เป็นตาฮักแท้ ครูสาวร้องเพลงสุดไพเราะ หลังถูกนักเรียนเร้าให้โชว์พลังเสียง

คลิปน่ารักครูสาวโชว์พลังเสียง ร้องเพลงตามคำขอของนักเรียนได้อย่างไพเราะ ด้านชาวเน็ตแห่เข้าไปคอมเม้นท์หากครูน่ารักแบบนี้ไม่มีทางทีจะโดดเรียนเป็นอันขาด 

วันนี้ (22 พ.ค. 2561) เพจ YouLike (เด็ดเด็ด) ได้มีการเผยแพร่คลิปสุดน่ารักของครูสาว ที่ทนเสียงเรียกร้องของนักเรียนไม่ไหว ก่อนโชว์พลังเสียงร้องเพลงออกมาได้อย่างไพเราะ

ครูร้องเพลง, ครูสวย, ข่าวสดวันนี้

โดยคลิปได้เผยให้เห็นครูสาวคนหนึ่งสวมเครื่องแบบลูกเสือ นั่งล้อมวงพูดคุยอยู่กับบรรดานักเรียน จากนั้นบรรดานักเรียนได้รบเร้าให้คุณครูร้องเพลงให้ฟัง หลังจากทราบว่าครูคนดังกล่าวนั้นมีเสียงไพเราะร้องเพลงออกมาได้อย่างน่าฟัง  ซึ่งในเบื้องต้นครูสาวพยายามปฏิเสธ แต่พอถูกอ้อนนานเข้าครูก็ใจอ่อนก่อนจะร้องเพลงออกมาในที่สุด

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคคนเข้าไปรับชมแล้วกว่าแสนครั้ง และมีการส่งต่ออีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งคนส่วนใหญ่ต่างชื่นชมในความน่ารักและเป็นกันเองของครูที่ยอมทำตามเสียงเรียกร้องของนักเรียนที่ร้องขอ บ้างก็มีการเข้าไปแสดงความเห็นแบบติดตลกว่า หากเมื่อก่อนมีครูน่ารักแบบนี้ ไม่มีวันที่จะโดดเรียนเป็นอันขาดมีแต่จะไปโรงเรียนไม่เว้นวันหยุดราชการเลย ส่วนน้ำเสียงครูสาวคนดังกล่าวจะไพเราะขนาดไหน ไปติดตามรับชมและรับฟังจากคลิปได้เลย

อย. จับมือ 3 เพจดัง ร่วมรณรงค์ “เช็ค ชัวร์ แชร์” เดินหน้างานคุ้มครองผู้บริโภค

อย. เปิดตัวแคมเปญ “เช็ค ชัวร์ แชร์” ผ่าน sure.oryor.com หวังลดปัญหาการส่งต่อข้อมูลผิด ๆ เกี่ยวกับการบริโภคเพื่อสุขภาพและรักษาโรค เผยจับมือ 3 เพจดังร่วมรณรงค์ “เช็ค ชัวร์ แชร์” เดินหน้างานคุ้มครองผู้บริโภค

นายแพทย์วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า เนื่องจากในปัจจุบันมีการส่งต่อข้อมูลผิด ๆ เกี่ยวกับการบริโภคเพื่อดูแลสุขภาพ และรักษาโรคผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียอย่างมากมาย เช่น ยาพาราเซตามอลปนเปื้อนเชื้อไวรัสมาชูโป้ น้ำว่านหางจระเข้รักษาโรคจากเชื้อไวรัสอีโบล่า หรือยังพบยาแก้หวัดที่มีส่วนผสมของยาฟีนิลโปรปาโนลามีน (PPA) ในประเทศไทย เป็นต้น

ซึ่งข้อความเหล่านี้ล้วนเป็นข้อความที่เป็นเท็จ ขอให้ผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อข้อมูลที่มีการส่งต่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีความห่วงใยผู้บริโภค จึงได้จัดทำแคมเปญ “เช็ค ชัวร์ แชร์” ผ่านเว็บไซต์ sure.oryor.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ให้ข้อเท็จจริงและความรู้ที่ถูกต้อง รวมถึงแก้ไขความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากข้อมูลผิด ๆ เกี่ยวกับการบริโภคเพื่อดูแลสุขภาพ และรักษาโรคที่ส่งต่อกันทางสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ผู้บริโภคได้ตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับอย่างละเอียดรอบคอบ โดยผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูล เช็คความน่าเชื่อถือ เช็คความถูกต้อง ให้ชัวร์ก่อนที่จะแชร์หรือส่งต่อข้อมูลให้กับสังคม ได้ที่เว็บไซต์ sure.oryor.com

ทั้งนี้ แคมเปญดังกล่าว อย. ได้รับความร่วมมือจากเจ้าของเฟซบุ๊กที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลทางสื่อโซเชียลมีเดีย (Influencer) และเป็นที่ยอมรับของประชาชนผู้บริโภค ได้แก่ เพจ Drama-addict เพจหมอแล็บแพนด้า และเพจอ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ มาร่วมรณรงค์ในแคมเปญนี้ นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากเพจดังอีกมากมาย อาทิ Jones Salad พบหมอแมว เจอหมีให้ออกกำลังกาย กินดีอยู่ดี หมอยาพาสวย สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ แหม่มโพธิ์ดำ จบข่าว ใกล้มิตรชิดหมอ หมอตุ๊ด Lovefitt บันทึกของตุ๊ด เคมีฟิสิกส์ของสิ่งทอ อาหาร และของรอบตัว ความรู้สนุก ๆ แบบหมอแมว และชุมชนคนท้องถิ่นมาร่วมสร้างการรับรู้ให้แก่ผู้บริโภคอีกทางหนึ่งด้วย

เลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า เว็บไซต์ sure.oryor.com จะช่วยลดปัญหาความเชื่อความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการบริโภคเพื่อสุขภาพ และรักษาโรค ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายทั้งในด้านสุขภาพและเสียเงิน เสียเวลา รวมถึงเสียโอกาสในการรักษาโรคที่ถูกต้อง

ทั้งนี้ หากผู้บริโภคมีข้อสงสัยผลิตภัณฑ์อาหาร ยา เครื่องสำอาง วัตถุอันตราย และคอนแทคเลนส์ ได้รับอนุญาตจาก อย. หรือไม่ สามารถตรวจสอบได้ที่ www.fda.moph.go.th หรือ www.oryor.com หรือ Oryor Smart Application

และหากผู้บริโภคได้รับอันตรายจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน อย. 1556 หรือ อีเมล์ 1556@fda.moph.go.th หรือผ่าน Oryor Smart Application หรือ ตู้ ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

อย. – กสทช. เดินหน้าสั่งระงับการออกอากาศ โฆษณาลวงโลก-ผิดกฎหมาย

อย. – กสทช. เดินหน้าสั่งระงับการออกอากาศโฆษณาที่ผิดกฎหมาย ทั้งอาหารและเครื่องสำอางต่อเนื่องพบจำนวนช่องที่ออกอากาศลดลง ทีวีดิจิตอลเหลือเพียง 2 ช่อง

นายแพทย์วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และ ภก.สมชาย ปรีชาทวีกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมด้วย นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า หลังจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ได้ทำงานร่วมกันเพื่อตรวจสอบเฝ้าระวังการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีเนื้อหาผิดกฎหมายทางสื่อโทรทัศน์ วิทยุ และเว็บไซต์ ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. 61 เป็นต้นมา มีทิศทางที่ดีขึ้น โดยจำนวนช่องที่มีการออกอากาศโฆษณาที่ผิดกฎหมายมีจำนวนลดลง

นายฐากร เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 16-18 พ.ค. 2561 พบว่า มีทีวีดิจิตอลเพียง 2 ช่องที่ออกอากาศโฆษณาอาหารและเครื่องสำอางที่ผิดกฎหมาย ได้แก่ ช่องสปริงนิวส์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร REAL อัลฟ่า คลอโรฟิลล์ และช่อง Nation TV ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางชาริส ส่วนช่องโทรทัศน์ดาวเทียม/เคเบิลทีวี มีทั้งหมด 10 ช่อง รวม 13 ผลิตภัณฑ์ แต่การโฆษณาในฝั่งเว็บไซต์มีจำนวนเพิ่มขึ้น 20 URL ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาว่ามีผลกับโครงสร้างของร่างกาย การเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อ้างสรรพคุณเพื่อการรักษาโรค

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบจากวันที่ 4-15 พ.ค. 2561 ซึ่งเป็นสัปดาห์แรกที่ทั้งสองหน่วยงานร่วมมือกัน สำนักงาน กสทช. ได้ระงับการออกอากาศโฆษณาที่ผิดกฎหมายในทีวีดิจิตอลไปแล้วจำนวน 7 ช่อง รวม 13 ผลิตภัณฑ์ ช่องโทรทัศน์ดาวเทียม/เคเบิลทีวีจำนวน 25 ช่อง 22 ผลิตภัณฑ์ และเว็บไซต์จำนวน 10 URL

“หลังจากสำนักงาน กสทช. และ อย. ได้ทำงานร่วมกันเพื่อระงับการออกอากาศโฆษณาที่ผิดกฎหมายพบว่า ขณะนี้ทิศทางเริ่มดีขึ้น จำนวนโฆษณาที่ผิดกฎหมายที่ไปออกช่องทีวีดิจิตอลเริ่มลดลง ยังคงมีเว็บไซต์ที่อาจเพิ่มขึ้น แต่ทั้งสองหน่วยงานจะยังทำงานร่วมกันติดตามโฆษณาเหล่านี้อย่างเข้มข้น ผมเชื่อว่าในช่วง 1-2 เดือนจากนี้แนวโน้มโฆษณาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ผิดกฎหมายที่ออกอากาศผ่านโทรทัศน์จะมีจำนวนลดลง” นายฐากร กล่าว

ด้าน ภก.สมชาย ปรีชาทวีกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจะพบว่าโฆษณาที่ผิดกฎหมายอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่โฆษณาว่าเป็นยารักษาโรค ทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญ ส่วนเครื่องสำอางจะเป็นลักษณะการโฆษณาที่ทำให้เข้าใจว่ามีผลต่อโครงสร้างของร่างกาย เช่น การปรับสีผิว ผิวขาว หยุดผมร่วง เป็นต้น ส่วนโฆษณาผ่านเว็บไซต์ที่พบเป็นเรื่องการเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งได้ส่งเรื่องให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการแล้ว