี้เฟซบุ๊กกำลังถูกตรวจสอบข้อมูลของผู้ใช้เฟซบุ๊กหลายล้านคน ที่ถูกนำเอาไปใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯครั้งล่าสุด โดยบริษัทเคมบริดจ์ อนาลิติกา ซึ่งมาร์ค ซัคเกอร์เบิร์กออกมายอมรับผิด พร้อมทั้งชี้ว่า เฟซบุ๊กไม่มีระบบป้องกันข้อมูลของผู้ใช้ที่แน่นหนาเพียงพอ

มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ซีอีโอและผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก แถลงการณ์เกี่ยวกับความสำเร็จเรื่องการสร้างรายได้ว่า แม้เฟซบุ๊กต้องเผชิญกับเรื่องความท้าทายที่สำคัญ แต่อย่างไรในปี 2561 ธุรกิจก็สามารถเข้าสู่จุดเริ่มต้นที่แข็งแกร่ง พร้อมกันนี้ยังเผยด้วยว่า บริษัทเฟซบุ๊กกำลังมีการทบทวนความรับผิดชอบให้กว้างขวางมากขึ้น

นอกจากความสำเร็จจากรายได้ของโฆษณา ยังมีผู้ใช้เพิ่มขึ้นถึง 13 เปอร์เซ็นต์

ดูบทความต้นฉบับ : Facebook’s richer than ever, despite data privacy scandals

ยุติธรรมมอบเงินเยียวยา แก่ทายาท “คุณตาซาเล้ง” กว่า 1 แสนบาท

กระทรวงยุติธรรม มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ทายาทคุณตาซาเล้งผู้เสียหายในคดีอาญากว่า 1 แสนบาท

วันที่ 26 เมษายน 2561 เวลา ที่ ห้องรับรองกระทรวงยุติธรรม ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ กรุงเทพ ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานมอบเงินค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญาตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๙

ให้แก่นางฉลวย จริตเอก ภรรยา นายประพจน์ มณีพันธ์ และนางสาววนิดา มณีพันธ์ บุตร ทายาทของนายจรูญ มณีพันธ์ อายุ ๘๒ ปี หรือคุณตาขับรถซาเล้ง ซึ่งถูกนายนราธร โสตติยัง อายุ 22 ปี ทำร้ายร่างกาย เนื่องจากนายนราธรฯ ขับขี่รถจักรยานยนต์ เฉี่ยวชนกับรถซาเล้งของผู้เสียหาย จนทำให้รถจักรยานยนต์ล้มลงและเกิดความไม่พอใจ จึงทำร้ายร่างกายของผู้เสียหาย เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

โดยจ่ายค่าตอบแทนฯ ให้แก่ทายาทของผู้เสียหาย เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 115,270 บาท ดังนี้

1. ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ในระหว่างที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ตามปกติ จำนวน 5,270 บาท

2. ค่าตอบแทนผู้เสียหายกรณีถึงแก่ความตาย จำนวน 50,000 บาท

3. ค่าจัดการศพ จำนวน 20,000 บาท

4. ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู จำนวน 40,000 บาท

นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับทายาทผู้เสียหาย พร้อมทั้งได้เน้นย้ำการดำเนินภารกิจช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญาโดยมอบหมายให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จัดระบบการช่วยเหลือเยียวยาเหยื่ออาชญากรรม โดยเฉพาะผู้เสียหายที่เข้าไม่ถึงความเป็นธรรมให้ครอบคลุมทั้งการช่วยเหลือทางการเงิน การให้คำแนะนำและความช่วยเหลือในการดำเนินคดี เช่น การฟ้องร้องคดี การติดตามคดี เป็นต้น

ทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือ ได้ที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานยุติธรรมจังหวัดทุกแห่ง

ชอบคุณข้อมูลและภาพจาก