ชื่นชมเด็กหญิง ใช้เวลาว่างขายพวงมาลัย ส่งตัวเองเรียนหนังสือ

นักเรียนหญิงใช้เวลาว่างขายพวงมาลัย เจ้าตัวเผย เก็บเงินไว้ส่งตนเองเรียนให้สูงๆ พ่อแม่ระบุ รู้สึกภูมิใจลูกของตัวเอง

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพตส์เรื่องราวของนักเรียนหญิงใช้เวลาว่างขายพวงมาลัย โดยเจ้าของโพสต์บรรยายข้อความด้วยความชื่นชมว่า เห็นแล้วภูมิใจแทนพ่อแม่น้อง เลิกเรียนแล้ว ไปขายพวงมาลัยตามสี่แยก เขตตำบลหนองชาก อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี เพื่อหารายได้ให้ครอบครัวและตัวเอง ทำให้มีประชาชนได้ไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พบเด็กหญิงหน้าตาดี ใส่ชุดนักเรียน เดินขายพวงมาลัย ทราบชื่อคือ เด็กหญิงภัทรวดี แซ่เตียว หรือน้องแอน อายุ 14 ปี ศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านบึงอุตสาหกรรมนุเคราะห์ จะใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนเดินขายพวงมาลัย ไปจนถึง 22.00 น. กว่าจะได้นอนเวลาก็ล่วงเลยไปถึง 00.30 น. เพราะต้องทำการบ้าน โดยมีรายได้เฉลี่ย วันละ 300 – 400 บาท

โดยเผยว่า ต้องการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยการช่วยพ่อแม่ทำงานหาเงิน และส่วนหนึ่งต้องการมีเงินเก็บไว้ส่งตนเองเรียนให้สูง ซึ่งตนเองได้ขายมาตั้งแต่ตอนอยู่ชั้นประถมปีที่ 5 แล้ว

ด้านทางนายปราโมทย์ และนางสุดใจ แซ่เตียว พ่อแม่ของน้องแอน เผยว่า รู้สึกภูมิใจลูกของตัวเอง ที่รู้หน้าที่ของตนเองไม่ต้องมาคอยสอน กลับจากโรงเรียนก็จะช่วยทำงานบ้าน และออกมาขายพวงมาลัย ที่ได้ร้อยเตรียมไว้ให้ ซึ่งจะได้ส่วนแบ่งพวงละ 5 บาท และจะใช้จ่ายอย่างประหยัด จะได้เงินเก็บสะสมไว้ และนำไว้ซื้ออุปกรณ์การเรียน และของที่ตัวเองอยากได้

เปิดรายชื่อ 8 แกนนำพรรคเพื่อไทย ถูกแจ้งความดำเนินคดี

เปิดรายชื่อ 8 แกนนำพท. ถูก แจ้งความดำเนินคดี มั่วสุมทางการเมือง พ.ร.บ.คอมฯ และม. 116 ย้ำ ไม่ได้กลั่นแกล้ง หรือเลือกปฏิบัติ ชี้ตร.เตือนแล้วไม่ฟัง

เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ทาง พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่ส่วนปฏิบัติการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่ได้รับมอบหมายจาก คสช. ตามหนังสือที่ คสช.(สลธ.)1.10 ลงวันที่ 17 พ.ค. 2561 ให้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเพื่อร้องทุกข์ กล่าวโทษ ให้ดำเนินคดี กับทางพรรคเพื่อไทย และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ประกอบไปด้วย

1. นายวัฒนา เมืองสุข 2. นายจาตุรนต์ ฉายแสง 3. นายชูศักดิ์ ศิรินิล 4. นายนภดล ปัทมะ 5. นายชัยเกษม นิติสิลิ 6. นายภูมิธรรม เวชยชัย 7. พล.ต.ต.วิโรจน์ เปาอินทร์ และ 8. นายกิติรัตน์ ณ ระนอง กับพวกในความผิดกรณีร่วมกันชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และตวามผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เมื่อวันที่ 17 พ.ค.2561 เวลากลางวัน โดยทั้งหมดมีพฤติการณ์คือ

เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2561 เวลาประมาณ 09.00 น. นายวัฒนา กับพวก ได้ร่วมกันชุมนุมทางการเมือง โดยจัดให้มีการแถลงข่าว หัวข้อ 4 ปี ที่ล้มเหลวของรัฐบาลและคณะคสช. นำไปสู่ความมืดมนและอันตราย โดยได้แถลงข่าว ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ ซึ่งเนื้อหาการแถลงข่าว มีลักษณะเป็นการกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชน ด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช้เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมาย แห่งรัฐธรรมนูญหรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116

โดยแอดมินเพจ และหรือ ผู้ที่รับผิดชอบบัญชีเฟสบุ๊คชื่อ Pheu Thai Party ในความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตระหนกแก่ประชาชน อันเป็นความผิดตามพ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 และข้อหาร่วมกันมั่วสุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยเป็นการชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าคสช. หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย อันเป็นความผิดตามคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 3/2558 เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ ลงวันที่ 1 เม.ย.2558 ข้อ 12

ด้านพล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคสช. กล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายคสช. ได้ดำเนินการตามหน้าที่โดยไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพราะเห็นว่าการกระทำดังกล่าวน่าที่จะผิดตามคำสั่งคสช.และกฎหมาย โดยรายละเอียดหลักฐาน เอกสาร สำนวนทั้งหมด ได้ส่งให้พนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่มีความกังวลกันว่าจะเป็นการจุดกระแสให้สถานการณ์บานปลายหรือไม่นั้น ตนคิดว่าไม่ปานปลายอะไร เพราะทางคสช. ใช้กฎหมายดำเนินการ ตามพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็เป็นไปตามขั้นตอน ทั้งนี้ คสช.พยายามรักษาให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย หากมีการยุยงปลุกปั่น หรือมีการกระทำใดที่ขัดคำสั่งคสช. ก็ต้องดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าคสช.ทำตามหน้าที่ ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร หรือมีการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด เพราะเราจะไม่ปล่อยให้มีการทำผิด และต้องดูแลภาพรวมความสงบในส่วนรวม

“ทั้งนี้ในวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าไปที่พรรคเพื่อไทย เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับแกนนำพรรค ที่กำลังรวมตัวเพื่อแถลงข่าวการเมือง ซึ่งทางคสช.ยังไม่ได้อนุญาตให้จัดกิจกรรมทางการเมือง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงชี้แจงในเรื่องผลที่จะตามมาว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ทางแกนนำพรรคก็ยังยืนยันที่จะขึ้นเวทีร่วมกันเพื่อแถลงข่าว จะเห็นว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ได้ปล่อยให้เขาทำ แต่ทางแกนนำไม่ยอมยกเลิกกิจกรรมดังกล่าว ดังนั้นทางคสช.จึงต้องดำเนินการไปตามกฎหมายต่อไป” พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าว

สาวเผยพบเรือลากอวน จับปลาฉลามวาฬ ที่ จ.ภูเก็ต

โลกออนไลน์ต่างเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ หลังสาวเผยพบเรือลากอวน จับปลาฉลามวาฬ ที่ จ.ภูเก็ต

กลายเป็นเรื่องราวที่โลกออนไลน์ต่างเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ หลังสามชิกเฟซบุ๊ก Dusadee Chuaychian โพสต์ภาพพร้อมเล่าเรื่องราวว่า เธอได้พบเรือลากอวนจับปลาฉลามวาฬ

โดยสาวเจ้าของเรื่องระบุว่า กัปตันเรือของตน เห็นว่าเรือลากอวนมันตะเเคงข้างผิดปกติ กัปตันจึงเอากล้องส่องทางไกลส่องดูจึงเห็นปลาฉลามวาฬ กัปตันวิ่งเรือเข้าไปใกล้ๆ เพื่อกดดันให้เขาปล่อยปลาฉลามวาฬ ทั้งลำของเรือลากอวนเป็นพม่า ทั้งนี้ สาวเจ้าของเรื่องราวระบุว่า เธอพบกับเรือประมงดังกล่าวขณะเรือของตนกำลังจะออกจากเกาะราชาใหญ่ จ. ภูเก็ต

ซึ่งปลาฉลามวาฬนั้นนับเป็นหนึ่งในชนิดของปลาฉลามที่ใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากมักจะถูกจับทำเป็นหูฉลาม และยังเป็นสัตว์คุ้มครอง (ปลาลำดับที่ 6)

คลิกอ่าน >>> บัญชีรายชื่อสัตว์ป่าสงวนที่เป็นสัตว์น้ำ 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Dusadee Chuaychian  , Bülent Pulsever