ไขปม ! เก้าอี้ว่างในพิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี-เมแกน ไม่ใช่ของ ‘เจ้าหญิงไดอานา’ !!

หลังจากเสร็จสิ้นพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล ซึ่งเป็นที่จับตามองของผู้คนทั่วโลก ทั้งนี้ได้มีการแชร์ภาพเก้าอี้ว่างในโบสถ์เซนต์จอร์จในระหว่างพิธี หลังจากนั้นมีการกระพือข่าว ว่าที่นั่งดังกล่าวถูกเว้นไว้ให้เป็นที่ของเจ้าหญิงไดอานาผู้ล่วงลับ

เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา พิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายแฮร์รี วัย 33 ชันษา รัชทายาทลำดับที่ 6 แห่งราชวงศ์วินด์เซอร์แห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษ พระราชนัดดาในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระโอรสองค์ที่ 2 ของเจ้าฟ้าชาร์ลส์ มกุฎราชกุมาร และเจ้าหญิงไดอานา ผู้ล่วงลับ และเมแกนมาร์เคิล อดีตดาราฮอลลีวูดที่โบสถ์เซนต์จอร์จ ภายในพระราชวังวินด์เซอร์ เป็นไปอย่างสวยงาม และได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลกอย่างมาก โดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระราชทาน บรรดาศักดิ์แก่คู่บ่าวสาวให้เป็น “ดยุก-ดัชเชส แห่งซัสเซกซ์”

เจ้าหญิงแห่งเวลล์
เจ้าหญิงแห่งเวลล์

กระนั้นสื่อสังคมออนไลน์ รวมทั้งเว็บไซต์ต่างประเทศบางแห่ง ได้เผยแพร่ภาพเก้าอี้ว่างด้านข้างเจ้าชายวิลเลียม ซึ่งตรงกับที่นั่งด้านหน้าควีนเอลิซาเบธ พร้อมทั้งระบุว่า ที่นั่งดังกล่าว เป็นของเจ้าหญิงไดอานา พระมารดาผู้ล่วงลับของเจ้าชายแฮร์รี รวมถึงบรรยากาศในพิธีเสกสมรส ทั้งเสียงดนตรี ดอกไม้
ที่ชวนให้คิดถึงเจ้าหญิงไดอานา เป็นอย่างยิ่ง ขณะที่เมแกน ยังได้ถือช่อดอกไม้ฟอร์เก็ตมีนอต (For Get Me Not) ซึ่งเป็นดอกไม้ที่เจ้าหญิงไดอานาทรงโปรด ในพิธีเสกสมรส ขณะที่เด็กหญิงซึ่งทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าสาวก็สวมมงกุฎดอกไม้ ซึ่งเป็นดอกฟอร์เก็ตมีนอต เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม มีการออกมาชี้แจงถึงกรณีเก้าอี้ว่างตัวดังกล่าวที่เป็นประเด็นเชื่อมโยงไปถึงเจ้าหญิงไดอานาว่า เก้าอี้ตัวนี้ถูกเว้นว่างไว้เพราะเหตุผลทางราชประเพณี ที่ระบุว่า เก้าอี้ด้านหน้า นี่คือบทความคัดสรร คลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม ‘สมเด็จพระราชินี’ จะต้องถูกเว้นว่างไว้เสมอ

ทั้งนี้ทั้งนั้น ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ในราชสำนัก ทรงมีความรักและความใกล้ชิดกับเจ้าชายวิลเลียมและ เจ้าชายแฮร์รี่ อย่างมาก ขณะที่ไดอานาไม่ยอมอ่อนข้อต่อพระสวามีและราชสำนัก โดยทรงฝ่าฝืนธรรมเนียมปฏิบัติในราชสำนักหลายอย่างในการเลี้ยงดูพระโอรสทั้งสอง กระทั่งเมื่อปี 2540 ขณะเจ้าชายแฮร์รี่มีพระชนมายุ 12 พรรษาได้สิ้นพระชนม์จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่อุโมงค์ลอดใต้สะพานปองต์เดอลัลมา ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

จนท.มั่นคงเบตง คุมเข้มเดือนรอมฎอน หลังเกิดเหตุลอบวางระเบิดหลายจุด

 เจ้าหน้าที่ความมั่นคงในพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เพิ่มความเข้มในช่วงเดือนรอมฎอน หลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดหลายจุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

วันนี้ (21 พ.ค. 61) ภายหลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดหลายจุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า ตู้กดเงินสด ATM โรงจอดรถบ้านพักเจ้าหน้าที่ ยิงก่อกวนใกล้ฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ทำให้นายดำรงค์ ดีสกูล นายอำเภอเบตง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงในพื้นที่ ทั้งตำรวจภูธร ตชด. อส. และกำลังภาคประชาชน เพิ่มความเข้มในพื้นที่อย่างเข้มข้น เพื่อเป็นการป้องปรามเหตุร้ายจากกลุ่มผู้ไม่หวังดี ที่อาจเตรียมก่อเหตุป่วนในช่วงเดือนรอมฎอน โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองเบตง ในย่านชุมชน ย่านการค้า ธนาคารทุกสาขา สถานที่ราชการ 

โดยให้เจ้าหน้าที่ตรวจจุดสกัดเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เป้าหมาย เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามก่อเหตุร้ายต่าง ๆ ได้ง่าย และได้ขอความร่วมมือจากประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา ในการเฝ้าระวังคนแปลกหน้า รถแปลกถิ่น และสิ่งของแปลกที่ หน้าบ้าน และร้านสะดวกซื้อ เมื่อพบเห็นให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยไม่ตั้งอยู่ในความประมาท

พระสงฆ์ปริศนา โผล่ออกมาจากป่าขึ้นจยย.บิณฑบาต

พระสงฆ์ปริศนา ผุดออกมาจากป่าข้างทาง ทุกเช้ามืดของทุกวัน แถมมีวินคอยรอรับ ชาวบ้านใส่อาหารไม่รับ รับแต่เงิน ด้านผู้นำท้องที่เผยเคยบุกเข้าตรวจสอบแต่ไหวตัวเผ่นหนีไป

วันที่ ( 20 พ.ค.61) จากกรณีมีการเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ว่ามีการพบเห็นกลุ่มพระสงฆ์จำนวนหนึ่งมีพฤติกรรมเป็นที่น่าสงสัยเป็นอย่างมาก โดยจะมีการนัดหมายกัยวินรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาคอยรับส่งในเวลาตี5 ของทุกๆวันตรงบริเวณทางเข้าซอยขนาดเล็กซึ่งกับถนนเส้น อมตะชิตี้-บ่อวิน พื้นที่ ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น. ของวันที่ 20 พฤษภาคม 2561 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้น ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นไร่มันสำปะหลังอยู่บริเวณริมถนนสายอมตะซิตี้-หนองแขวะ หมู่ 3 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา

เมื่อเดินเข้าไปในไร่มันสำปะหลังเป็นป่าขนาดใหญ่เนื้อที่กว่า 50 ไร่ แต่ไม่พบกลุ่มพระสงฆ์ปริศนา จากการสอบถามนายประเทือง แสงเพลิง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เปิดเผยว่าก่อนหน้านี้ได้รับแจ้งจากประชาชนว่า พบพระเขมรอาศัยอยู่ในป่าจำนวน 2 รูป โดยช่วงเช้าจะอาศัยเดินออกมาขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้างไปรับบิณฑบาตในตลาดและช่วงสายๆจะนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างมาลงที่ปากซอยไร่มันสำปะหลังแล้วเดินเข้าไปในป่าใหญ่หลังไร่มันสำปะหลัง และพบเห็นเกือบทุกวัน

หลังรับแจ้งจึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บ่อวินให้มาช่วยตรวจสอบ เมื่อเดินเข้าไปในซอยไร่มันสำปะหลังเป็นป่าขนาดใหญ่เนื้อที่กว่า 50 ไร่ ก็พบว่ามีเต้นท์อยู่ 2 หลังอยู่แต่ไม่พบพระเขมรแต่อย่างใด นอกจากนี้พบมีผ้าสบงจีวรวางอยู่พร้อมอาหารที่ได้ไปบิณฑบาตมาและยังมีขวดน้ำดื่มจำนวนมาก พวกอาหารแห้งอีกจำนวนหนึ่ง

นอกจากนี้ยังพบว่าในบริเวณป่านั้นยังพบการพักอาศัยอีกหลายจุด โดยพระสงฆ์ที่มาใช้บริเวณป่าเป็นที่พัก หลังจากนั้นก็ได้มีชาวบ้านบอกว่าพบเห็นพระสงฆ์จำนวน 2 รูปเดินออกจากป่าใหญ่ไปที่ถนนแล้วขึ้นรถโดยสารไป โดยได้หายไปนาน จนวันมาเป็นข่าวในโลกโซเชียวอีกครั้งซึ่งตอนนี้ตนและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามอยู่

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวได้รับการยืนยันจากชาวบ้านในระแวกดังกล่าวก็ไม่มี สำนักสงฆ์ หรือ วัดวาอาราม แต่อย่างใด เหตุใดถึงได้มีพระสงฆ์มาปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยๆ เป็นเวลาหลายเดือน ซึ่งต้องรอให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบให้แน่ชัดว่าพระสงฆ์กลุ่มดังกล่าวเป็นพระสงฆ์จริงหรือไม่ หากว่าไม่ใช่พระสงฆ์จริง จะต้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตากฎหมายอีกต่อไปเพื่อมิให้มีผู้ใดมาแอบอ้างใช้พระพุทธศาสนามาหาผลประโยชน์โดยเด็ดขาด