คืบหน้าอ้างเป็น สคบ.รีดไถ่ 7หมื่น หากพบเป็นตำรวจจริงฟันไม่เลี้ยง

คืบหน้าอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ สคบ. รัดไถ่เงิน 7 หมื่น จากเจ้าของร้านเครื่องเสียง ด้านตำรวจเผยหากตรวจสอบเผยว่าเป็นตำรวจจริงฟันไม่เลี้ยง

วันที่ 18 พ.ค. 61 ที่บริเวณ สภ.เมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง นาย กัมปนาท พัวโสภิต อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88/6 หมู่ที่ 4 ตำบลศาลาแดง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง และ น.ส.สุรีรัตน์ อุทิศ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30/29 หมู่ที่ 2 ตำบลศาลาแดง อำเภอเมือง ได้เข้าร้องต่อ พล.ต.ต.สุรินทร์ ทับพันบุบผา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง หลังถูกชายในคลิปอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ สคบ. เรียกรับเงินเพื่อแลกกับการดำเนินคดี ด้วยความกลัว ยอมจ่ายเงินให้ 70,000 บาท หลังพบเห็นจากสื่อมีผู้ก่อเหตุคล้ายกันที่จังหวัดสระบุรี จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองอ่างทอง เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อให้ติดตามตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวมาดำเนินคดี

นายกัมปนาท เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้น เมื่อเวลา ประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 14 พ.ค. 61 ได้มีชายไทยไม่ทราบชื่อประมาณ 6 – 7 คน ใช้ยานพาหนะรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์สีดำ (ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ) และรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอน์ (ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ) ได้ดินทางมาที่ร้าน รุ่งเรืองการค้า ตั้งอยู่ที่ 88/6 หมู่ที่ 4 ตำบลศาลาแดง อำเภอเมือง

ซึ่งเปิดเป็นร้านขายและติดตั้งเครื่องเสียงรถยนต์ โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมครองผู้บริโภค (สคบ.) มาขอตรวจค้นร้าน และมีการนำสินค้าภายในร้านออกไป พร้อมกับนำตัว นาย กัมปนาท มาที่ กก.สส.ภ.จว.อ่างทอง แต่ให้อยู่เพียงชั้นล่าง

โดยกลุ่มบุคลภายในคลิปอ้างว่า นาย กัมปนาท กระทำผิดฐาน เสนอขายสินค้าโดยไม่ติดฉลากภาษาไทย และได้ทำการเรียกรับเงินจากผู้เสียหาย เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี โดยตกลงกันที่ราคา 45,000 บาท นาย กัมปนาท จึงได้โทรศัพท์ไปตาม น.ส.สุรีรัตน์ ซึ่งเป็นน้า เดินทางมาจ่ายเงินให้ เมื่อน.ส.สุรีรัตน์ เดินทางมาถึง กลุ่มบุคคลที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ สคบ. ได้พูดคุยกับ น.ส.สุรีรัตน์ เมื่อทราบว่าเป็นร้านขายเครื่องเสียงเหมือนกัน จึงก็ได้เรียกเงินจาก น.ส.สุรีรัตน์ อีกจำนวน 25,000 เพื่อแลกกับการที่กลุ่มดังกล่าวที่ว่าอ้างเป็น สคบ. จะได้ไม่ต้องเข้าไปทำการตรวจยึดสินค้าภายในร้ายของ น.ส.สุรีรัตน์

ทาง น.ส.สุรีรัตน์ จึงยินยอมจ่ายเงินให้กับกลุ่มของคนที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ สคบ. ซึ่งจ่ายเงินรวมกับร้านของหลานชาย รวมเป็นเงินทั้งหมด 70,000 บาท ต่อมาได้ทราบว่าก่อนหน้านี้ได้มีการก่อเหตุลักษณะนี้ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี เช่นกัน ซึ่งได้มีการออกหมายจับไว้แล้ว และจำได้ว่าบุคคลที่ถูกออกหมายจับคือบุคคลคนเดียวกันกับที่มาก่อเหตุที่ร้านของตน จึงได้เดินทางมาร้องทุกข์ ต่อ ร.ต.ท.สุขสันต์ ปัสสาวะกัง รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ให้ติดตามตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทางด้าน พล.ต.ต.สุรินทร์ ทับพันบุบผา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่ากลุ่มบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ สคบ. ได้ถูกแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งตนเองได้ให้ผู้กำกับการ สภ.เมืองอ่างทอง ประสานขอข้อมูลไปยังท้องที่เกิดเหตุ ในส่วนของจังหวัดอ่างทอง ได้รับทราบว่ามีผู้เสียหายในเขตอำเภอเมือง และอำเภอวิเศษชัยชาญ ที่ทราบข่าว และทยอยกันเดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ ทั้ง 2 โรงพัก ขอให้ผู้เสียหายอย่างหวาดกลัวในการเดินทางมาแจ้งความดำเนินคดี

โดยได้ส่งคลิปไปที่ฝ่ายสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 เพื่อตรวจสอบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงหรือไม่ หากเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงตนเองได้รับการกำชับจากผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ให้ดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาด และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ดีเจนุ้ย พบ สคบ. แจงกรณีถูกแอบแฝงทำธุรกิจขายตรง

ดีเจนุ้ย พบ สคบ. แจงกรณีถูกแอบแฝงทำธุรกิจขายตรง ทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสน ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์

นายธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร หรือ ดีเจนุ้ย พร้อมด้วย นางสาวชนม์นิภา วิเศษสุรนันท์ ผู้บริหารของบริษัท แอบ โซลูท บาย จิ๊บ จำกัด เจ้าของแบรนด์ Garden Me Blossom Gel หรือ เจล น้ำดอกไม้ ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม เข้าชี้แจงกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กรณีถูกแอบแฝงทำธุรกิจขายตรง หรือ แชร์ลูกโซ่ ทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสน ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์

โดย นางสาวชนม์นิภา กล่าวว่า หลังเกิดกระแสข่าวการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ไปในทิศทางลบ ทำให้ตนเกิดความกังวลใจ จึงนำเอกสารรูปแบบของธุริกิจมายื่นให้ สคบ.ตรวจสอบ ซึ่งทาง สคบ.ได้ตรวจสอบว่าแบรนด์นี้ไม่ใช่ธุรกิจขายตรง เป็นเพียงธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งทั่วไป

ส่วนการมีตัวแทนจำหน่ายนั้น นางสาวชนม์นิภา กล่าวว่า ทางบริษัทได้ส่งเจ้าหน้าที่อบรมตัวแทนอย่างใกล้ชิด อาจมีตัวแทนบางส่วนโฆษณาสินค้าผ่านออนไลน์ในข้อความที่อาจสร้างความเข้าใจผิดว่าเป็นธุรกิจลูกโซ่

ด้าน ดีเจนุ้ย พิธีกรชื่อดัง กล่าวว่า สำหรับตัวเองก่อนที่จะเข้ามาทำธุรกิจเสริมความงาม ตนได้ศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ให้แน่ชัด เน้นคุณภาพของสินค้าเป็นหลัก และต้องดำเนินธุรกิจให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นและส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของคนในวงการบันเทิง

ขณะที่ พล.ต.ต. ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า หากผู้ประกอบธุรกิจขายของออนไลน์ที่ไม่มั่นใจในรูปแบบธุรกิจว่ามีลักษณะเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่หรือไม่ สามารถนำมาให้ สคบ.ตรวจสอบ รวมถึงข้อความโฆษณาเพื่อไม่ให้เกิดการโฆษณาเกินจริง

ซึ่งขณะนี้ ทาง สคบ.ได้รับแจ้งจากผู้บริโภคว่ามีสินค้าเกี่ยวกับอาหารเสริม และความสวยความงาม มีผู้ร้องกว่า 150 ราย โดยเฉพาะกลุ่มอาหารเสริมผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก

ส่วนกลุ่มผู้ที่แอบอ้างในการจำหน่ายสินค้า สคบ.ได้ดำเนินคดีเรียบร้อยแล้ว พร้อมฝากเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ รวมถคงหากพบพฤติกรมมการเข้าตรวจสอบสินค้าของเจ้าหน้าที่ลักษณะผิดปกติมีการยึด อายัดสินค้า หรือเรียกรับเงินใด ให้ถ่ายภาพคลิปวิดีโอแล้วแจ้งมายัง สคบ. ทางสายด่วน สคบ.1166 ได้ทันที

บิ๊กจิ๋ว รับคุย ทักษิณ เชื่ออยากกลับไทย

บิ๊กจิ๋ว รับคุย ทักษิณ เชื่ออยากกลับไทย มองการทำงาน 4 ปี คสช. พยายามแก้ปัญหาเพื่อประชาชน แต่ยังไม่ตรงใจ

วันที่ 18 พ.ค. 2561 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยหลังการแถลงข่าวถึงชีวประวัติในการทำงานรับใช้ชาติบ้านเมืองตลอดชีวิตที่ผ่านมา ว่า ในช่วงที่ผ่านมาตนเองได้พูดคุยกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งจากการฟังน้ำเสียงก็ทราบว่านายทักษิณอยากกลับประเทศไทย ตนจึงแนะนำว่าให้ทำเพื่อประชาชนอาจเป็นหนทางให้สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงผลงาน 4 ปี คสช. ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า ได้ติดตามมาตลอด และมองว่าพยายามทำงานเพื่อประชาชน แต่ก็ยังไม่ตรงใจ ทั้งนี้อย่าไปตำหนิการบริหารประเทศของ คสช. เนื่องจากบ้านเมืองก็เป็นอย่างนี้มาตลอดนั่นคือ เลือกตั้ง ปฏิวัติ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่

ส่วนรัฐบาลแห่งชาติจะสามารถเกิดขึ้นได้หรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า หากมีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะนักการเมืองยังขัดแย้งกัน แล้วเหตุการณ์ก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ที่จะต้องเกิดขึ้น คือ รัฐบาลเฉพาะกาล ที่จะมีหน้าที่แก้ไขปัญหาโดยเฉพาะ และอยู่ไม่กี่เดือนก็กลับไปสู่การเลือกตั้ง

พร้อมยอมรับว่ามีพรรคการเมืองมาชวนให้เป็นที่ปรึกษา แต่ตนเองก็ไม่ได้ตอบรับ และคิดว่าอย่าเอาตนไปทำงานการเมืองเลยเพราะสุขภาพไม่แข็งแรง