จวกยับ! ฝรั่งเฒ่าสุดหื่น’โชว์ของลับ’ไล่ลวนลามเด็กในไทย ถูกปรับแค่ 1,000 (คลิป)

ชาวบ้านโวย ชายชาวอเมริกันไล่ล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงในประเทศไทยแต่ถูกปรับแค่ 1,000 บาทชี้ควรขับไล่ออกนอกประเทศพร้อมขึ้นบัญชีดำ

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ ‘เดลิ เมล์’ สื่อดังจากประเทศอังกฤษ รายงานข่าว กรณีชาวอเมริกันวัยเกษียณก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงในประเทศไทย ก่อนถูกนำตัวส่งสถานีตำรวจ ที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน โดยรายงานระบุว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 เม.ย.2561 ที่ผ่านมา

โดยมีหลักฐานชิ้นสำคัญคือกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพขณะที่นายไมเคิล สติลลิงเกอร์ วัย 65 ปี ชาวเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา มีอาการเมาสุรา วิ่งไล่ตามกลุ่มเด็กเล็ก ซึ่งมีอายุระหว่าง 2-9 ขวบ บริเวณด้านนอกวัด อ.ปาย โดยคว้าตัวเด็กหญิงคนหนึ่งมากอด จากนั้นนายสติลลิงเกอร์ได้ถกกางเกงตัวเองเพื่อโชว์ของสงวน และตะโกนลั่นว่า “ไอเลิฟยู”

เบื้องต้น มีผู้พักอาศัยต่างชาติรายหนึ่ง ทราบชื่อ นายทอม บาโรนี ชาวสวีเดน วัย 37 ปี ได้นำตัวนายสติลลิงเกอร์ไปยังสภ.อ.ปาย โดยถูกลงโทษปรับเงิน 500 บาท ฐานประพฤติลามกอนาจารในที่สาธารณะและปรับอีก 500 บาท รวมถึงเมาสุราจนก่อความวุ่นวายแก่ผู้อื่น และได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา

ขณะที่ประชาชนร้องเรียนให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดอีกครั้ง ตำรวจจึงพิจารณาว่าบุคคลนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่งและไม่ควรจะอาศัยอยู่ในประเทศไทย เนื่องจากมีความเสี่ยงจะก่อเหตุกับเด็กอีก โดยตำรวจจะติดตามเรื่องการขึ้นบัญชีดำเพื่อไม่ให้เดินทางเข้าประเทศไทยได้อีก และจะดำเนินการผลักดันออกนอกประเทศต่อไป

‘พล.อ.ประวิตร’ เยือน เพนตากอน รมว.กลาโหมสหรัฐต้อนรับชื่นมื่น

“พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” นำผู้แทนเหล่าทัพ เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ย้ำความสัมพันธ์สองประเทศแน่นแฟ้น

วันที่ 24 เม.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีว่าการกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ เดินทางไปยังกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพื่อเยี่ยมคำนับและหารือกับ พล.อ.เจมส์ แมตทิสรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ โดยบรรยากาศการต้อนรับเป็นไปอย่างอบอุ่น

พร้อมกันนี้ พล.อ.เจมส์ แมตทิส ได้แสดงความยินดีกับ พล.อ.ประวิตร ที่ได้พบกันอีก หลังจากที่ ได้เดินทางเข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อ ต.ค. 60 ซึ่งไม่เคยเห็นประชาชนประเทศใด ที่จะเทิดทูนและให้ความเคารพรักสถาบันพระมหากษัตริย์เท่ากับประชาชนชาวไทย และขอบคุณ พล.อ.ประวิตร ที่เดินทางมาเยือนและร่วมแสดงความรำลึกถึงทหารที่เสียชีวิตจากสงคราม

พล.อ.เจมส์ แมตทิสกล่าวถึง ความสัมพันธ์และมิตรภาพระหว่าง ไทย กับ สหรัฐฯ ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 200 ปี และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้การต้อนรับพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชีย ย้อนไปตั้งแต่ปี ค.ศ. 1818 ในสมัยรัชกาลที่ 4 ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ ไทยได้เสนอส่งช้างให้สหรัฐฯ สนับสนุนสหรัฐฯ ในช่วงสงครามกลางเมืองของสหรัฐฯ แม้ประธานาธิบดี ลินคอล์น จะไม่ได้ตอบรับข้อเสนอดังกล่าว แต่สหรัฐฯ มีความซาบซึ้งใจและเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงมิตรไมตรีที่มีมายาวนานของทั้งสองประเทศได้เป็นอย่างดี

สหรัฐฯ ตระหนักว่าไทยเป็นศูนย์กลางที่จะช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค ในฐานะที่เป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิด สหรัฐฯ ยึดมั่นที่จะร่วมมือกับไทยเพื่อคงความมีเสถียรภาพและการเสริมสร้างขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกัน ระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก ที่เปิดกว้างและเสรีของสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายได้หารือเน้นย้ำความความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์ระหว่างไทย กับ สหรัฐฯ โดยเฉพาะภายหลังจากที่ทั้งสองประเทศได้ออกแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วม ว่าด้วยการเป็นพันธมิตรด้านการป้องกันประเทศระหว่างไทย – สหรัฐฯ ค.ศ. 2012

ส่วนทางด้านพล.อ.ประวิตร ได้กล่าวแสดงความขอบคุณ พล.อ.เจมส์ แมตทิส ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นพร้อมทั้งแสดงความยินดีต่อการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 200 ปี แห่งมิตรภาพไทย – สหรัฐฯ โดยเมื่อ 20 มี.ค. 61 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดนิทรรศการ ฉลองความสัมพันธ์ “Great and Good Friends” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นลึกซึ้งและเป็นมิตรที่ดีต่อกัน

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร กล่าวย้ำว่า สหรัฐฯ เป็นพันธมิตรที่สำคัญของไทย และขอให้เชื่อมั่นว่า ไทยจะยังคงเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นของสหรัฐฯ อยู่เช่นเดิม ซึ่งความสัมพันธ์ทางทหาร ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เป็นหัวใจสำคัญของความสัมพันธ์ทวิภาคีทั้งสองประเทศ

โดยไทยพร้อมสนับสนุนสหรัฐฯ ในการสร้างความตระหนักรู้ทางทะเล และความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลในกรอบอาเซียน เพื่อความสงบสุขร่วมกันของภูมิภาค และพร้อมสนับสนุนแนวคิดของสหรัฐฯ เรื่องความริเริ่มความร่วมมือด้านการขนส่งทางอากาศในภูมิภาค และพร้อมสนับสนุนแนวคิดของสหรัฐฯ เรื่องความริเริ่มความร่วมมือด้านการขนส่งทางอากาศในภูมิภาค ตลอดจนแนวคิดในการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการส่งกำลังบำรุง พร้อมทั้งคาดหวังการสนับสนุนและเสนอแนะจากสหรัฐฯ

‘พล.อ.ประวิตร’ เยือน เพนตากอน รมว.กลาโหมสหรัฐต้อนรับชื่นมื่น

“พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” นำผู้แทนเหล่าทัพ เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ย้ำความสัมพันธ์สองประเทศแน่นแฟ้น

วันที่ 24 เม.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีว่าการกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ เดินทางไปยังกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพื่อเยี่ยมคำนับและหารือกับ พล.อ.เจมส์ แมตทิสรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ โดยบรรยากาศการต้อนรับเป็นไปอย่างอบอุ่น

พร้อมกันนี้ พล.อ.เจมส์ แมตทิส ได้แสดงความยินดีกับ พล.อ.ประวิตร ที่ได้พบกันอีก หลังจากที่ ได้เดินทางเข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อ ต.ค. 60 ซึ่งไม่เคยเห็นประชาชนประเทศใด ที่จะเทิดทูนและให้ความเคารพรักสถาบันพระมหากษัตริย์เท่ากับประชาชนชาวไทย และขอบคุณ พล.อ.ประวิตร ที่เดินทางมาเยือนและร่วมแสดงความรำลึกถึงทหารที่เสียชีวิตจากสงคราม

พล.อ.เจมส์ แมตทิสกล่าวถึง ความสัมพันธ์และมิตรภาพระหว่าง ไทย กับ สหรัฐฯ ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 200 ปี และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้การต้อนรับพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชีย ย้อนไปตั้งแต่ปี ค.ศ. 1818 ในสมัยรัชกาลที่ 4 ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ

ไทยได้เสนอส่งช้างให้สหรัฐฯ สนับสนุนสหรัฐฯ ในช่วงสงครามกลางเมืองของสหรัฐฯ แม้ประธานาธิบดี ลินคอล์น จะไม่ได้ตอบรับข้อเสนอดังกล่าว แต่สหรัฐฯ มีความซาบซึ้งใจและเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงมิตรไมตรีที่มีมายาวนานของทั้งสองประเทศได้เป็นอย่างดี

สหรัฐฯ ตระหนักว่าไทยเป็นศูนย์กลางที่จะช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค ในฐานะที่เป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิด สหรัฐฯ ยึดมั่นที่จะร่วมมือกับไทยเพื่อคงความมีเสถียรภาพและการเสริมสร้างขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกัน ระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก ที่เปิดกว้างและเสรีของสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายได้หารือเน้นย้ำความความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์ระหว่างไทย กับ สหรัฐฯ โดยเฉพาะภายหลังจากที่ทั้งสองประเทศได้ออกแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วม ว่าด้วยการเป็นพันธมิตรด้านการป้องกันประเทศระหว่างไทย – สหรัฐฯ ค.ศ. 2012

ส่วนทางด้านพล.อ.ประวิตร ได้กล่าวแสดงความขอบคุณ พล.อ.เจมส์ แมตทิส ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นพร้อมทั้งแสดงความยินดีต่อการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 200 ปี แห่งมิตรภาพไทย – สหรัฐฯ โดยเมื่อ 20 มี.ค. 61 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดนิทรรศการ ฉลองความสัมพันธ์ “Great and Good Friends” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นลึกซึ้งและเป็นมิตรที่ดีต่อกัน

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร กล่าวย้ำว่า สหรัฐฯ เป็นพันธมิตรที่สำคัญของไทย และขอให้เชื่อมั่นว่า ไทยจะยังคงเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นของสหรัฐฯ อยู่เช่นเดิม ซึ่งความสัมพันธ์ทางทหาร ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เป็นหัวใจสำคัญของความสัมพันธ์ทวิภาคีทั้งสองประเทศ โดยไทยพร้อมสนับสนุนสหรัฐฯ ในการสร้างความตระหนักรู้ทางทะเล และความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลในกรอบอาเซียน เพื่อความสงบสุขร่วมกันของภูมิภาค และพร้อมสนับสนุนแนวคิดของสหรัฐฯ เรื่องความริเริ่มความร่วมมือด้านการขนส่งทางอากาศในภูมิภาค และพร้อมสนับสนุนแนวคิดของสหรัฐฯ เรื่องความริเริ่มความร่วมมือด้านการขนส่งทางอากาศในภูมิภาค ตลอดจนแนวคิดในการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการส่งกำลังบำรุง พร้อมทั้งคาดหวังการสนับสนุนและเสนอแนะจากสหรัฐฯ