เตือนอุทาหรณ์! หนุ่มนัดส่งขายรถ โดนลูกค้าปล้น ควักปืนขู่ลั่นไกกลางวันแสกๆ

เตือนอุทาหรณ์! หนุ่มนัดส่งขายรถ โดนลูกค้าปล้น ควักปืนขู่ลั่นไกกลางวันแสกๆ เคราะห์ดีกระสุนปืนไม่ทำงาน

วันนี้(26 เม.ย.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวอุทาหรณ์จากผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Ratchanon Boonnak ซึ่งได้โพสต์ภาพโจร อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ รถมอเตอร์ไซค์ที่เกือบถูกปล้น พร้อมข้อความบอกเล่าเหตุการณ์ ระบุว่า

ในเมื่อลูกคุณกล้าที่จะปล้นผมคุณก็ต้องกล้ารับ กูจะต้องมาจบชีวิตด้วยปืนโง่ๆอย่านี่หรอ? สุดท้ายคำขอโทษจากครอบครัวที่ให้กับผมคงเป็นไปไม่ได้ลูกคุณถือปืนลั่นไกแต่กระสุนไม่ทำงาน แค่นี้หรอคำขอโทษ ผมมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบอีกเยอะมันไม่ใช่คำขอโทษ ถ้าผมตายไปครอบครัวผมใครรับผิดชอบ?

ผมขอบคุณบุญกุศลที่เคยทำมาให้ผมได้กลับมามีชีวิตรอดมาอีกครั้ง กูไม่อโหสิกรรมให้มึง
#ตอนนี้ผมปลอดภัยครับ #ขอบคุณพี่ๆทุกคนที่คอยโทรหาผมตลอดและช่วยวิ่งเรื่องตำรวจให้ครับ #พ่อค้ารถนัดส่งรถควรระวังให้ดีครับ #เตือนภัยสำหรับผู้ขายรถอาจจะไม่มีชีวิตรอดมาก็ได้ในอีก 1 นาทีนั้น

“เรื่องมีอยู่ว่า มีคนๆ นึงได้โอนมัดจำให้กับรุ่นพี่ผม เพื่อจะติดต่อขอซื้อรถ ซึ่งเป็นนายหน้าที่ได้ทำการขาย หลังจากมัดจำแล้วก็นัดส่งรถคือโทรจี้ๆ มาเมื่อไหร่อะไรยังไงเพื่อนผมก็คิดว่ามันคงอยากได้จริงเลยโอนมัดจำมาพร้อมกับโทรตามตลอด ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และบอกผมใกล้มาถึงจุดเกิดเหตุ

ชายคนดังกล่าวก็ได้โทรมาหาแล้วถามว่า พี่มากี่คนครับ ผมเลยบอกมา 3 คน รถ 2 คัน ผมว่ามันแปลกๆ ชายคนดังกล่าวพยายามนัดผมไปส่งรถบนเขา ซึ่งตัวผมเองก็คิดว่า มันไม่ใช่แล้วนะ กลับดีกว่าไม่เอาแล้ว ผมก็บอกกับนายหน้า สรุปยังไง และผมก็พยายามไม่ไปบนเขา พยายามที่จะหาตรงไหนก็ได้ที่มีคนอยู่เยอะๆ

หลังจากนั้นผมก็ได้มาพบกับชายคนนี้ คนแรกเลยคือเจอคิดว่าต้องมีอะไรสักอย่าง มันก็เลยถามผมว่า อ้าวพี่แล้วรถอยู่ที่ไหน ผมเลยตอบว่ารถอยู่ปากซอย ผมยังไม่ให้เข้ามา ผมก็เลยถามกลับไปแล้วจะนัดส่งรถตรงไหนเงินอยู่ไหน มันก็ตอบว่าเงินอยู่บ้านครับรอพี่ชายแปปนึง แล้วมันก็บอกให้ผมกับนายหน้าขับรถพามันไปดูรถที่ปากซอย

กระทั่งมันเจอรถครั้งแรกมันก็ตกใจเพราะด้วยความเป็นเด็กต่างจังหวัดก็ร้องโห้พี่รถสวยมากแล้วต่อมามันก็บอกผมว่า อะไปบ้านผมตรงนู้นผมก็ถามว่าไกลไหม มันบอกไม่ไกลขับไปเลยพี่เดี๋ยวผมบอก หลังจากนั้นผมเห็นว่าแปลกๆ เลยบอกคนขับรถว่า จอดก่อนผมจะซื้อน้ำแล้วก็ลงไปซื้อน้ำกิน จากนั้นก็ได้ส่งโลเคชั่นให้แฟนกับเพื่อน

ต่อมาคือผมได้เดินขึ้นรถมาแล้ว มันก็พยายามจะพาไปบนเขาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เจอตัวกับผมแล้ว ผมบอกคนขับว่าเอ้ยไม่ต้องไปจอดตรงนี้ หลังจากนี้คนที่จะซื้อรถก็ได้หยิบปืนไทยประดิษฐ์มาโดยที่ผมยังไม่รู้ตัว และเสียงลั่นไกยิงก็ดังขึ้น แต่มีความโชคดีลูกกระสุนปืนไม่ทำงาน ผมเลยหันกลับไปแล้วตะโกนว่า มึงปล้นกูหรอพร้อมกับเข้าไปตะครุบตัวมันแล้วจับแขน เพื่อสะบัดปืนออก แล้วผมก็รีบเปิดประตูกระโดดลงจากรถแล้ววิ่งเข้าไปในบ้านคนแล้วตะโกนว่าช่วยด้วยๆ

ส่วนคนร้ายก็ได้จี้ คนขับรถไปที่มากับผมแล้วมันก็โดนแย่งปืนอีกกระบอกอีกครั้ง เพราะสู้แรงเพื่อนผมไม่ไหว จนมันยอมรับแล้ว ผมก็รีบโทรหาตำรวจให้มา สุดท้ายก็ไม่รอด ยอมรับเองทุกอย่าง #เรื่องนี่ไว้เป็นบทเรียนแก่ผู้ค้าขายรถและนัดส่งรถ”

หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์  ชาวเน็ตต่างแห่แชร์บอกต่ออุทาหรณ์เป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์โจรรายดังกล่าวอย่างหนัก

ภาพจาก Ratchanon Boonnak

ช็อกเป็นแถบ! สามล้อลืมดึงกุญแจออก เจอสุนัขขโมยรถซิ่งพุ่งชนร้านมือถือพังยับ

เจ้าของรถสามล้อลืมดึงกุญแจออกจากรถ เจอสุนัขขโมยรถเหยียบคันเร่งพุ่งชนร้านขายมือถือพังยับ

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุสุดระทึกที่เมืองไท่ซิ่ง มณฑลเจียงซู ขณะที่รถสามล้อคันหนึ่งพุ่งชนร้านขายโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจากการสังเกตในตอนแรกพบว่า รถสามล้อคันนี้ไม่มีคนขับและผู้โดยสารนั่งมาด้วย ทำให้ผู้คนในระแวกนั้นเกิดความงุนงงอย่างหนัก แต่หลังจากนั้นได้พบสุนัขตัวหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวไปมาหลังพวงมาลัย

อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนพนักงานร้านขายโทรศัพท์มือถือระบุว่า รถสามล้อคันดังกล่าวเป็นของเจ้าของแผงขายผลไม้ที่อยู่ติดกับร้าน โดยเจ้าของรถจอดสามล้อคันนี้จอดทิ้งไว้ริมถนน แต่ลืมนำกุญแจรถออก กระทั่งมีสุนัขตัวหนึ่งปีนรถขึ้นไปเล่นจนพลาดไปเหยียบคันเร่ง ไปชนทะลุประตูเข้าไปในร้านขายโทรศัพท์มือถือจนได้รับความเสียหายอย่างมาก

ชมคลิป v.qq.com

ไทยรั้งอันดับ 140 ดัชนีเสรีภาพสื่อโลกประจำปีนี้

องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน จัดทำดัชนีเสรีภาพสื่อโลก ประจำปี 2018 “นอร์เวย์” ยังครองแชมป์ต่อเป็นสมัย 2 ส่วนไทยขยับขึ้น 2 ขั้น รั้งอันดับ 140

องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน หรือ RSF (Reporters Without Borders) ได้เผยแพร่ “ดัชนีเสรีภาพสื่อโลก ประจำปี 2018” ที่ประเมินเกี่ยวกับเสรีภาพสื่อใน 180 ประเทศทั่วโลกทุกๆ ปี โดยพบว่า ผู้นำการเมืองของประเทศต่างๆ มีส่วนอย่างมากในการบั่นทอนการทำงานของผู้สื่อข่าว ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย

นายคริสตอฟ เดลัวร์ ผู้อำนวยการ RSF ระบุว่า ข้อสรุปหลักดังกล่าวของรายงานในปีนี้ เป็นผลกระทบเชิงลบจากความเกลียดชังต่อเสรีภาพในการทำหน้าที่ของผู้สื่อข่าว โดยเฉพาะจากคำพูดของผู้นำทางการเมือง

เขากล่าวด้วยว่า ฟิลิปปินส์ อินเดีย และสหรัฐฯ เป็นประเทศที่ผู้นำทางการเมืองที่ตำหนิผู้สื่อข่าวบ่อยครั้ง นอกเหนือจากการพูดประชดประชัน

RSF ยังโฟกัสสถานการณ์เสรีภาพสื่อในสหรัฐฯ ที่รั้งอันดับ 45 ของดัชนีในปีนี้ ขยับลง 2 อันดับจากปีก่อน และท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังมีการปรับแก้กฎหมายเกี่ยวกับการทำงานของสื่อมวลชน ทำให้การเข้าถึงข้อมูลเป็นไปอย่างจำกัดมากขึ้น

ขณะเดียวกัน สถานการณ์เสรีภาพสื่อในยุโรปก็ย่ำแย่ลง เห็นได้จากคะแนนที่ลดลงอย่างมากจากปีที่แล้ว รวมทั้งยังมีเหตุฆาตกรรมผู้สื่อข่าวเกิดขึ้นหลายครั้ง

สำหรับประเทศที่มีเสรีภาพสื่อมากที่สุด คือ นอร์เวย์ ตามด้วยสวีเดน เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ ส่วนท็อปไฟว์จากท้ายตาราง คือ เกาหลีเหนือ เอริเทรีย เติร์กเมนิสถาน ซีเรีย และจีน

ขณะที่ไทยอยู่ในอันดับ 140 ของตารางปีนี้ ขยับขึ้น 2 ขั้นจากปีที่แล้ว ประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย อันดับที่ 124 ฟิลิปปินส์อันดับที่ 133 เมียนมาอันดับที่ 137 กัมพูชาอันดับที่ 142 มาเลเซียอันดับ 145 สิงคโปร์อันดับ 151 บรูไนอันดับ 153 ลาวอันดับ 170 และเวียดนามอันดับ 175