ไอเดียเด็ด! เปิดร้านอาหารกลางดงกล้วย หลังพบปัญหาราคากล้วยตกต่ำ

ชาวสวนกล้วยในกาญจนบุรี พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เปิดร้านอาหารในสวนกล้วย พร้อมคิดค้นเมนูน้ำพริกกล้วยรสเด็ด หลังต้องประสบปัญหาราคากล้วยตกต่ำ 

คุณจินตนา สระสำอางค์ เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยน้ำว้า ตำบลทุ่งสมอ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ได้เปลี่ยนสวนกล้วยเป็นสวนอาหารใกล้ชิดธรรมชาติท่ามกลางดงกล้วย พร้อมนำผลผลิตกล้วยน้ำว้าและหัวปลีมาทำเป็นเมนูอาหารสำหรับคนรักสุขภาพ อย่างทอดมันหัวปลี ยำหัวปลี ส้มตำบานาน่า ตำดอกกล้วย และน้ำพริกบานาน่า

ซึ่งแต่ละเมนูใช้กล้วยที่ปลูกแบบไร้สารพิษภายในสวนเป็นวัตถุดิบหลัก เมนูที่ได้รับความนิยมจากลูกค้ามากที่สุด ก็คือน้ำพริกบานาน่า ที่นำกล้วยน้ำว้าดิบตำรวมกับพริก หอม กระเทียม และกะปิ ทานคู่ไปกับผักและไข่ต้ม ขณะที่จุดขายอีกอย่างคือบรรยากาศของสวนอาหาร เป็นเพิงเล็กๆ กลางสวนกล้วยน้ำว้าที่ร่มรื่น มีมุมถ่ายภาพให้ลูกค้าชมความสวยงามของสวนกล้วยในมุมสูง

เจ้าของสวน เล่าว่า เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยน้ำว้ากำลังประสบปัญหาผลผลิตราคาตกต่ำ บางส่วนจึงหันไปปลูกพืชอื่นแทน แต่เธอเปลี่ยนมาทำสวนอาหาร และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี บอกต่อกันแบบปากต่อปากทำให้พอมีรายได้มากขึ้น

​หนุ่มออกอุบายจี้ชิงรถสาว ก่อนใช้ลูกเมียเป็นตัวประกัน

ชายหนุ่มออกอุบาย ขอติดรถพลเมืองดี อ้างว่าจะพาลูกและภรรยา ไปขึ้นรถที่ บขส.บ้านไผ่ ก่อนใช้อาวุธปืนจี้ชิงรถ พร้อมบังคับให้ภรรยาและลูกเป็นตัวประกัน

ตำรวจมหาสารคาม นำกำลังเจ้าหน้าที่ ปิดล้อมป่าละเมาะหลังโรงแรมแห่งหนึ่งใน ต.เกิ้ง อ.เมืองมหาสารคาม หลังมีคนร้ายจี้ชิงรถยนต์ ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. เขต สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นของนางสาวรัตนา ศรีวิชา อายุ 39 ปี ระหว่างได้เข้าไปซื้อของภายในร้านสะดวกซื้อ

ทั้งนี้ เมื่อออกมาคนร้ายอ้างว่า ขอติดรถไปด้วยเพื่อให้ไปส่งที่ บขส.บ้านไผ่ โดยจะให้เงิน 500 บาท แต่ผู้เสียหายมีน้ำใจ บอกว่าจะไปส่งโดยไม่คิดเงิน โดยคนร้ายมากับภรรยาและลูกวัยประมาณ 3 เดือน และบอกว่าจะพาลูกไปหาหมอที่โรงพยาบาล เมื่อขึ้นรถมาได้ประมาณ 200 เมตร กำลังจะยูเทริน์เข้า อ.บ้านไผ่ คนร้ายผู้ชายได้ใช้อาวุธปืนจี้ผู้เสียหายให้ลงจากรถ จากนั้นขับรถหลบหนี มุ่งหน้า อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น ผ่าน อ.โกสุมพิสัย และพื้นที่ อ.เมืองมหาสารคาม โดยคนร้ายได้จอดรถทิ้งไว้และบังคับให้ลูกกับภรรยาเข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าละเมาะ หลังโรงแรมแห่งหนึ่ง

ขณะที่ตำรวจได้วางกำลังปิดล้อม ก่อนจะพูดเจรจากับคนร้าย เบื้องต้นทราบว่าคนร้ายชื่อ นายเป็ก หรือ นายนนท์นริศ เนตรประชา อายุ 35 ปี ภรรยาชื่อ นางสาวพรศริริ เพ็งไร่ขิง หรือ ตอง และมีลูกวัยเพียง 3 เดือน ที่กำลังไม่สบาย ทั้งหมดเป็นชาว อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาเกลี่ยกล่อมอยู่นานจนในที่สุด นายเป๊ก ได้ยอมมอบตัว และยินยอมให้ภรรยากับลูกไปหาหมอ ทั้งนี้จากการสอบสวนเบื้องต้น นายเป๊ก อ้างว่าที่ทำไป เพราะเกิดจากอาการเครียดที่ไม่มีเงินพาลูกไปหาหมอ

ย้อนไทม์ไลน์ม็อบ ‘คนอยากเลือกตั้ง’ ก่อนสลายตัว

สำหรับเมื่อวานนี้ตลอดทั้งวันกลุ่ม “คนอยากเลือกตั้ง” มีความพยายามเคลื่อนขบวนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์เพื่อไปยังทำเนียบรัฐบาล แต่ก็ไม่สำเร็จ กระทั่งแกนนำประกาศยุติการชุมนุม

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2561 การชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเริ่มเข้มข้นขึ้นตั้งแต่ประมาณ 9.00 น. โดยแกนนำและผู้ชุมนุมพยายามเคลื่อนขบวนออกจากพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ หลังบางส่วนปักหลักค้างคืนกันมาตั้งแต่ช่วงค่ำวันจันทร์ที่ผ่านมา

แต่ทุกอย่างไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เพราะถูกตำรวจสกัดกั้นทุกทาง พร้อมร้องขอให้มวลชนยุติการชุมนุม ภายหลังศาลปกครองไม่รับคำฟ้องขอคุ้มครองชั่วคราวผู้ชุมนุมที่จะเดินเท้าไปยังทำเนียบรัฐบาล โดยไม่ให้ตำรวจ ทหาร, และฝ่ายความมั่นคง เข้ามาขัดขวาง

ทำให้ฝ่ายผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่รัฐต้องเปิดเจรจากันเป็นระยะ ท่ามกลางความตึงเครียด กระทั่ง 11.00 น. เกิดฝนตกลงมา จึงสามารถช่วยผ่อนคลายสถานการณ์ได้ เนื่องจากผู้ชุมนุมต่างหาที่หลบฝนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อมาช่วงบ่ายกลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกาศจุดยืนเดินไปยังทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง และพยายามฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ออกไปทำให้เกิดการผลักดันกันประมาณ 20 นาที

จนบรรยากาศเริ่มคุกรุ่น ขณะที่แกนนำและผู้ชุมนุมบางส่วนใช้วิธีดาวกระจายฝ่าไปทางถนนราชดำเนิน แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดไว้ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ และหลังเหตุปะทะไม่นาน พันตำรวจเอก จักรกริศน์ โฉสูงเนิน ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลสงคราม ได้เข้าเจรจากับ นายรังสิมันต์ โรม ที่หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จากนั้นนายรังสิมันต์ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ว่า ไม่อยากให้เกิดความรุนแรงจึงตัดสินใจมอบตัวพร้อมแกนนำรายอื่น แต่มีข้อแม้ว่าต้องปล่อยให้ผู้ที่มาร่วมชุมนุมเดินทางกลับและไม่ถูกดำเนินคดี

จนในที่สุด เวลา 15.40 น. ทางแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งได้อ่านแถลงการณ์และประกาศยุติการชุมชุม พร้อมยอมให้เจ้าหน้าที่คุมตัว เช่นเดียวกับแกนนำอีกส่วนที่อยู่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยไม่มีเหตุรุนแรง ท่ามกลางความผิดหวังของมวลชนคนอยากเลือกตั้งบางส่วน