ดีเซลทะลุ 30 บาท! ชาวนาผู้ใช้รถโอดเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า

ชาวนาผู้ใช้รถโอดเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า อยากให้รัฐบาลหาทางควบคุมราคาน้ำมันให้เหมาะสมอย่างจริงจัง

วันที่ 19 พฤษภาคม2561 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ชัยนาทว่า หลังจากราคาน้ำมันปรับขึ้นมีผลหลังเที่ยงคืนที่ผ่านมา เช้าวันนี้พบว่าตามสถานีบริการน้ำมันยังคงมีลูกค้ามาใช้บริการตามปกติ แต่หลายรายก็มองป้ายแสดงราคาที่ติดไว้อย่างแปลกใจ โดยบอกว่าไม่น่าเชื่อว่าน้ำมันดีเซลซื้อเป็นปัจจัยพื้นฐานขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพราะจำเป็นต้องใช้ในทุกภาคธุรกิจของประเทศจะมีราคาปรับขึ้นสูงได้ขนาดนี้

โดยผู้ใช้รถบอกว่า หลังจากนี้เตรียมตัวรับสถานการณ์ของแพงได้เลย เพราะราคาน้ำมันประขึ้นค่าขนส่ก็จะปรับตาม และมีผลโดยตรงกับสินค้าที่จะต้องบวกค่าขนส่งเข้าไปด้วย สินค้าอุปโภคบริโภคก็จะต้องมีการปรับขึ้น และจะกระทบกับค่าครองชีพของประชาชนทั้งประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ส่วนทางด้านภาคเกษตรเอง ชาวนาในพื้นที่ ต.เขาท่าพระ อ.เมืองชัยนาทก็บอกว่าการขึ้นราคาน้ำมันรอบนี้ส่งผลกระทบอย่างมาก เริ่มตั้งแต่ต้นทุนการสูบน้ำเข้านาที่ปกติตกไร่ละ 450-500 บาท ถ้าราคาน้ำมันดีเซลยังทรงตัวที่ 30 บาทต่อลิตร หรือปรับขึ้นไปอีกต้นทุนของชาวนาก็ยิ่งสูง

นอกจากนี้ ค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นก็จะทำให้ปัจจุยการผลิต อย่างปุ๋ยและยาปรับราคาตาม ซึ่งจะยิ่งทำให้เกษตรกรเดือดร้อนหนัก จึงอยากให้รัฐบาลหาทางควบคุมราคาน้ำมันให้เหมาะสมอย่างจริงจังด้วย

กรุงเทพโพลล์ ชี้ ประชาชนอยากได้นายกฯซื่อสัตย์ ไร้ประวัติคอรัปชั่น

กรุงเทพโพลล์ เผยประชาชนอยากได้นายกรัฐมนตรีคนต่อไป เป็นคนซื่อสัตย์สุจริต และอยากได้นโยบาย รักษาฟรี ประกันสุขภาพถ้วนหน้า

กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “นายกฯ แบบไหนที่โดนใจคนไทย” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,205 คน

ทั้งนี้นโยบายประชานิยมที่โดนใจประชาชนทำให้อยากเลือกเข้ามาเป็นนายกฯ มากที่สุดคือ นโยบายรักษาฟรี ประกันสุขภาพถ้วนหน้า (ร้อยละ 57.0) รองลงมาคือ นโยบายช่วยเกษตรกร ผลผลิตเกษตรกร (ร้อยละ 54.4) นโยบายสวัสดิการ และค่าครองชีพ รายได้ (ร้อยละ 48.3) นโยบายช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากจน เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ร้อยละ 48.0) และ นโยบายเกี่ยวกับการปราบการทุจริตคอร์รัปชั่น (ร้อยละ 46.9)

นอกจากนี้ผลสำรวจระบุว่า นายกรัฐมนตรีที่ประชาชนอยากได้มาดำรงตำแหน่งคนต่อไป ร้อยละ 66.4 อยากให้เป็นผู้นำที่มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีประวัติคอร์รัปชั่น รองลงมาร้อยละ 46.6 เป็นผู้นำที่มีความเด็ดขาด กล้าตัดสินใจในการบริหารประเทศ ร้อยละ 45.9 เป็นผู้นำที่มีความสามารถสร้างสรรค์ผลงานเป็นที่ประจักษ์หรือโครงการใหม่ๆ และร้อยละ 45.2 เป็นผู้นำที่มีความขยันทุ่มเทในการทำงานเพื่อประชาชน

ส่วนความเห็นกรณีที่นายกฯ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงพื้นที่ไปตามจังหวัดต่างๆ ท่านคาดว่าจะทำให้ได้คะแนนนิยมเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด ส่วนใหญ่ร้อยละ 56.5 เห็นว่าจะเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 43.5 เห็นว่าจะได้เพิ่มขึ้นน้อยถึงน้อยที่สุด

อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามว่า หากมีสิทธิออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี ท่านจะออกเสียงสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ประชาชนร้อยละ 40.0 จะสนับสนุน (เพิ่มขึ้นจากผลสำรวจเดือนมกราคม 2561 ร้อยละ 3.2) ขณะที่ร้อยละ 25.5 จะไม่สนับสนุน ส่วนร้อยละ 34.5 งดออกเสียง

ฮือฮา ! ประมูล ‘ทุเรียนภูเขาไฟ’ ลูกแรกฟันราคา 1.5 แสนบาท

จังหวัดศรีสะเกษเปิดประมูล ‘ทุเรียนภูเขาไฟ’ ลูกแรกราคา 150,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงที่สุดของจังหวัดศรีสะเกษ

ที่สนามหน้าที่ว่าการ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ นายธวัช สุระบาล ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดงานเทศกาลผลไม้ และของดีกันทรลักษ์ ประจำปี 2561 ซึ่งอำเภอกันทรลักษ์ ร่วมกับ เทศบาลเมืองกันทรลักษ์ และ อปท. ในพื้นที่ ร่วมกันจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 18 – 27 พฤษภาคม 2561 เพื่อประชาสัมพันธ์ ผลผลิตทางการเกษตรของอำเภอกันทรลักษ์ เพื่อส่งเสริมการตลาดและเพิ่มช่องทางการตลาดเปิดโอกาสให้แก่เกษตรกร และเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและประชาชนอำเภอกันทรลักษ์

โดยมี นายวิชิต ไตรสรณกุล นายก อบจ.ศรีสะเกษ นายสมเกียรติ ศรีขาว นายอำเภอกันทรลักษ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เกษตรกรชาวสวนผลไม้ และประชาชนชาว อำเภอกันทรลักษ์ จำนวนกว่า 1,000 คน ร่วมในกิจกรรม

นายธวัช สุระบาล ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า อำเภอกันทรลักษ์ เป็นต้นกำเนิดของทุเรียนภูเขาไฟ หรือเรียกได้ว่า เป็นตำนานของทุเรียนภูเขาไฟ ซึ่งได้มีการนำทุเรียนมาปลูกบนดินภูเขาไฟเป็นแห่งแรกที่อำเภอกันทรลักษณ์ และเป็นแหล่งปลูกทุเรียนที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดศรีสะเกษ มีพื้นที่ปลูกทั้งหมดประมาณ 2,500 ไร่ และทุเรียนที่ปลูกบนดินภูเขาไฟ มีรสชาติ กรอบนอก นุ่มใน และมีกลิ่นฉุนน้อย โดยอำเภอกันทรลักษ์ ได้จัดกิจกรรมกันมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลผลิตทางการเกษตร จนทำให้ทุเรียนภูเขาไฟเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป และเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วไปด้วย

ภายหลังจากการเปิดงาน ได้มีการเปิดประมูลทุเรียนภูเขาไฟ จำนวน 9 ลูก เพื่อหารายได้ช่วยเหลือกิจกรรมสาธารณกุศล ซึ่งทุเรียนภูเขาไฟลูกแรก เป็นทุเรียนที่ชนะเลิศ อันดับที่ 1 การประกวด ทุเรียนพันธ์หมอนทอง ของนางสาวพรบุปผาวัลย์ พรมเกษ โดยผลการประมูลทุเรียนภูเขาไฟลูกแรก เป็นของ โรงงานแป้งมันเอี่ยมศิริ กันทรลักษ์ ในราคา 150,000 บาท นับเป็นราคาที่สูงที่สุดของจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งรวมการประมูลทุเรียนภูเขาไฟทั้ง 9 ลูก ได้ยอดประมูลรวมทั้งสิ้นจำนวน 449,000 บาท ขณะที่ราคาทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ที่จำหน่ายในงาน ราคากิโลกรัมละ 150 บาท