ทูลกระหม่อมหญิงฯ ทรงร่วมอนุโมทนา ‘พระสรยุทธ’ บวชทดแทนบุญคุณแม่

ทูลกระหม่อมหญิงฯ ทรงร่วมอนุโมทนา “พระสรยุทธ” ที่ตั้งใจบวชทดแทนบุญคุณแม่ ขอบุญกุศลดลบันดาลให้แม่หายป่วย

เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2561 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเข้าไปแสดงความคิดเห็นในอินสตาแกรมของนายเจริญพร อ่อนละม้าย หรือที่รู้จักกันในนาม โก๊ะตี๋ อารามบอย ที่ได้โพสต์ภาพของพระสรยุทธ หรือนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรและผู้ประกาศข่าวชื่อดัง เข้าพิธีอุปสมบทอย่างเงียบ ณ วัดหนองกระทุ่ม อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา

พระสรยุทธ, สรยุทธ สุทัศนะจินดา, ทูลกระหม่อมหญิง, โก๊ะตี๋, สรยุทธบวช, ข่าวสดวันนี้

โดยได้ระบุข้อความทั้งหมดเอาไว้ว่า “ขออนุโมทนาบุญ ขอให้บุญกุศลที่หลวงพี่สรยุทธที่ตั้งใจบวชทดแทนบุญคุณคุณแม่หนนี้จงดลบันดาลให้คุณแม่หายป่วยและเจ้ากรรมนายเวรได้รับบุญกุศลครั้งนี้ด้วยเทอญ สาธุ”

รอดมาได้ไง ? สาวใหญ่ใช้คัตเตอร์กรีดนมควักซิลิโคนออกเอง เหตุแน่นอกเกินทน !!

สาวใหญ่สุดทนหน้าอกที่ผ่านการทำศัลยกรรมมีขนาดใหญ่เกินไป คว้ามีดคัตเตอร์ผ่าเต้านม ควักซิลิโคนออกมาด้วยตัวเอง

วันที่ 24 เม.ย. 2561 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเรื่องราวของ โทเนีย รอสซิงตัน ที่ผ่านการศัลยกรรมเสริมหน้าอกที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม โดยอัปขนาดหน้าอกจากเดิมที่คัพ B เป็น คัพ F แม้ในตอนแรกเธอจะพอใจกับหน้าอกที่ขนาดใหญ่สมใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเธอผอมลงและทำให้หน้าอกคัพ F ดูใหญ่ผิดธรรมชาติ และเริ่มหย่อนคล้อย จึงตัดสินใจใช้มีดคัตเตอร์ผ่าซิลิโคนออกด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ โทเนีย ได้เดินทางไปปรึกษาแพทย์เรื่องการผ่าตัดเอาซิลิโคนหน้าอกออกมาแล้ว แต่การผ่าตัวมีค่าใช้จ่ายสูง อยู่ที่ประมาณ 3,000 ปอนด์ หรือ 132,000 บาทซึ่งเป็นมูลค่าที่เธอไม่สามารถจ่ายไหว ส่วนระบบดูแลสุขภาพแห่งชาติ หรือ เอ็นเอชเอส ที่รับผ่าตัดซิลิโคนออกได้ฟรี แต่ระบบดังกล่าว รับเฉพาะเคสที่รุนแรง ติดเชื้อ เน่า หรือมีความเสี่ยงสูงเท่านั้น ทั้งยังมีคนไข้รอรับการรักษาเป็นจำนวนมาก

ผ่านม , ผ่าซิลิโคนออกเอง , ข่าวสดวันนี้
Cr , TRIANGLE NEWS

หลังจากนั้นโทเนียได้เขียนจดหมายไปหาแพทย์ของเธอ แจ้งว่าซิลิโคนหน้าอกไซส์ F นี้มันส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเธอ และจะเอามันออกด้วยตัวเอง โดยสาวใหญ่ใจเด็ดรายนี้ เริ่มค้นหาข้อมูลในกูเกิลและพบว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งเคยทำแบบนี้มาแล้ว โดยที่ผู้หญิงคนนี้นำซิลิโคนออกมาได้แค่ข้างเดียวก็เป็นลมหมดสติไปเสียก่อนและต้องถูกหามเข้าโรงพยาบาล โดยโทเนียได้ศึกษาดูวิธีการทำอย่างละเอียด ไปซื้อมีดคัตเตอร์ ราคา 30 บาท จากร้านค้าแถวบ้าน และรอให้สามีออกจากบ้านก่อนจะลงมือ

เธอเล่าว่า เธอเริ่มจากการนำน้ำแข็งมาถูตรงรอยแผลเป็นที่เกิดจากการผ่าตัดรอยเก่า และกดทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที จากนั้นก็ตรวจสอบดูว่าชาพอหรือยัง เมื่อแน่ใจดีแล้ว เธอเริ่มใช้มีดกรีดทับรอยแผล และพบว่าไม่เจ็บปวดใด ๆ แต่พยายามกรีดหลบหลอดเลือดแดงหรือเส้นเลือดใหญ่ จนกระทั่งถึงซิลิโคนที่อยู่ด้านใน เมื่อแผลกว้างพอแล้ว จึงดึงซิลิโนออกมา หลังจากนั้นก็ทำซ้ำกับหน้าอกอีกข้าง จากนั้นได้หาผ้าก๊อซมาปิดแผล และใส่เสื้อยกทรง และแต่งตัวตามปกติ ก่อนจะขับรถไปโรงพยาบาล

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉินว่าเธอเพิ่งจะผ่าซิลิโคนออกจากร่างกายโดยแพทย์ได้ล้างแผล และดึงเศษซิลิโคนที่เหลืออยู่ออกจนหมด และเย็บแผลให้ หลังจากนั้นโทเนียนอนพักเพียง 2-3 ชั่วโมงจึงสามารถกลับบ้านได้

ทางด้านดร. นาวีน คาเวล จากสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเพื่อความสวยความงามของอังกฤษ ให้ความเห็นว่า เธอโชคดีมากที่สามารถผ่าตัดซิลิโคนออกเองได้โดยที่ไม่เป็นอะไร เพราะเสี่ยงติดเชื้อสูงมาก และรวมถึงอันตรายจากการผ่าไปโดนเลือดใหญ่เข้า ซึ่งนับได้ว่ามีความเสี่ยงสูงอย่างมาก ส่วนสาเหตุที่เธอไม่รู้สึกเจ็บปวดเมื่อลงมือผ่าหน้าอกด้วยตัวเอง เป็นไปได้ว่าเส้นประสาทบริเวณฐานหน้าอกของเธอได้รับความเสียหาย

ที่มา  www.odditycentral.comwww.thetimes.co.uk

กทม.เข้ารื้อถอน ชุมชนป้อมมหากาฬ! ชาวบ้านเก็บของลาทั้งน้ำตา

ชาวชุมชนป้อมมหากาฬ เก็บของลาทั้งน้ำตา ต่างทำใจไม่ได้ หลังจาก กทม.เข้ารื้อถอนบ้านเรือนเพื่อใช้ประโยชน์สาธารณะ

วันนี้ ( 25 เม.ย. 61) ที่ ชุมชนป้อมมหากาฬ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ที่นำโดย ว่าที่ร้อยตรี สุทัศน์ กาเซ็ม หัวหน้ากลุ่มงานจัดกรรมสิทธิ์ เข้ารื้อถอนบ้านเรือนในชุมชนฯ เริ่มมีการรื้อถอนในเวลาประมาณ 10 :00 น. ซึ่งเริ่มรื้อถอนจากบ้าน เลขที่ 127 ซึ่งผู้อยู่อาศัยสุดท้ายคือครอบครัวของ นางสมพร อาปะนนท์ หรือ ป้าเฮง อายุ 77 ปี เจ้าของร้านขายของชำ ซึ่งเดิมอาศัยในบ้านเลขที่ 169 เมื่อบ้านดังกล่าวถูกรื้อ จึงย้ายเข้าอยู่ในบ้านเลขที่ 127 กระทั่งวันนี้

โดย “ ป้าเฮง ” เปิดเผยขณะน้ําตาคลอว่า สงสารหลานมากๆ ส่วนตนยังทำใจไม่ได้ แต่เคยคิดว่าจะขอตายในชุมชนป้อมมหากาฬ แต่ตอนนี้ย้ายออกโดยได้ทยอยเก็บของเตรียมย้ายไปอยู่ที่ชุมชนกัลยาณมิตร ย่านบางซื่อ เหมือนกับชาวบ้านคนอื่น นอกจากตนและครอบครัวแล้ว จะพาแมวไปด้วย 1 ตัว แม้ไม่ใช่แมวของตน แต่เป็นแมวในชุมชนที่ผูกพันอย่างมาก หลานชายก็รักแมวมาก นำไปอยู่ด้วย

ในขณะเดียวกันตลอดทั้งวันชาวบ้านได้ทยอยขนของออกจากพื้นที่ชุมชนเพราะเป็นวันสุดท้ายที่ กทม. อนุญาตให้อยู่อาศัย ในช่วงเวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่สำนักการโยธา กรงเทพมหานคร ได้ช่วยเหลือผู้อยู่อาศัยในบ้านเลขที่ 109 ขนย้ายสิ่งของ โดยบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านโบราณ มีอายุสมัยในช่วงรัชกาลที่ 5 ถึง รัชกาลที่ 7 มีลักษณะเป็นเรือนขนมปังขิงซึ่งได้รับอิทธิพลศิลปะตะวันตก

อย่างไรก็ตาม ผู้อยู่อาศัยในบ้านดังกล่าว มีความประสงค์จะรื้อบ้านด้วยตนเอง ซึ่งจะนำไม้ไปเก็บรักษาไว้ด้วยความคาดหวังจะนำไปปลูกที่อื่นเพื่อสร้างชุมชนอีกครั้งร่วมกับบ้านอีกอย่างน้อย 2 หลังคือ บ้านริมคลองของนายพรเทพ บูรณะบุรีเดช อดีตรองประธานชุมชนป้อมมหากาฬ และบ้านของนายธวัชชัย วรมหาคุณ อดีตประธานชุมชนป้อมมหากาฬ ที่รื้อถอนเองภาพในสัปดาห์นี้

สำหรับ ป้อมมหากาฬสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ในปี พ.ศ. 2326 เป็นป้อม 1 ใน 14 ป้อมที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อป้องกันรักษาพระนคร มีลักษณะรูปแปดเหลี่ยม มีกำแพงล้อมรอบ 2 ชั้น เป็นป้อมประจำพระนครด้านตะวันออก ปัจจุบันป้อมมหากาฬเป็น 1 ใน 2 ป้อมที่ยังคงเหลืออยู่ในกรุงเทพมหานคร อีกป้อมหนึ่งคือป้อมพระสุเมร ทางกรุงเทพมหานคร และกรมศิลปากรได้บูรณะซ่อมแซมป้อมมหากาฬเมื่อคราวพระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ในปี พ.ศ. 2525 และได้มีการบูรณะเรื่อยมาจนมีสภาพที่เห็นในปัจจุบัน

ที่ตั้งด้านหนึ่งของป้อมเป็นที่อยู่ของชุมชนที่มีชื่อเสียงด้านลิเกโบราณ ผู้ที่ศึกษาด้านการมีส่วนร่วมของชุมชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศมักจะมาสำรวจและทำวิจัยเรื่องการมีส่วนร่วมฯ ณ ชุมชนแห่งนี้ โดยมีประวัติการชุมนุมและต่อสู้มายาวนานกว่าสองทศวรรษ ในสมัยรัชกาลที่ 1-4 เป็นบ้านพักขุนนางชั้นสูงหลายท่าน เช่น เจ้าพระยายมราช (ครุฑ) เสนาบดีกรมเวียง (กรมเมือง) ฯลฯ เป็นต้น