ผกก.รถไฟ ร้องขอความเป็นธรรม กรณีภรรยาถูกดำเนินคดีหมิ่นประมาท ปมมรดกร้อยล้านที่สุราษฎร์ธานี
พ.ต.อ.โอฬาร สุขเกษม ผกก.4 กองบังคับการตำรวจรถไฟ เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ โดยขอให้อัยการสูงสุดมีคำสั่งไปยังอัยการจังหวัดประจำศาลแขวงสุราษฎร์ธานี ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในทะเบียนราษฎร์ ของนางจิตสอางค์ ตรัยพรวรยุตก์ ว่าถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากนางจิตสอางค์ ได้ใช้ทะเบียนบ้านปลอมกลั่นแกล้งแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ นางสุนิตา สุขเกษม ในความผิดต่อส่วนตัวเรื่องหมิ่นประมาท
พ.ต.อ.โอฬาร กล่าวว่า ภรรยาของตน คือ นางสุริตา สุขเกษม ตกเป็นผู้ต้องหาคดีหมิ่นประมาทนางจิตสอางค์ ตรัยพรวรยุตก์ ปลอมทะเบียนบ้าน ซึ่งเริ่มเรื่องจาก นางจิตสอางค์ ใช้ทะเบียนบ้านปลอมแอบอ้างเป็นบุตรของนางพูนสิน โพธิรักขิต ยื่นคำร้องต่อศาลอันเป็นเท็จขอจัดการมรดกมูลค่านับ 100 ล้านบาทของ นางพูลสิน ผู้ตายซึ่งไม่มีทายาท จากนั้นศาลจึงแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกโดยมิชอบ และ นางจิตสอางค์ ได้จำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์มรดกโดยทุจริต

ทั้งนี้ นางสุริตา ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ นางจิตสอางค์ ในคดีต่างๆ จนกระทั่งปัจจุบันผ่านมานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยได้ร้องเรียนต่อนายทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี นายทะเบียนท้องถิ่นจังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักทะเบียนกลาง และพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ปรากฏว่าไม่มีการดำเนินการตรวจสอบพิสูจน์ว่าทะเบียนบ้านที่นางจิตสอางค์ใช้แอบอ้างถูกต้องหรือไม่
โดยตลอด 10 ปีที่ผ่านมาไม่มีผู้เกี่ยวข้องคนใดปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร์ และระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบว่า นางจิตสอางค์ เป็นบุตรของใคร ตามที่นางสิริตากล่าวหา ทั้งนี้จึงอยากขอให้มีการเก็บตัวอย่างและตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอโดยสถาบันที่มีอำนาจหน้าที่อย่างน้อย 5 แห่ง

ซึ่งขณะนี้ พนักงานอัยการจังหวัดประจำศาลแขวงสุราษฎร์ธานีได้ใช้ทะเบียนบ้านปลอมของนางจิตสอางค์เป็นหลักฐานฟ้องนางสิริตาในความผิดฐานหมิ่นประมาททั้งที่ยังไม่มีการตรวจสอบ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่จะพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของนางสิริตา โดยจะนำตัวฟ้องต่อศาล
ตนจึงขอความเป็นธรรมให้อัยการสูงสุดสั่งการให้พนักงานอัยการจังหวัดประจำศาลแขวงสุราษฎร์ธานีมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงพยานหลักฐานในประเด็นสำคัญว่าทะเบียนบ้านที่นางจิตสอางค์ให้แอบอ้างกล่าวหานางสิริตานั้น เป็นทะเบียนบ้านที่ถูกต้องตรงกับความจริงหรือเป็นทะเบียนบ้านพร้อมที่มีข้อมูลไม่ถูกต้อง เพื่อพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของนางสิริตา
หากสรุปได้ว่าเอกสารทะเบียนบ้านซึ่งเป็นเอกสารราชการและเป็นเอกสารมหาชนที่นางจิตสอางค์ใช้อ้างกลั่นแกล้งเป็นของปลอม เท่ากับว่าเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบใช้เอกสารราชการปลอมในการพิจารณาสั่งฟ้องนางสิริตา อันเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมายอาญาและกฎหมาย ป.ป.ช.