กระทรวงยุติธรรม รับเรื่องร้องทุกข์ กรณีตำรวจไม่คืนเพชรของกลาง มูลค่า 11 ล้านบาท

รองปลัดกระทรวงยุติธรรมรับเรื่องร้องทุกข์ กรณีพนักงานสอบสวนไม่คืนเพชรของกลางมูลค่า 11 ล้านบาท หลังอัยการสั่งไม่ฟ้องคดี

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2561 ที่ ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม ชั้น 2  อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ กรุงเทพฯ นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม รับเรื่องร้องทุกข์จากนางสาวจีระพันธ์ จุลพันธ์ ผู้ถูกกล่าวหาในข้อหายักยอกเพชร มูลค่าประมาณ 11 ล้านบาท

ซึ่งต่อมาคณะพนักงานสอบสวนมีความเห็นทางคดีเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง พร้อมทั้งมีคำสั่งให้คืนของกลาง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 หลังจากนั้นจึงได้ยื่นหนังสือขอคืนของกลางที่กองบังคับการปราบปราม แต่ยังไม่ได้รับของกลางคืนแต่อย่างใด

ทั้งนี้ เหตุการณ์การยึดเพชรเป็นเพียงกลอุบายของพนักงานสอบสวนและกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันฝ่าฝืนกฎหมาย แต่สุดท้ายแล้วไม่สามารถคืนทรัพย์สินให้แก่ตนได้ อีกทั้งส่งผลให้เกิดความเสียหาย ความลำบาก เดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง เพราะต้องขายทรัพย์สินทุกอย่างมาเพื่อต่อสู้กับความยุติธรรม

จึงขอให้กระทรวงยุติธรรมตรวจสอบและดำเนินการกรณีพนักงานสอบสวนไม่คืนของกลางตามคำสั่งพนักงานอัยการ และขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากผู้เสียหายถูกตำรวจร่วมกับกลุ่มบุคคลกลั่นแกล้งเป็นกระบวนการกล่าวหาให้เป็นผู้กระทำผิดโดยไม่มีข้อเท็จจริง

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก ประชาสัมพันธ์ กระทรวงยุติธรรม

พบคุณครู ขายยาไอซ์ให้วัยรุ่นในพื้นที่ พบของกลาง 56.04 กรัม

ตำรวจสิชลพร้อมด้วยทหารค่ายฝึกการรบพิเศษ และฝ่ายปกครองอำเภอสิชลสนธิกำลัง บุกค้นบ้านคุณครูค้าขายยาไอซ์ให้วัยรุ่นในพื้นที่พบของกลาง 56.04กรัม

วันที่ 25 เม.ย.61พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ผกก.สภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 20.00 น.ของวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.สิชลนำโดย พ.ต.ท.เกียรติก้อง หนูจันทร์ สวป. ร่วมกับทหารค่ายฝึกการรบพิเศษสิชลโดยพันตรีประเสริฐ สายทองแท้ ผู้บังคับค่ายฝึกรบพิเศษสิชลและฝ่ายปกครองอำเภอสิชล โดยนายยงยุทธ จิตสำรวย นายอำเภอสิชล ได้ร่วมกันสนธิกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านของนายอนุวัฒน์ มีกุล อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/1 หมู่ที่ 5 ต.เขาน้อย อ. สิชล

หลังจากที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่าบ้านดังกล่าวนี้จำหน่ายยาเสพติดให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นภายในบ้านพบยาไอซ์จำนวน 4 ถุง น้ำหนักรวม 56.04 กรัม ซ่อนอยู่บนฝ้าเพดานภายในบ้านพร้อมด้วยเครื่องชั่งดิจิตอลจำนวน 1 เครื่อง ถุงพลาสติกชนิดกดปิดดึงเปิดจำนวน 11 ถุง และอุปกรณ์การเสพยา

นายอนุวัฒน์ มีกุล ผู้ต้องหาซึ่งปัจจุบันเป็นคุณครูสอนวิชาสังคมและศิลปะของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สิชล เป็นครูมาแล้วประมาณ 1 ปี และได้ยอมรับว่าของกลางทั้งหมดเป็นของตนเอง โดยได้สั่งซื้อมาจากทาง Facebook โดยคนส่งยาไอซ์จะเอามาวางไว้ตามจุดต่างๆ แล้วจะแจ้งทางFacebook ให้ไปเอาของตามจุดที่วางไว้ สารภาพว่าค้ายามาแล้วประมาณ 1 เดือน หลังจากตรวจค้นเสร็จเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนของสภ.สิชลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อย. ย้ำ มีระบบเฝ้าระวัง-ปราบปรามผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายชัดเจน

อย. ย้ำ ทำงานเชิงรุก มีระบบเฝ้าระวังและปราบปรามผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายชัดเจน พร้อมชี้เป้าให้ตำรวจกวาดล้าง

นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า กรณีการเข้าจับกุม บริษัท เมจิก สกิน จำกัด ตามที่เป็นข่าวแล้วนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอชี้แจงว่า การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ อย. ในด้านการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพที่จำหน่ายสู่ท้องตลาด ทุกปีได้มีแผนปฏิบัติการสุ่มตรวจผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค จนนำไปสู่การดำเนินคดีกับหลายผลิตภัณฑ์ที่กระทำผิดกฎหมาย

อย่างเช่นในรอบ 5 ปีที่ผ่านมามีการดำเนินคดีมาแล้วประมาณ 400 ราย มูลค่าของกลางกว่า 300 ล้านบาท โดยคดีล่าสุดคือการตรวจจับ บริษัท เมจิก สกิน จำกัด ที่ อย. ได้มีการแถลงข่าวไปแล้วเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 ทั้งนี้ อย. มีการทำงานเชิงรุกในการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างชัดเจน แม้ว่าจะมีผู้ประกอบการรายใหม่ที่มาจดแจ้งยื่นขอ อย. จำนวนมาก อย่างเช่น เครื่องสำอาง ปัจจุบันมีมาจดแจ้งแล้วประมาณ 6 แสนราย

ซึ่งเจ้าหน้าที่ อย. ก็ได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ลงไปสุ่มตรวจสอบผลิตภัณฑ์ เช่น ในปี 2560 สุ่มตรวจกว่า 1 พันราย หนึ่งในนั้นก็มีผลิตภัณฑ์ของบริษัท เมจิก สกิน จำกัด อยู่ด้วย จนนำมาสู่การขยายผลจับกุมของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่สุด

ทั้งนี้ อย. มีระบบตรวจสอบที่ดำเนินงานได้อย่างเข้มแข็ง ตั้งแต่ การสุ่มตรวจ , การสร้างเครือข่ายกับเพจชื่อดัง ได้แก่ Drama-addict , ดอกจิก , หมอแล็บแพนด้า , เป็นเรื่อง และข่าวใหญ่ไทยแลนด์ , การสร้างเครือข่ายกับกลุ่มผู้บริโภค และที่สำคัญมีระบบประเมินกลุ่มเสี่ยง

โดยหากพบผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่งมีการแตกไลน์มาจดแจ้ง ยื่นขออนุญาตผลิตภัณฑ์ในชื่ออื่น ๆ โดยผู้ยื่นขออนุญาตเป็นบุคคลคนเดียว ก็จะตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติ ดังเช่น เมจิก สกิน จนนำไปสู่การตรวจสอบโรงงาน ตลอดจนการจับกุมผู้ประกอบการที่กระทำผิดกฎหมาย และถึงขั้นนำไปสู่การเพิกถอนผลิตภัณฑ์ของบริษัท เมจิก สกิน จำกัด หรือที่อยู่ในข่ายคุณวรรณภา พวงสน จำนวน 266 รายการ

นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่าส่วนของดารา นักร้อง พริตตี้ เน็ตไอดอล พรีเซ็นเตอร์ ที่รีวิวผลิตภัณฑ์ของบริษัท เมจิก สกิน จำกัด ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ให้ข้อมูลกับผู้บริโภค เพราะตามกฎหมายระบุชัด ผู้พูดต้องรับผิดชอบในเนื้อหาที่พูด หากพูดบรรยายสรรพคุณของผลิตภัณฑ์เกินจริง ถือว่ากระทำผิดกฎหมาย

หากไม่มั่นใจว่าคำพูดที่จะรีวิวถูกต้องหรือไม่ อย. มีระบบให้ตรวจสอบผ่านช่องทาง สายด่วน อย.1556 หรือ E-mail: 1556@fda.moph.go.th หรือผ่านทาง OryorSmartApplication หรือเดินทางมาสอบถามด้วยตนเองที่ อย. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี จะได้ไม่ตกเป็นเครื่องมือของผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 อย. เคยมีการทำหนังสือถึงต้นสังกัดผู้ดูแลดาราและศิลปิน รวมถึงเน็ตไอดอล พิจารณาและตรวจสอบในการรับจ้างทำหน้าที่พิธีกร ผู้ดำเนินรายการ พรีเซ็นเตอร์ ในการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพโดยเฉพาะเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยา และเครื่องสำอาง เพื่อมิให้มีการฝ่าฝืนกฎหมายโฆษณา

นพ.วันชัย เลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่ากรณีของบริษัท เมจิก สกิน จำกัด ทางเจ้าหน้าที่ อย.ร่วมกับตำรวจ ยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ผลิตแห่งอื่นที่เข้าข่ายเป็นสถานที่รับผลิตสินค้าของบริษัท เมจิก สกิน เช่น เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2561 เข้าตรวจโรงงานที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร

และได้อายัดเครื่องจักรและผลิตภัณฑ์ทั้งหมดแล้ว และวันนี้ (25 เม.ย.61) ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบโรงงานอื่นที่เกี่ยวข้องอีกเช่นกัน นอกจากนี้ ยังจะส่งเจ้าหน้าที่ให้ไปตรวจสถานที่ผลิตรายอื่นยี่ห้ออื่นที่มีลักษณะผลิตภัณฑ์คล้ายกับเมจิก สกิน ด้วย เพื่อมิให้มีการผลิตสินค้าที่ผิดกฎหมาย ทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตราย รวมทั้งจะดำเนินการจัดการกับผู้ผลิตที่ขอเลขที่อนุญาตผลิตภัณฑ์ไว้ล่วงหน้า โดยไม่มีการผลิตจริง และนำไปใช้ในทางที่ผิดให้ผู้อื่นสวมเลข อย. แทนอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา