รวบพ่อเลี้ยง ขืนใจลูกเลี้ยงวัย 17 ปี นานกว่า 3 ปี

จับกุมตัวได้แล้ว! พ่อเลี้ยงขืนใจลูกเลี้ยงวัย 17 ปี นานกว่า 3 ปี หนีไปอยู่นครสวรรค์ หลังแม่เหยื่อแจ้งความจับ

พันตำรวจโทวิทวัส บูรณะ รองผู้กำกับการ สวัสดิภาพเด็กและสตรี พันตำรวจชยเดช ไคยฤทธิ์ รองผู้กำกับการ สวัสดิภาพเด็กและสตรี  พ.ต.ต.นพรัตน์ บุญถนอม สารวัตรสวัสดิภาพเด็กและสตรี ร่วมแถลงจับกุมนายเอ (นามสมมติ) ในข้อหา พรากผู้เยาว์ไปเพื่ออนาจาร โดยจับกุมได้ที่ห้องเช่า ในอ.เมือง จ.นครสวรรค์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

โดยพันตำรวจโทวิทวัส ระบุว่าได้รับการประสานจากตำรวจสน.พระโขนง ว่าให้ช่วยติดตามจับกุมนายเอ หลังรับแจ้งจากมารดาของน.ส.กิ๊ฟ อายุ 17 ปี ว่าถูกนายเอ ซึ่งเป็นสามีตนและมีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของ น.ส.กิ๊ฟล่วงละเมิดมาเป็นเวลากว่า 3 ปี โดยที่มารดาเพิ่งจะรู้เรื่องเมื่อเดือนมีนาคม และเครียดมาก เกือบจะฆ่าตัวตาย

ซึ่งเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่าล่วงละเมิดลูกเลี้ยงจริง และจะอาศัยจังหวะที่ภรรยาออกไปทำงาน ก่อนที่ต่อมาจะทราบว่าภรรยารู้เรื่องที่เกิดขึ้นและไปเเจ้งความ จึงหลบหนีไปอยู่ที่จ.นครสวรรค์ กระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว เบื้องต้น ชุดจับกุมกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี นำตัวส่งตำรวจสน.พระโขนงดำเนินคดี เนื่องจากเป็นท้องที่ที่เกิดเหต

ผกก.รถไฟ ขอความเป็นธรรม กรณีภรรยาถูกดำเนินคดีหมิ่นประมาท ปมมรดกร้อยล้าน

ผกก.รถไฟ ร้องขอความเป็นธรรม กรณีภรรยาถูกดำเนินคดีหมิ่นประมาท ปมมรดกร้อยล้านที่สุราษฎร์ธานี

พ.ต.อ.โอฬาร สุขเกษม ผกก.4 กองบังคับการตำรวจรถไฟ เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ โดยขอให้อัยการสูงสุดมีคำสั่งไปยังอัยการจังหวัดประจำศาลแขวงสุราษฎร์ธานี ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในทะเบียนราษฎร์ ของนางจิตสอางค์ ตรัยพรวรยุตก์ ว่าถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากนางจิตสอางค์ ได้ใช้ทะเบียนบ้านปลอมกลั่นแกล้งแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ นางสุนิตา สุขเกษม ในความผิดต่อส่วนตัวเรื่องหมิ่นประมาท

พ.ต.อ.โอฬาร กล่าวว่า ภรรยาของตน คือ นางสุริตา สุขเกษม ตกเป็นผู้ต้องหาคดีหมิ่นประมาทนางจิตสอางค์ ตรัยพรวรยุตก์ ปลอมทะเบียนบ้าน ซึ่งเริ่มเรื่องจาก นางจิตสอางค์ ใช้ทะเบียนบ้านปลอมแอบอ้างเป็นบุตรของนางพูนสิน โพธิรักขิต ยื่นคำร้องต่อศาลอันเป็นเท็จขอจัดการมรดกมูลค่านับ 100 ล้านบาทของ นางพูลสิน ผู้ตายซึ่งไม่มีทายาท จากนั้นศาลจึงแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกโดยมิชอบ และ นางจิตสอางค์ ได้จำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์มรดกโดยทุจริต

ทั้งนี้ นางสุริตา ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ นางจิตสอางค์ ในคดีต่างๆ จนกระทั่งปัจจุบันผ่านมานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยได้ร้องเรียนต่อนายทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี นายทะเบียนท้องถิ่นจังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักทะเบียนกลาง และพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ปรากฏว่าไม่มีการดำเนินการตรวจสอบพิสูจน์ว่าทะเบียนบ้านที่นางจิตสอางค์ใช้แอบอ้างถูกต้องหรือไม่

โดยตลอด 10 ปีที่ผ่านมาไม่มีผู้เกี่ยวข้องคนใดปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร์ และระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบว่า นางจิตสอางค์ เป็นบุตรของใคร ตามที่นางสิริตากล่าวหา ทั้งนี้จึงอยากขอให้มีการเก็บตัวอย่างและตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอโดยสถาบันที่มีอำนาจหน้าที่อย่างน้อย 5 แห่ง

ซึ่งขณะนี้ พนักงานอัยการจังหวัดประจำศาลแขวงสุราษฎร์ธานีได้ใช้ทะเบียนบ้านปลอมของนางจิตสอางค์เป็นหลักฐานฟ้องนางสิริตาในความผิดฐานหมิ่นประมาททั้งที่ยังไม่มีการตรวจสอบ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่จะพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของนางสิริตา โดยจะนำตัวฟ้องต่อศาล

ตนจึงขอความเป็นธรรมให้อัยการสูงสุดสั่งการให้พนักงานอัยการจังหวัดประจำศาลแขวงสุราษฎร์ธานีมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงพยานหลักฐานในประเด็นสำคัญว่าทะเบียนบ้านที่นางจิตสอางค์ให้แอบอ้างกล่าวหานางสิริตานั้น เป็นทะเบียนบ้านที่ถูกต้องตรงกับความจริงหรือเป็นทะเบียนบ้านพร้อมที่มีข้อมูลไม่ถูกต้อง เพื่อพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของนางสิริตา

หากสรุปได้ว่าเอกสารทะเบียนบ้านซึ่งเป็นเอกสารราชการและเป็นเอกสารมหาชนที่นางจิตสอางค์ใช้อ้างกลั่นแกล้งเป็นของปลอม เท่ากับว่าเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบใช้เอกสารราชการปลอมในการพิจารณาสั่งฟ้องนางสิริตา อันเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมายอาญาและกฎหมาย ป.ป.ช.

เปลวไฟสูงเสียดฟ้า ! ไฟไหม้บ่อน้ำมันเถื่อนในอินโดฯ ดับแล้ว 10 ศพ

เกิดเหตุไฟไหม้บ่อน้ำมันผิดกฎหมายในจังหวัดอาเจะห์ของอินโดนีเซีย เสียชีวิตแล้ว 10 ศพ

วันที่ 25 เม.ย. 2561เกิดเหตุไฟไหม้บ่อน้ำมัน ในจังหวัดอาเจะห์ บนเกาะสุมาตรา ของอินโดนีเซีย รายงานล่าสุดพบว่าน้ำมันที่รั่วไหลทำให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นเมื่อเวลาราว 1.30 น. มีผู้เสียชีวิตแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ราย บาดเจ็บจำนวนมาก นอกจากนี้บ้านเรือนประชาชนเสียหายไปอย่างน้อย 3 หลัง ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าอะไรคือสาเหตุให้เกิดเหตุนี้ขึ้น

จากภาพเหตุการณ์แสดงให้เห็นว่า เปลวไฟกำลังพวยพุ่งขึ้นสู่อากาศ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมายืนยันว่า พบร่างผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 ราย และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บได้ถูกส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลจำนวนมาก ขณะที่ผู้เสียชีวิตรวมถึงผู้ได้รับบาดเจ็บ เข้าไปตักน้ำมันจากบ่อขณะที่เกิดเพลิงไหม้

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรง บ่อยครั้งในอินโดนีเซีย ซึ่งว่ากันว่า มีความหละหลวมในเรื่องมาตรฐานด้านความปลอดภัย โดยความปลอดภัยในสถานที่ทำงานและมาตรฐานการก่อสร้างอาคารเป็นหนึ่งปัญหาใหญ่สำหรับอินโดนีเซีย ทั้งนี้พื้นที่ทางภาคตะวันออกของจังหวัดอาเจะห์เต็มไปด้วยกิจการบ่อน้ำมันรายย่อย ที่ลักลอบดำเนินการอย่างผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตามรัฐบาลอินโดนีเซียได้ระงับโครงการก่อสร้างทางรถไฟและเส้นทางยกระดับเอาไว้ชั่วคราวในปีนี้เพื่อทบทวนมาตรฐานด้านความปลอดภัย หลังเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นหลายครั้ง

ที่มา www.channelnewsasia.com