โคตรเสี่ยงตาย ! นร.หญิงนั่งทำการบ้านขอบประตูรถแท็กซี่ที่วิ่งอยู่

ชาวบ้านแตกตื่น เด็กนักเรียนหญิงเสี่ยงตาย ออกมานั่งขอบประตูรถแท็กซี่ที่กำลังวิ่งอยู่บนถนนเพื่อทำการบ้าน 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีเมื่อวันจันทร์ที่ 14 พ.ค.2561 ที่ผ่านมา โดยมีเด็กนักเรียนหญิงกำลังนั่งทำการบ้านอยู่บนขอบหน้าต่างของประตูรถแท็กซี่ที่กำลังแล่นอยู่บนถนน โดยเธอใช้หลังคารถแทนโต๊ะเขียนหนังสือ

รายงานระบุว่าชายแซ่เฉิน คนขับรถแท็กซี่ ซึ่งเป็นพ่อของเด็กหญิงคนดังกล่าว โดยเขากำลังพูดคุยกับเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างในรถจนไม่ทันสังเกตเห็นว่าลูกสาวกำลังทำเรื่องที่เสี่ยงอันตรายอย่างมาก

หลังจากเกิดเหตุ พ่อเด็กถูกสั่งระงับการขับรถแท็กซี่ โดยระบุว่า ตนยอมรับว่ามัวแต่คุยกับเพื่อนเลยไม่ได้ใส่ใจดูลูกสาว แต่ได้สั่งสอนลูกไปแล้วว่าอย่าแบบเช่นอีก

อย่างไรก็ตาม ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างวิจารณ์การกระทำเสี่ยงอันตรายของเด็กหญิง ว่าเป็นผู้ที่ขยันไม่ถูกที่ถูกเวลา บ้างตั้งข้อสังเกตุว่า อาจเป็นเพราะพ่อคุยกับเพื่อนเสียงดังจนไม่มีสมาธิ จนต้องปีนหน้าต่างรถออกไปทำการบ้านด้านนอก

ที่มา XinhuaNewsAgency.th

รัฐบาลยันยึดกฎหมาย ดูแลม็อบอยากเลือกตั้ง วอนอย่าทำเกินขอบเขต

รัฐบาล ยืนยัน ยึดข้อกฏหมายดูแลม็อบอยากเลือกตั้ง เตือนอย่าทำเกินขอบเขต เชื่อไม่ยืดเยื้อบานปลาย

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (21 พฤษภาคม ) พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ได้ออกมาเปิดเผยถึงการเตรียมรับมือกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง จะมาชุมนุมที่หน้าทำเนียบ ในวันที่ 22 พ.ค.นี้ ว่า รัฐบาล ไม่ได้มีข้อสั่งการใดๆ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคง ที่จะต้องดูแลสถานการณ์ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยที่สุด โดยยึดตามข้อกฏหมาย

ม็อบคนอยากเลือกตั้ง, ข่าวรัฐบาล, ข่าวสดวันนี้

เพราะว่า ทำเนียบรัฐบาลเป็นสถานที่ควบคุม การชุมนุมถือว่ามีความผิด จึงขอฝากไปยังกลุ่มนักศึกษาว่าอย่าทำผิดกฏหมายเด็ดขาด เพราะข้อเรียกร้องต่างๆ นั้น รัฐบาล และ คสช.เคยชี้แจงไปแล้ว ยืนยัน นายกรัฐมนตรี มุ่งมั่นที่จะให้มีการเลือกตั้ง และมีการกำหนดกรอบชัดเจนแล้ว

พร้อมกันนี้ พล.ท.สรเสริญ ยังกล่าวด้วยว่า ยอมรับเมื่อมีการเคลื่อนไหว การชุมนุม ย่อมกระทบต่อภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นของต่างประเทศ พอสมควร แต่ก็มั่นใจว่า การชุมนุม ครั้งนี้ จะไม่ยืดเยื้อบานปลาย อีกทั้ง มั่นใจว่า นานาชาติจะเข้าใจสถานการณ์ของไทย เหมือนกับช่วงที่ผ่านๆมา ที่มีการเข้าพบนายกรัฐมนตรี อย่างต่อเนื่อง เป็นการบ่งบอกได้อย่างชัดเจน ว่า รัฐบาลได้รับการยอมรับ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างประเทศได้เป็นอย่างดี

พระเอกหนังโป๊ผิวสี เล็งฟ้องร้องเอาผิดค่ายหนัง เหตุเหยียดผิวขณะถ่ายทำ

พระเอกหนังโป๊ผิวสี เจ้าของฉายา Moe the Monster ลุยฟ้องร้องเอาผิดค่ายหนัง เหตุให้นักแสดงสาวที่เข้าฉากด้วยเหยียดผิวขณะถ่ายทำ หวังผลทางการตลาด

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า ที่สหรัฐอเมริกา  พระเอกหนังโป๊ผิวสี เจ้าของฉายา Moe the Monster ได้ยื่นเรื่องต่อศาลสูงในลอสแอนเจลิส เพื่อให้เอาผิดกับค่ายหนังโป๊ชื่อดังค่ายหนึ่ง เนื่องจากเขาไม่พอใจที่ค่ายหนังปล่อยให้นักแสดงสาวที่เขาเข้าฉากด้วยเรียกเขาว่า n-word ซึ่งเป็นคำเหยียดผิวถึง 2 ครั้งระหว่างถ่ายทำ เพื่อหวังผลทางการตลาด ทั้งๆ ที่เขาได้ปฏิเสธ ไม่ยินยอม


โดย  Moe the Monster เผยว่า  หลังจากที่หนังเรื่องดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป เมื่อ ธ.ค. 2017  เขาพยายามให้ค่ายหนังแก้ไขเนื้อเรื่องที่ไม่เหมาะสมดังกล่าวออก แต่ทางค่ายไม่ยอม ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรมและเป็นการปกป้องเกียรติ และศักดิ์ศรีของตนเอง จึงได้ยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อให้เอาผิดกับทางค่ายหนัง เพื่อไม่ให้เรื่องลักษณะนี้เกิดขึ้นกับนักแสดงหนังโป๊ผิวสีอีก เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจที่สุดในเชิงเชื้อชาติ

สำหรับ n-word ถือเป็นคำต้องห้ามในสังคม เพราะสื่อถึงการเหยียดสีผิวชัดเจน และมองว่าหากใครพูดคำนี้จะถือว่า เป็นการกระทำที่บัดซบ เลวทราม เพราะ n word เป็นคำที่คนขาวใช้เรียกคนดำในเชิงดูถูกเหยียดหยามถึงขั้นลดค่าความเป็นมนุษย์ เป็น derogatory term เพราะสมัยก่อนคนดำถูกใช้เป็นทาส โดนปฏิบัติเหมือนไม่ใช่มนุษย์

เพราะฉะนั้น n word อาจจะไม่มีความหมายกับคนอื่น แต่กับคนดำเขาโดนเหยียดหยามกันมาเป็นรุ่นๆ แม้แต่ในปัจจุบันก็ยังมีคนใช้คำนี้ในทางนั้นอยู่ ส่วนการที่คนผิวสีพูดกับคนผิวสีด้วยกันเองได้นั้น เป็นเพราะเขามีสีผิวเหมือนกัน จึงถือว่าไม่ได้เป้นการเหยียดผิวแต่ประการใด