หวาดเสียว! นาทีนักท่องเที่ยวพลัดตกจากหน้าผา ขณะเที่ยวน้ำตก

คลิปชีวิตนักท่องเที่ยวหนุ่ม พลัดตกจากหน้าผาสูงกระแทกพื้นจนแน่นิ่ง หลังพลาดระหว่างเดินเที่ยวชมน้ำตก 

วันนี้ (23 พ.ค. 2561) ในโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อคลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก พรทิพา สุพัฒนุกูล ที่ได้เผยให้เห็นภาพนาทีชีวิต ขณะเกิดเหตุมีคนตกจากหน้าผาสูงขณะกำลังเดินเที่ยวน้ำตก

โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่า มีนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่กำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน อยู่ในน้ำตกแห่งหนึ่งที่ไม่ระบุสถานที่ จากนั้นไม่นานก็ได้ยินคนถ่ายคลิปร้องเสียงตกใจให้อีกคนถอยห่างจากที่ยืนอยู่ ก่อนจะมีชายคนหนึ่งลื่นไถลตกลงมาจากที่สูงร่างกระแทกกับหินนอนแน่นิ่งและคลิปได้ตัดหายไป

ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า อุทาหรณ์เตือนใจเลย ใช้ความระมัดระวังให้มากเวลาไปเล่นน้ำตก อย่าประมาทโดยเด็ดขาด!! น่ากลัวจริง และเคยเกิดขึ้นบ่อยแบบนี้

ทั้งนีเมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างรู้สึกหวาดเสียวกับเหตุที่เกิดขึ้น และรู้สึกดีใจกับชายอีกคนที่อยู่ด้านล่างที่ไม่ได้รับเคราะห์บาดเจ็บไปด้วย หลังเขาถอยห่างจากที่เกิดเหตุที่เขายืนอยู่ก่อนหน้าเพียงเสี้ยววินาที

น้ำตก, นักท่องเที่ยว, ข่าวสดวันนี้

ระวัง! ไวรัสร้าย RSV มากับสายฝน ยังไม่มียารักษา

รู้หรือไม่ว่า.. มีไวรัสที่เป็นอันตรายต่อเด็ก แฝงตัวมากับช่วงฤดูฝนที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้ามคือ เชื้อไวรัส Respiratory Syncytial  Virus (RSV) ที่มีลักษณะอาการคล้ายไข้หวัด แต่ส่งผลรุนแรงถึงขั้นปอดอักเสบติดเชื้อ ซึ่งไวรัสชนิดนี้ปัจจุบันในประเทศไทยยังไม่มียารักษาหรือวัคซีนป้องกัน

แพทย์หญิงนงนภัส เก้าเอี้ยน แพทย์ด้านโรคระบบทางเดินหายใจเด็ก โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดเผยว่า เชื้อไวรัส RSV เป็นเชื้อที่ทำให้ระบบทางเดินหายใจอักเสบในผู้ป่วยทุกช่วงอายุตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้ใหญ่ แต่ขึ้นอยู่กับอาการว่าจะเป็นมากในช่วงวัยไหน  พบในเด็กอายุน้อยตั้งแต่ วัยทารก จนถึงช่วงวัยเข้าอนุบาล โดยประเทศไทยมักมีการระบาดในช่วงฤดูฝน โดยเด็กๆ จะติดเชื้อไวรัส RSV จากการรับเชื้อผ่านระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ จาม น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ จากการสัมผัส หรือละอองน้ำมูกของผู้ป่วยคนอื่น มีระยะฟักตัวประมาณ 2-7 วัน ซึ่งสามารถเกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจได้ตั้งแต่ส่วนบนจนถึงส่วนล่าง ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการหลอดลมฝอยอักเสบ (Acute bronchiolitis) และอาจทำให้ปอดอักเสบติดเชื้อ (Pneumonia) โดยเฉพาะเด็กเล็กจะมีอาการปอดบวม ไอ หอบได้ง่าย เด็กจะมีอาการหายใจเร็ว หอบเหนื่อย บางครั้งเป็นมาก จะหายใจดัง “วี้ด” ถ้าเป็นมากขึ้นจะมีอาการหายใจล้มเหลวได้ นอกจากนั้นยังส่งผลให้เด็กบางคนมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคหอบหืดในอนาคตได้อีกด้วย

เด็กที่ติดเชื้อไวรัส RSV มักจะมีอาการเริ่มแรกเหมือนไข้หวัด คือ มีไข้ ไอ น้ำมูกไหล คัดจมูก แต่สิ่งที่พ่อแม่สามารถสังเกตเห็นว่าลูกอาจจะติดเชื้อ RSV ได้แก่ ลูกมีอาการไอมาก ไอถี่ มีเสมหะเยอะและเหนียวข้น หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรง หน้าอกบุ๋ม อาจมีเสียงหายใจดังวี้ดๆ ไม่รับประทานอาหาร ไม่ดื่มน้ำ ไม่ดื่มนม มีไข้สูง มักจะซึม หรือหงุดหงิด กระสับกระส่าย เป็นต้น หากลูกมีอาการเหล่านี้ในช่วงที่ไวรัส RSV ระบาด ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คอย่างละเอียด แพทย์จะตรวจร่างกาย ฟังเสียงปอด ถ้ามีเสียงวี้ด แพทย์จะพ่นยาขยายหลอดลม รวมถึงการเอ็กซเรย์ปอดในรายที่สงสัยปอดอักเสบ การตรวจหาเชื้อนี้ทำได้ไม่ยาก จะใช้อุปกรณ์พิเศษลักษณะคล้ายก้านสำลียาวๆ เข้าไปป้ายในโพรงจมูก เพื่อส่งไปตรวจหาเชื้อไวรัสคล้ายกับที่ทำในผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัดใหญ่ในปัจจุบันยังไม่มียารักษา RSV โดยเฉพาะ การรักษาอาการติดเชื้อไวรัส RSV จึงต้องรักษาไปตามอาการที่ป่วย คือ ให้ยาลดไข้ ยาแก้ไอละลายเสมหะ ยาลดน้ำมูก ในเด็กเล็กหรือเด็กที่มีอาการหนักอาจต้องนอนโรงพยาบาลให้น้ำเกลือ ให้ยาขยายหลอดลม ยาละลายเสมหะ เคาะปอด และอาจจะต้องช่วยดูดเสมหะ หรือถ้ามีอาการรุนแรงมากจะต้องได้รับออกซิเจนหรือใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจ หากเด็กมีอาการไม่รุนแรงก็สามารถกลับไปรักษาตัวที่บ้านได้ด้วยการกินยาลดไข้ ยาละลายเสมหะ และดื่มน้ำเยอะๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ในที่สุดร่างกายก็จะสามารถกำจัดเชื้อออกไปได้เอง

ทั้งนี้ผู้ป่วยที่เป็น RSV แล้ว สามารถเป็นซ้ำได้หลายครั้ง แต่อาการนั้นก็จะน้อยลง และเนื่องจากในประเทศไทยยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ทำให้เด็กๆ มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสได้ง่ายในช่วงที่แพร่ระบาดมากโดยเฉพาะสถานที่ที่เด็กอยู่กันมากๆ เช่น โรงเรียนอนุบาลหรือ Nursery ดังนั้นสิ่งที่จะช่วยให้ลูกน้อยไม่ป่วยจากโรคนี้ คือ การมีร่างกายที่แข็งแรงและรู้จักวิธีหลีกเลี่ยงภาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค ด้วยวิธีการล้างมือบ่อยๆ หลังจากทำกิจกรรม หรือก่อนกินอาหาร เพราะไวรัส RSV สามารถติดต่อได้จาก น้ำลาย น้ำมูก ไอ จาม ไม่ควรให้ลูกอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่เป็นหวัด โดยเฉพาะหากโรงเรียน หรือ Nursery มีการระบาดอยู่ หมั่นทำความสะอาดของเล่นอยู่บ่อยครั้ง  ผู้ป่วยต้องปิดปากหรือใส่หน้ากากอนามัยเวลาไอจามเพื่อป้องกันการติดเชื้อ หรือเมื่อต้องไปอยู่ในสถานที่ที่มีคนแออัด เมื่อลูกต้องอยู่ในอากาศที่หนาวเย็น ควรทำให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าไวรัส RSV จะมีอาการรุนแรงมากกว่าไวรัสหวัดทั่วๆ ไป แต่ถ้ารู้วิธีการรักษาและช่วยกันดูแลสุขภาพลูกน้อยให้แข็งแรง รับรองว่าปลอดภัยหายห่วงแน่นอน

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ จส.100

วอนคนใจบุญช่วย ด.ญ.หัวใจแกร่ง เลี้ยงพ่อตาบอดตั้งแต่อายุ 3 ขวบ !!

เห็นแล้วช่วยส่งต่อ เรื่องราวของเด็กหญิงหัวใจแกร่ง เลี้ยงพ่อตาบอดตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ! หวังคนใจบุญหน่วยงานที่ช่วยเหลือยื่นมือเข้าช่วยเพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้น 

วันนี้ (23 พ.ค. 2561) เพจ คนใจ จากแดนใบขวาน ได้มีโพสต์เรื่องราวบอกเล่า เพื่อให้คนใจบุญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ  ด.ญ.หัวใจแกร่งคนหนึ่ง ที่มีชีวิตแสนรันทดแต่เธอไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ขอดูแลพ่อตาบอดและเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหาเงินเลี้ยงครอบครัว มาตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ก่อนจะทราบชื่อต่อมาคือ น้องบีม เด็กหญิง อ.สีคิ้วจ.นครราชสีมา

โดยเพจดังกล่าวได้มีข้อความระบุว่า  เรื่องนี้คงทำให้หลายคนที่เห็นสลดใจไม่น้อย เด็กหญิงที่ต้องเลี้ยงดูพ่อตาบอดมาตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ฟังแล้วแทบไม่เชื่อเลย ว่าเด็ก 3 ขวบ จะทำได้อย่างไร แต่มันเป็นเรื่องจริงในชีวิต ของชายพิการตาบอดชื่อบุญพิ่ง ที่เกิดอุบัติจากการขี่มอไซด์ไปชนท้ายสิบล้อ

ในเวลานั้นบุญพิ่งทำงานอยู่ ตจว.กับภรรยา ส่วนลูกสาวก็ฝากให้ญาติเลี้ยง ตอนนั้นน้องบีมอายุได้ เพียง 3 ขวบ หลังจากตาบอดภรรยาก็ทนความลำบากไม่ไหวแยกทางไป บุญพิ่งกลับบ้านมาอยู่กับลูกอาศัยเก็บของเก่าขาย โดยให้น้องบีมเป็นคนจูงมือนำทางไป เก็บขวดพลาสติกที่ทิ้งไว้ตามข้างทาง เป็นภาพที่ชินตาสำหรับคนระแวกนั้น

จากเด็กหญิงตัวน้อยวัย 3 ขวบที่เดินนำทางพ่อตาบอด ออกเก็บของเก่า ผ่านไป 7 ปีแล้ว ที่สองพ่อลูก ก็ยังคงทำเช่นนี้ น้องบีมจะใช้เวลาหลังเลิกเรียนและวันหยุดออกไปเก็บขวดพลาสติกกับพ่อ อาทิตย์นึงถึงรวบรวมไปขายได้ แต่รายได้ก็ไม่มากนัก ไม่เคยพอกับค่าใช้จ่าย บ่อยครั้งที่น้องบีมไม่มีเงินค่าขนมไปโรงเรียน

ชีวิตในโลกมืดของผู้เป็นพ่อนั้นแสนทุกข์แต่ที่ทุกข์ยิ่งกว่าคือ อนาคตของลูกที่มองไม่เห็นเลย แค่จะใช้ชีวิตให้ผ่านไปในแต่ละวันยังแสนลำบาก ความทุกข์ยากลำบากของน้องบีมและพ่อคงทุเลาเบาบางลงบ้าง หากได้รับความเมตตาจากผู้ใจบุญ

ติดต่อสอบถาม
นายกมลชัย เปาจันทึก ผู้ใหญ่บ้าน(ผู้ดูแลครอบครอบครัวน้องบีม) โทร.083 382 2461
คุณวันนา รองนายก อบต.กฤษณา อ.สีคิ้วจ.นครราชสีมา
โทร.084 476 8022

เครดิต@บุญไม่จำกัด

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนส่งต่อเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงในการกระจายข่าวเปิดรับความช่วยเหลือ ขณะเดียวกันก็มีคนเข้าไปชื่นชมในหัวจิตหัวใจของน้องที่แกร่งเข้มแข็งเกินวัย พร้อมเป็นกำลังใจ และอวยพรให้น้องมีชีวตที่ดีขึ้นกว่าเดิม