ระทึก! ไฟไหม้ห้างสรรพสินค้า เอสอาร์ ซุปเปอร์มาร์ท ใจกลางเมืองหล่มสักเพชรบูรณ์

ระทึก! ไฟไหม้ห้างสรรพสินค้า เอสอาร์ ซุปเปอร์มาร์ท อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์

วันนี้(21 พ.ค.) เกิดเหตุไฟไหม้ห้างสรรพสินค้า เอสอาร์ ซุปเปอร์มาร์ท อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 20.20 น. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เบื้องต้นมีรายงานไฟโหมรุนแรง ยังควบคุมเพลิงไม่ได้ คาดว่าเสียหายทั้งอาคาร

กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ยังคงปักหลักชุมนุม ม.ธรรมศาสตร์ จ่อบุกทำเนียบฯ พรุ่งนี้

กลุ่มคนอยากเลือกตั้งมากกว่า 100 คน ยังคงปักหลักชุมนุมที่ ม.ธรรมศาสตร์ จ่อบุกทำเนียบฯ พรุ่งนี้

วันนี้(21 พ.ค.61) เมื่อเวลา 17.30 น. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ได้ย้ายสถานที่มาจัดกิจกรรมการชุมนุม บริเวณด้านหน้าหอประชุมใหญ่ แทนบริเวณสนามฟุตบอล หลังจากทางมหาวิทยาลัยปิดห้ามใช้งาน

โดยมีประชาชนนทยอยเข้าร่วมการชุมนุมตั้งแต่ช่วงบ่าย ประมาณ 100 คน ก่อนที่จะมีการสั่งปิดประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยด้านสนามหลวงที่ติดกับสถานที่ชุมนุมส่วนทางเข้าฝั่งท่าพระจันทร์และท่าพระอาทิตย์ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจขวางทางเข้าไว้ ทำให้ประชาชนบางส่วนที่เข้าไม่ถึงพื้นที่การชุมนุม

ต่อมาเวลา 18.20 น. ที่ ประตู 3 ทางเข้าหอประชุมใหญ่ เจ้าหน้าที่ตำรวจนำแผงเหล็กกั้นมาวางเพื่อทำจุดคัดกรอง ตรวจบัตรประชาชน กลุ่มผู้ชุมนุมที่จะเข้ามาการปราศัยด้านใน แต่งกลุ่มผู้ชุมนุน แสดงความไม่พอใจ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจถ่ายภาพบัตรประชาชน จึงเกิดเหตุชุนละมุนกันเล็กน้อย

ทั้งนี้ บรรดาแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง นำโดย นายรังสิมันต์ โรม หรือโรม นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ร่วมกันแถลงข่าวถึงมาตราการการเคลื่อนไหวทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า การรวมตัวกันวันที่ 21 พ.ค. เพื่อปักหลักรอพี่น้องประชาชนคนอื่นไม่ว่าจะภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสาน มาร่วมกับเราเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาลช่วงเช้าวันที่ 22 พ.ค. จึงขอเชิญชวนค้างคืนร่วมกิจกรรมด้วยกัน จนถึงเช้าวันที่ 22 พ.ค. เมื่อการจราจรเริ่มนิ่งไม่เดือดร้อนคนอื่น ก็จะไปทำเนียบรับบาล เพื่อตะโกนบอกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.และนายกฯ ว่า ต้องเลือกตั้งปีนี้ ตามสัจจะที่พล.อ.ประยุทธ์เคยสัญญาไว้

หากเลื่อนออกไปอีกคำสัญญาก็จะไม่มีความหมาย การเลือกตั้งจะต้องมีเพื่อเปลี่ยนจากระบอบเผด็จการสู่ระบอบประชาธิปไตยส่วนประตูที่ปิดอยู่ก็จะเปิดให้เข้ามา เจ้าหน้าที่ไม่สามารถห้ามผู้ชุมนุมได้ การชุมนุมในมหาวิทยาลัยสามารถทำได้ ตามพ.ร.บ.การุมนุมสาธารณะ

ด้านนายสิรวิชญ์ กล่าวว่า แนวทางการต่อสู้ของเราคือสันติวิธีและปราศจากอาวุธ อย่าเอาอาวุธมาโยนให้พวกเรา หยุดกล่าวหา ป้ายสี ประชาชน อยากเลือกตั้งไม่ใช่อาชญากร เจ้าหน้าที่ต้องอย่าขัดขวางการชุมนุม ความมั่นคงของประเทศ คือความมั่นคงของประชาชน ที่ต้องมีสิทธิมีเสียง ไม่ใช่อยู่ภายใต้รัฐบาลเผด็จการแบบนี้

วันที่ 22 พ.ค. เวลา 08.30 น. เมื่อหลายคนทำงานหรือส่งบุตรหลานไปโรงเรียนเสร็จแล้ว เราจะเดินไป และต้องถึงแน่หากไม่มีการขัดขวาง แล้วจะตะโกนบอกผู้มีอำนาาจว่า เลือกตั้งปีนี้ ถ้ายังไม่ทำจะมีการยกระดับเพิ่มขึ้นแน่นอน หากมีการสกัดกั้น เรามีหน่วยสันติวิธีคอยทำหน้าที่เจรจาเรื่องนี้อยู่ หากมีการยื้อคือเกิดจากฝ่ายความมั่นคง ไม่ใช่พวกตน อย่ามาขวางเลย ปล่อยให้พวกตนไปถึงดีกว่าจะได้จบเร็วๆ ถ้ามีการใช้ความรุนแรงก็เป็นเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายเดียวเท่านั้น เพราะพวกเราไม่มี

จับสึกแล้ว! พระกัมพูชาลักลอบหลบหนีเข้าเมือง มาบิณฑบาตในไทย

จับสึกแล้ว! พระกัมพูชาลักลอบหลบหนีเข้าเมือง มาบิณฑบาตในไทย ก่อนส่งตม.จ.ชลบุรี ผลักดันกลับประเทศต่อไป

วันนี้(21พ.ค.61) พระครูญาณประยุต เจ้าคณะตำบลบ่อวิน พร้อมด้วย พระครูพิศาลชลธรรม เลขาเจ้าคณะตำบลบ่อวิน ประสาน พ.ต.อ.ชัยธนันท์ จิรปิยเศรษฐ์ ผู้กำกับการ สภ.บ่อวิน นำกำลังตำรวจและฝ่ายปกครอง เข้าซุ่มจับกุมพระชาวกัมพูชาที่หลบซ่อนอยู่ในป่าริมถนนสายอมตะซิตี้-หนองแขวะ หมู่ 3 ต.บ่อวิน หลังจากที่มีการนำเสนอข่าวผ่านทางสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และโลกออนไลน์มาหลายวัน โดยก่อนที่เดินทางมาดักซุ่มจับพระอยู่นั้นได้ขับรถผ่านมาหลังวัดสันติคีรี พบพิรุธพระออกบิณฑบาตเดินอยู่ตรวจสอบพบว่าไม่ใช่พระไทย จึงควบคุมตัวขึ้นรถมา แล้วมาดักซุ่มที่ริมถนนสายอมตะซิตี้-หนองแขวะ จนพบว่ามีรถจักรยานยนต์รับจ้างมาส่งพระอีก 2 รูป และกำลังเดินเข้าไปในป่าจึงควบคุมตัวไว้

หลังจากนั้นก็มีรถจักรยานยนต์รับจ้างมาส่งพระอีก 1 องค์ แล้วเดินเข้าป่าไปทางพระและตำรวจได้ไปนิมนต์ออกมาควบคุมตัวไว้ได้รวมเป็น 4 องค์ ตรวจสอบแล้วพบว่ามีแค่เพียงใบสุทธิทั้ง4 รูปที่ติดตัวมา ซึ่งหลังจากนั้นได้ประสานไปยังนางสาวแอว ชมดี ตำรวจอาสา สภ.บ่อวิน มาเป็นล่ามคุยกับพระทั้ง4 องค์ เพื่อหาข้อมูลพบว่าไม่มีพาสปอร์ตแต่อย่างไร หลังจากนั้นจึงรายงานไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดชลบุรี ซึ่งได้ส่งนายจักรกฤษณ์ วิสุทธิศิริ เจ้าหน้าที่ของสำนักงานมาร่วมตรวจสอบ และได้ประสานไปยัง ร.ต.ท.ประเสริฐ ชัยวงศ์ รองสารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี นำกำลังตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรีมาร่วมตรวจสอบพบว่าเป็นการหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของประเทศไทย

ทางล่ามได้สอบถามกับพระชาวกัมพูชาทั้ง 4 รูปก็ยอมรับว่าไม่มีพาสปอร์ต โดยเดินทางเข้ามาทางด่านบ้านแหลม อ.สอยดาว จ.จันทบุรี โดยเดินบิณฑบาตมาเรื่อยทางค่ำไหนก็แวะพักที่นั่น โดยใช้เวลาเดินทางมาจากด่านบ้านแหลมแล้วมาพักที่บริเวณในป่าริมถนนสายอมตะซิตี้-หนองแขวะ ดังกล่าวนั้นใช้เวลาประมาณ 1 เดือนจึงมาถึง โดยทางพระและ ตม.จ.ชลบุรี ได้นำตัวไปที่วัดสันติคีรี โดยทางพระครูญาณประยุต เจ้าคณะตำบลบ่อวิน ได้ทำการสึกพระชาวกัมพูชาทั้ง 4 รูปพ้นจากการเป็นพระ

โดยทั้ง 4 คนนั้นคือ นายนางจน อายุ 45 ปี นายอมเซียง อายุ 66 ปี ทั้ง 2 คนนี้มาพักอยู่นานกว่าเดือนครึ่ง ส่วนนายตรง อายุ 33 ปี นายรัต อายุ 36 ปี ให้การว่าเพิ่งเดินทางมาถึงเมื่อช่วงเช้า และกำลังจะเดินทางเข้าไปหาพระพรรคพวกในป่าดังกล่าวซึ่งเดินทางมาก่อนหน้าแล้ว แต่มาโดนจับกุมตัวได้ก่อน ซึ่งหลังถูกจับสึกแล้ว ตม.จ.ชลบุรี ได้ควบคุมตัวทั้ง 4 คนไปคุมขังที่สำนักงานตม.จ.ชลบุรีเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปก่อนที่จะผลักดันกลับประเทศต่อไป