ตำรวจฟัน 3 ข้อหา 14 แกนนำม็อบ ‘คนอยากเลือกตั้ง’

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าสอบปากคำ 14 แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง พร้อมแจ้ง 3 ข้อหา ขัดคำสั่ง คสช. ยุยงปลุกปั่น และมั่วสุมทางการเมือง ด้านองค์กรสากล จี้ปล่อยตัวแกนนำ

พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางเข้าสอบสวน 10 แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง อาทิ นายอานนท์ นำภา น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา และ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว ที่ถูกคุมตัวมายังสถานีตำรวจนครบาล (สน.)พญาไท รวมทั้งยังเข้าสอบสวน นายรังสิมันต์ โรม นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นายปิยรัฐ จงเทพ และ นายนิกร วิทยาพันธุ์ ซึ่งเป็น 4 แกนนำ ที่ถูกคุมตัวมายัง สน.ชนะสงคราม หลังประกาศยุติการชุมนุม เมื่อช่วงบ่ายวานนี้

โดยพลตำรวจเอก ศรีวราห์ ยืนยันว่า เป็นการจับกุม ไม่ใช่การมอบตัว และแจ้งความผิด 3 ข้อหา ได้แก่ มาตรา 116 ข้อหายุยงปลุกปั่นฯ มาตรา 215 ข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป หรือกระทำการให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และข้อหาขัดคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ร่วมกันมั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

ในส่วนของนายนิกร ที่ลอบตัดแม่กุญแจ ประตู 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ต้องให้อธิการบดีฯ แจ้งดำเนินคดีก่อน ถึงจะสามารถแจ้งข้อหา ทำลายทรัพย์สินของราชการ และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน

หลังสอบปากคำเสร็จสิ้น จะคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ไปขออำนาจศาลฝากขัง ในวันนี้ พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากก่อเหตุลักษณะดังกล่าวมาหลายครั้ง ขณะที่ภาพรวมเหตุการณ์ชุมนุมตลอดทั้งวัน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุรุนแรง มีเพียงประชาชนเป็นลม 3 คน เท่านั้น

ขณะเดียวกัน สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาติ หรือ ยูเอ็น ประจำภูมิภาค และ องค์การนิรโทษกรรมสากล หรือ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องรัฐบาลไทย รีบปล่อยตัวแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง พร้อมเคารพสิทธิในการแสดงความคิดเห็นและชุมนุมอย่างสงบ รวมทั้งยกเลิกคำสั่งห้ามการจัดกิจกรรมทางการเมืองภายในเดือนมิถุนายนนี้ ตามสัญญา

โปรดเกล้าฯ ปลดบิ๊กข้าราชการ ก.พัฒนาสังคมฯ พ้นตำแหน่งเอี่ยวทุจริตเงินคนจน

โปรดเกล้าฯให้ ‘ปลัดกระทรวง, รองปลัดกระทรวง และผู้ตรวจราชการ กระทรวงพัฒนาสังคมฯ พ้นตำแหน่ง เหตุเอี่ยวโกงเงินคนจน

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (22 พ.ค. 2561) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ข้าราชการพลเรือนสามัญพ้นจากตําแหน่ง โดยระบุว่า

ด้วยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้มีคําสั่งให้ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตําแหน่งประเภทบริหารระดับสูง สังกัดสํานักงานปลัดกระทรวง ออกจากราชการไว้ก่อน จึงขอให้นําความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พ้นจากตําแหน่ง ตามมาตรา 107 (4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ประกอบข้อ 85 ของกฎ ก.พ.ว่าด้วยการดําเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556 จํานวน 3 ราย ดังนี้

นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ตําแหน่งปลัดกระทรวง
นายณรงค์ คงคํา ตําแหน่งรองปลัดกระทรวง
นายธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์ ตําแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. 2561 และสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นําความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตําแหน่งต่อไปแล้ว บัดนี้ ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชการทั้ง 3 รายดังกล่าว พ้นจากตําแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. 2561

ประกาศ ณ วันที่ 18 พ.ค. 2561
ผู้รับสนองพระราชโองการ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี

ขณะที่ก่อนหน้านี้ มีข่าวการทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งหรือทุจริตเงินคนจน ซึ่งพบขบวนการโกงเงินดังกล่าวหลายจังหวัด จนมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องหลายรายในปัจจุบัน

ซึ่งนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัด พม. และนายณรงค์ คงคํา อดีตรองปลัดกระทรวง พม. ถูกโยกย้ายให้ไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ในตำแหน่งที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของนายกรัฐมนตรี ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 52/2561 เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 61
ต่อมาจึงมีมติคณะรัฐมนตรีให้ทั้งคู่ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอผลการสอบสวนการทุจริตเงินผู้ยากไร้และคนไร้ที่พึ่ง

ประยุทธ์ ย้ำเลือกตั้งต้นปี 2562

นายกรัฐมนตรี ย้ำการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้เดือนกุมภาพันธ์ปี 2562 เนื่องจากมี ข้อจำกัดด้านกฎหมาย

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไม่ปิดกั้นการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง แต่ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย และเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หากไม่ปฏิบัติอาจมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกับย้ำว่า การเลือกตั้งจะมีขึ้นในช่วงต้นปี 2562 ไม่สามารถเลื่อนขึ้นมาให้เร็วกว่านี้ได้ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้การเลือกตั้งต้องล่าช้าจากโรดแมปเดิมก่อนหน้านี้ เนื่องจากเป็นปัญหาในขั้นตอนการพิจารณากฎหมาย

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า การดำเนินการตามกฎหมายกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ไม่ใช่การบังคับใช้เนื่องจากมีความเห็นต่าง และในขณะนี้กำลังตรวจสอบว่าผู้เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวมีคดีความติดตัวหรือไม่

ขณะที่ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยอมรับว่า มีข้อมูลการจ้างกลุ่มบุคคลเข้ามาสร้างสถานการณ์จริง แต่เหตุการณ์ไม่บานปลาย เนื่องจากไม่มีการเดินขบวน
พลเอกประวิตร ยังย้ำว่า ภาพรวมสถานการณ์ในวานนี้สงบเรียบร้อย แต่ฝ่ายความมั่นคง ก็จำเป็นต้องดูแลความเป็นระเบียบในบ้านเมืองตามกรอบกฎหมาย.