ประจิน รับ เรือนจำแออัดจนเกิดช่องว่าง เตรียมปรับปรุงเพื่อป้องกันนักโทษหลบหนี

ประจิน แถลงข่าวกรณีนักโทษแหกคุกสุโขทัย รับ เรือนจำแออัดจนเกิดช่องว่าง เตรียมปรับปรุงเพื่อป้องกันนักโทษหลบหนี

วันที่ 20 พ.ค. 2561 พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงข่าวกรณีตำรวจ สภ.แสนภูดาษ จังหวัดฉะเชิงเทรา จับกุมนักโทษในคดียาเสพติดที่หลบหนีออกจากเรือนจำจังหวัดสุโขทัย เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา โดย พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า การสอบปากคำผู้ต้องขังทั้ง 2 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุการหลบหนี เบื้องต้นไม่พบเจ้าหน้าที่เรือนจำมีส่วนเกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ จากการประชุมกับกรมราชทัณฑ์ ผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้วางแผนก่อสร้างและปรับปรุงเรือนจำสร้างเรือนจำใหม่ โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมของเรือนจำ เนื่องจากอาคารเรือนจำมีอายุใช้งานมานานกว่า 70-80 ปี จะต้องมีการปรับปรุงอาคาร เนื่องจากเรือนจำทั่วประเทศ สามารถรองรับผู้ต้องขังได้ รวมทั้งสิ้น 200,000 ราย แต่ขณะนี้มีจำนวนผู้ต้องขังมากกว่า 350,000 คน ทำให้เกิดความแออัดจนนำไปสู่การหลบหนีออกนอกเรือนจำ

เกิดเหตุคนร้ายวางระเบิดหลายจุดใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

เกิดเหตุคนร้ายวางระเบิดหลายจุดใน ปัตตานี-ยะลา มีผู้บาดเจ็บหลายราย ด้านเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจเฝ้าระวังพื้นที่ย่านการค้าใน จ.นราธิวาส แล้ว

เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. เกิดเหตุคนร้ายวางระเบิด 4 จุดในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี จ.ปัตตานี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายสาหัส 1 ราย โดยจุดที่คนร้ายก่อเหตุอยู่บริเวณหน้าธนาคารกสิกรไทย, ธนาคาร ธกส. หน้าตู้ ATM บริเวณดังกล่าวมีผู้ได้รับบาดเจ็บ, และหน้าธนาคารกรุงไทย สาขาปัตตานี และหน้าตู้ ATM ออมสิน หน้าวิทยาลัยเทคนิค

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดใน จ.ยะลา ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ตั้งจุดตรวจและเฝ้าระวังพื้นที่เซฟตี้โซนตามแหล่งชุมชนย่านการค้าใน จ.นราธิวาส

ขอบคุณภาพ/ข้อมูล  จส.100

เปิดใจ ตำรวจจราจรพัทยากระโดดถีบแท็กซี่ เผย เป็นการป้องกันตัวเพื่อไม่ให้ถูกชน

เปิดใจ ตำรวจจราจรพัทยากระโดดถีบแท็กซี่ เผย เป็นการป้องกันตัวเพื่อไม่ให้ถูกชน เบื้องต้นดำเนินคดีกับคนขับแท็กซี่ 3 ข้อหา

กรณีมีคลิปวีดีโอความยาว 1.09 นาที เผยแพร่ในโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เข้าทำการจับกุมรถแท็กซี่สีชมพูคันหนึ่ง ซึ่งจอดในที่ห้ามจอด (ขาว-แดง) ริมถนนพัทยาสาย 2 โดยช่วงแรกของคลิปเป็นภาพการพูดคุยเจรจาระหว่างตำรวจจราจรนายหนึ่งและคนขับแท็กซี่ที่นั่งอยู่ในรถ กระทั่งมีพนักงานคอกรถนำเครื่องล็อคล้อมาและจะทำการล็อคล้อแท็กซี่คันดังกล่าว

แต่แท็กซี่พยายามจะขับรถออกจากจุดที่จอด ซึ่งมีรถสองแถวมาจอดขวางทำให้ไม่สามารถขับออกไปได้ ตำรวจจราจรคนคนดังกล่าวจึงเข้าไปพูดคุยอีกครั้ง แต่คนขับแท็กซี่ไม่ยอมลงจากรถ ตำรวจจราจรจึงถีบที่ประตูฝั่งคนขับไป 2 ครั้ง รถแท๊กซี่จึงตัดสินใจถอยหลังและหักพวงมาลัยขับหลบสองแถวที่จอดขวางทางอยู่ออกไปอย่างรวดเร็ว โดยภายหลังคลิปดังกล่าวแพร่ออกไปทำให้คนในโลกออนไลน์ต่างวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่เกินกว่าเหตุหรือไม่

ความคืบหน้าของเรื่องนี้ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 20 พ.ค.61 ร.ต.ท.วสุธร เอี่ยมสำอางค์ รอง สว.จร.สภ.เมืองพัทยา ได้ออกมายอมรับกับผู้สื่อข่าวว่า ตำรวจจราจรที่ปรากฏในคลิปนั้นคือตนเอง ก่อนเปิดเผยว่า ขณะปฏิบัติหน้าที่กวดขันวินัยจราจรอยู่บนถนนพัทยาสาย 2 จนไปถึงบริเวณหน้าโรงแรมอิมพีเรียล หรือโรงแรมมณเทียรเก่า พบรถแท็กซี่คันดังกล่าวจอดดับเครื่องยนต์อยู่ริมถนน ซึ่งเป็นจุดที่ห้ามจอด (ขาว-แดง)

จึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานและขอดูใบอนุญาตขับขี่ แต่คนขับกลับส่งใบสั่งที่ถูกจับในข้อหาใบขับขี่หมดอายุให้ดู ตนจึงถือว่าคนขับแท็กซี่ไม่มีใบขับขี่ และจะทำการออกใบสั่งแต่คนขับไม่ยอมรับข้อหา แถมยังพูดท้าทายและไม่ยอมรถจากรถ ซ้ำยังพยายามจะขับรถหลบหนี บังเอิญมีสองแถวมาจอดขวางเลยไปไม่ได้

ในระหว่างที่พนักงานคอกรถจะนำเครื่องล็อคล้อไปทำการล็อคล้อหลังอยู่นั้น จู่ๆ คนขับรถแท็กซี่ก็เหยียบคันเร่งพุ่งตัวออกไป จนเครื่องล๊อคล้อกระเด็น ตนจึงเกรงว่าจะถูกรถเฉี่ยวจึงใช้เท้าถีบตัวรถเพื่อให้พ้นจากการถูกเฉี่ยวชน เป็นการป้องกันตัวเองไม่ให้ได้รับบาดเจ็บตามยุทธวิธี

ด้าน พ.ต.ต.อรุษ สภานนท์ สว.จร.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า หลังทราบเรื่องจึงสั่งการให้ ร.ต.ท.วสุธร ทำรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร เบื้องต้นจากการสอบถามด้วยวาจาทราบว่า รถแท็กซี่คันดังกล่าวเดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร โดยมาส่งผู้โดยสารที่เมืองพัทยา และจอดรอรับลูกค้าขาจรที่อาจจะมาใช้บริการเดินทางเข้ากรุงเทพ ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่ห้ามจอด

ระหว่างนั้น ร.ต.ท.วสุธร ขับผ่านมาเห็นจึงจะทำการออกใบสั่ง แต่คนขับรถแท็กซี่ไม่ยอมรับข้อกล่าวหาและขับรถหนีไป ภายหลังจึงโทรศัพท์ติดต่อไปที่อู่รถและได้มีการพูดคุยกับคนขับทราบชื่อ นายประเสริฐพร (ขอสงวนนามสกุล) เพื่อให้เดินทางมาพูดคุยกันที่ สภ.เมืองพัทยา แต่นายประเสริฐพรอ้างว่าไม่อยากมาเพราะระยะทางไกล และเสียเวลาทำมาหากิน

เบื้องต้นจึงให้ ร.ต.ท.วสุธร เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายประเสริฐพร รวม 3 ข้อหาคือ 1.จอดรถในที่ห้ามจอด 2.ขับรถโดยไม่นึกถึงอันตรายของผู้อื่น และ 3.ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ หลังจากนี้คงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินการออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป