แตกตื่น! ท่อระบายน้ำร้านในห้างดังแตกทะลัก ลูกค้าวิ่งหนีกันชุลมุน

แตกตื่น! ท่อระบายน้ำร้านในห้างดังศรีราชา แตกทะลัก ลูกค้าวิ่งหนีกันชุลมุน

วันนี้(23 พ.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดฝนตกอย่างหนักในพื้นที่ ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จนทำให้ท่อระบายน้ำฝนที่อยู่ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี น้ำได้ทะลักลงมาจากเพดานฝ้าท่วมเต็มร้าน MK ชั้น 3 ส่งผลให้บรรดาลูกค้าที่นั่งรับประทานอาหารอยู่ภายในร้านตอนนั้น ต้องพากันวิ่งหลบหนีกันอย่างชุลมุน โดยมีลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการต่างนำโทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปวิดีโอไว้ได้

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นมี่ไป ที่ร้าน MK ดังกล่าว พบว่าได้มีช่างของทางห้างเข้ามาตรวจสอบและเร่งเข้าทำการแก้ไขเพดานฝ้าในส่วนที่เกิดความเสียหาย จากการที่มีน้ำไหลทะลักลงมาซึ่งเพดานฝ้าบางส่วนนั้นเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่

จากการสอบถาม น.ส. พิกุลทอง พันข้างเหนียว อายุ 29 ปี พนักงานของร้าน ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุนั้นได้มีฝนตกลงมาอย่างแรงบริเวณด้านนอกของร้าน ซึ่งจู่ๆได้มีเสียงดังมาจากฝ้าเพดานอยู่สองครั้งโดยครั้งแรกนั้นไม่มีน้ำไหลทะลักลงมาพอครั้งที่สองพอสิ้นเสียงที่ดังอยู่บนฝ้าเพดาน ก็มีน้ำจำนวนมหาศาลไหลลงมาจากฝ้าเพดานลงสู่พื้น ซึ่งในตอนนั้นทำให้ลูกค้าที่นั่งรับประทานอาหารกันอยู่พร้อมทั้งพนักงานในร้านต่างพากันวิ่งหนีกันอย่างโกลาหล

ด้านนายเสกสรรค์ โสภารัตน์ อายุ 38 ปี ช่างประจำห้าง กล่าวต่อว่า สาเหตุที่เกิดเหตุการณ์น้ำทะลักจากเพดานลงมาสู่พื้นนั้นเกิดจากท่อระบายน้ำฝนเสื่อมสภาพลง จนทำให้ระบายน้ำไม่ทัน โดยในส่วนนี้ทางทีมช่างจะรีบเร่งแก้ไขให้โดยเร็วที่สุด และสามารถเปิดทำการได้ปกติในวันพรุ่งนี้อีกด้วย

รวบแล้ว ‘แอนนา’ พร้อมสมุนร่วมทีม ก่อเหตุอุ้มรีดนักธุรกิจหญิงจีน 10 ล้าน

รวบแล้ว ‘แอนนา’ พร้อมสมุนร่วมทีม ก่อเหตุอุ้มรีดนักธุรกิจหญิงจีน 10 ล้านบาท ตำรวจ 191 จับได้ขณะพยายามซ้อน จยย.รับจ้างหนี

จากกรณีคดีน.ส.จินไช่ เชน อายุ 40 ปี นักธุรกิจสาวชาวจีนถูกแก๊งโจรชาวจีนและคนไทยร่วมกันจับตัวไปจากสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเรียกเงินค่าไถ่ 1.9 ล้านหยวน หรือประมาณเกือบ 10 ล้านบาท ตามข่าวที่เคยนำเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด ‘แอนนา’ พร้อมสมุนร่วมทีม พร้อมสมุนร่วมทีม ก่อเหตุอุ้มรีดนักธุรกิจหญิงจีน 10 ล้าน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้ขณะพยายามหลบหนี ทั้งนี้ ตำรวจตั้งข้อหาร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใดเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่,ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือทำด้วยประการใดๆให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย’ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจหรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น และร่วมกันกรรโชก

รถทัวร์จ่อลดเที่ยววิ่งกว่า 30% หลังได้รับผลกระทบน้ำมันแพง

บริษัทนครชัยทัวร์ เตรียมลดเที่ยววิ่งรถโดยสารลงกว่า 30% หลังได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาน้ำมัน

วันนี้(23 พ.ค.) นายชัยวัฒน์ วงศ์เบญจรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัทนครชัย 21 จำกัด และรองกรรมการผู้จัดการบริษัทนครชัยทัวร์ จำกัด ผู้ประกอบการรถโดยสารรายใหญ่ในจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สำหรับเครือบริษัทนครชัย ซึ่งประกอบไปด้วย บริษัทนครชัยทัวร์ และบริษัทนครชัย21 ปัจจุบันมีรถโดยสารวิ่งให้บริการอยู่จำนวน 130 คัน โดยมีทั้งที่วิ่งระหว่างจังหวัด และวิ่งระหว่างกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา ซึ่งใช้น้ำมันดีเซลเติมรถยนต์ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 500,000 ลิตร

โดยปัจจุบันจัดเก็บค่าโดยสารตามโครงสร้างราคาน้ำมันตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 ซึ่งขณะนั้นราคาน้ำมันอยู่ที่ลิตรละ 19.69 บาท หลังจากนั้นเป็นต้นมาถึงปัจจุบันนี้ ผ่านมากว่า 2 ปี ราคาน้ำมันได้พุ่งทะลุ 30 บาทแล้ว แต่ยังไม่เคยได้ปรับขึ้นค่าโดยสารแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งที่ค่าน้ำมัน ค่าแรงขั้นต่ำ และค่าครองชีพก็เพิ่มสูงขึ้นมากแล้ว ซึ่งรัฐบาลก็ต้องมองในข้อเท็จจริงกับประชาชนส่วนนี้ด้วย ไม่เช่นนั้นประชาชนก็จะพูดว่าพอน้ำมันขึ้น ก็จะขอขึ้นราคาค่าโดยสารด้วย ทั้งที่ในความเป็นจริงควรจะขึ้นราคาค่าโดยสารมานานแล้ว

ทั้งนี้ หากไม่มีการปรับขึ้นค่าโดยสารให้สมเหตุสมผล ก็จะทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายหนักมาก ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายต้องขอลดเที่ยววิ่งรถแทน เพื่อลดภาระต้นทุนลง โดยขณะนี้มีหลายบริษัทก็เริ่มทำหนังสือถึงกรมการขนส่งทางบก เพื่อขอลดเที่ยววิ่งลงแล้ว ส่วนทางบริษัทนครชัยฯ ก็เช่นกันได้ทำหนังสือยื่นต่อกรมการขนส่งทางบก เพื่อขอลดเที่ยววิ่งลงถึง 30 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทไม่เคยทำมาก่อน และคาดว่าจะมีผลนำมาใช้เร็วๆ นี้