รองผบ.ตร.ท่องเที่ยว ปัดแกล้ง ‘พ.ต.ท.สันธนะ’ เผยรื้อตลาดใหม่ดอนเมืองเป็นแผนอยู่แล้ว

‘รองโจ๊ก’ ยัน ไม่กลั่นแกล้ง ‘สันธนะแฟมิลี่’ คาดปมโจมตีมาจาก ‘จับโต๊ดเถื่อนสนามม้า’ เผยมีแผนรื้อตลาดใหม่ดอนเมือง ส่วนที่รุกล้ำคลองเปรมประชากร จัดการเรียบ ตรวจสอบหมดเส้นทางรายได้เงินภาษีที่นำเข้ารัฐ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวถึง กรณีการดำเนินคดี พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ว่า ใกล้จะจบแล้ว ซึ่งตนขอยืนยันว่าไม่ใช่การกลั่นแกล้ง ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนผู้เสียหายให้ครบถ้วนก่อน จากนั้นจะเป็นขั้นตอนของอัยการและศาลที่จะต้องดำเนินการต่อ

พร้อมยืนยันว่าตนไม่ได้มีปัญหาขัดแย้งพ.ต.ท.สันธนะ แม้ว่าจะมีชื่อติดอยู่ 1 ใน 3 นายพลตำรวจที่ถูกกล่าวอ้างก็ตาม ซึ่งตนเคยไปจับโต๊ดเถื่อนในสนามม้ามาในอดีต โดยตนจับทุกราย มีสถิติจับกุมชัดเจน อาจทำให้มีคนไม่พอใจบ้าง แต่ก็ต้องทำตามหน้าที่ ตนขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่มีเรื่องส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไปทะเลาะกับพ.ต.ท.สันธนะ เพราะไม่เคยคุยกันเลย ไม่มีเลือกปฏิบัติ

ทั้งนี้กล่าวว่าโดยหลักของการทำงาน ไม่ได้มองเรื่องของ พ.ต.ท.สันธนะ เป็นประเด็นหลัก แต่จะทำอย่างไรให้ตลาดใหม่ดอนเมืองแข็งแรง เช่น รายได้ต้องเข้ารัฐครบถ้วน ได้จากการเช่าที่ดินก็จะต้องเข้ากรมธนารักษ์ การเสียภาษีต้องถูกต้อง พ่อค้าและแม่ค้าต้องขายสินค้าที่ถูกต้องและมีอ.ย.

ดังนั้นเมื่อออกจากตลาดนี้ไป ตลาดจะต้องมีความสมบูรณ์ ไม่มีการต่อเติมอาคาร ที่สำคัญจะต้องไม่มีการบุกรุกคลองเปรมประชากร ดังนั้นการดำเนินคดีที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น ทั้งหมดจะต้องทำให้เกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่าเมื่อออกไปแล้วก็เปรียบเป็นแขนและขาขาด ไม่ใช่เพียงการดำเนินคดีอย่างเดียว แต่จะต้องทำให้ทุกส่วนสมบูรณ์

โดยสำนักงานเขตดอนเมืองจะต้องปิดประกาศให้ครบเมื่ออาคารได้ต่อเติมผิดก็จะต้องมีการรื้อถอนภายใน 30 วัน ถ้ารื้อถอนไม่ทันเวลาก็จะต้องเลื่อนเวลาออกไป ส่วนที่บุกรุกคลองเปรมประชากรจะต้องทุบทิ้งทั้งหมด ส่วนค่าเช่าที่ราคาสูงนั้น ทางอธิบดีกรมธนารักษ์ก็จะต้องมาดูว่าถูกต้องหรือไม่ ราคาสูงกว่าความเป็นจริงหรือไม่ ซึ่งตนเชื่อว่าจะใช้ระยะเวลาอีกเพียงประมาณ 2 สัปดาห์ก็จะเสร็จสิ้น ถ้ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องก็จะต้องดำเนินคดี โดยจะต้องมีผู้เสียหายมาทำการฟ้องร้อง

ส่วนตำรวจมอง พ.ต.ท.สันธนะเป็นผู้มีอิทธิพลหรือไม่นั้น พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ไม่ได้มองเป็นผู้มีอิทธิพลเลย เพราะวันนี้เรามองว่าไม่มีผู้มีอิทธิพล แต่เป็นเพียงการกระทำความผิดเฉพาะกลุ่มหรือบุคคลเท่านั้น มาเฟียก็ไม่มี เราไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงส่วนนี้ส่วนเดียว ซึ่งเราจะต้องดูทุกส่วนให้ครบถ้วน

ส่วนกรณีที่ตำรวจออกหมายเรียก พ.ต.อ.สมชาย ประยูรรัตน์ วัย 91 ปี บิดา พ.ต.ท.สันธนะ ฐานให้ที่พักพิงผู้ต้องหา ว่า ตนได้สอบถามไปยังผู้กำกับสน.โชคชัยแล้ว เป็นเพียงการตรวจสอบเท่านั้น ซึ่งหลังจากการตรวจสอบพบว่าไม่เข้าข่ายการกระทำผิดก็ไม่มีอะไรจึงไม่มีการดำเนินคดีใดใดทั้งสิ้น ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นอาจเป็นการพูดกันไปเอง ซึ่งเราจะเน้นเพียงผู้กระทำผิดเท่านั้นซึ่งใครผิดก็จะต้องดำเนินคดีกับคนนั้น ตนขอยืนยันว่าไม่มีเรื่องพ่อแม่เข้ามาเกี่ยวข้อง

ส่วนที่ภรรยา พ.ต.ท.สันธนะ ไปยื่นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนนั้น ก็ถือว่าเป็นสิทธิสามารถทำได้ ซึ่งตนพร้อมให้ตรวจสอบทุกส่วนอยู่แล้ว ว่าเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่อย่างไรบ้าง เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นบุคคลสาธารณะ เมื่อเราทำหน้าที่แล้วก็ต้องพร้อมให้สังคมตรวจสอบ

ถ้าทำดีหรือไม่ดีสังคมก็ต้องรับรู้ ซึ่งการทำงานในครั้งนี้มีหลายหน่วยงานทำงานร่วมกันและตนเชื่อว่าไม่มีใครกล้าแตกแถว อยากให้มีการตรวจสอบเยอะๆจะได้โปร่งใส ซึ่งการจะดำเนินคดีใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสิทธิ์และเสรีภาพถือเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งการจะไปดำเนินคดีกับใครนั้นจะต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนและตนไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร

สยอง! วิศวกรอินเดีย ถูกเครื่องจักรโรงไฟฟ้าแม่เมาะ พัดร่างแหลก ตร.เร่งสอบ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่เมาะ เข้าตรวจสอบพร้อมแพทย์ รพ.แม่เมาะ หลังจากได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุวิศวกรชาวอินเดีย พลาดท่าถูกเครื่องจักรพัดร่างแหลก

เมื่อวันนี้16 พ.ค. 2561 ที่ผ่านมา เวลา 14.20 น. ร.ต.อ.สราญชีพ โนนดา รองสารวัตรสอบสวน รับแจ้งเหตุว่า พนักงานของบริษัทเอเวอเซ็นต์ได จำกัด ถูกเครื่องจักรหมุนบดร่างถึงแก่ความตายในห้องควบคุมอุณหภูมิอาคารโรงไฟฟ้าแม่เมาะซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและร่วมกันไปตรวจที่เกิดเหตุ พร้อมกับแพทย์ประจำโรงพยาบาลแม่เมาะ

ที่เกิดพบศพนายโมฮันราช คะกามูพัน อายุ 33 ปี สัญชาติอินเดีย พนักงานตำแหน่งช่างวิศวกร ควบคุมการติดตั้งเครื่องจักร จากการสอบสวนเบื้องต้นได้ความว่า ขณะผู้ตายเปิดเครื่องจักรทดลองทำงานได้ 12 นาทีมีเสียงเครื่องจักรดังผิดปกติในห้องที่เกิดเหตุ จึงเข้าไปตรวจดู ขณะเดินไต่บนคานเหล็กเกิดลื่นพลัดตกลงบนแผงเครื่องขณะหมุนอยู่จึงพัดบดร่างจนถึงแก่ความตาย

โรงไฟฟ้าแม่เมาะ, ข่าวสดวันนี้, วิศวกรอินเดีย, ข่าวจังหวัดลำปาง

โดยเหตุเกิดที่อาคารก่อสร้างโรงไฟฟ้าแม่เมาะ หมู่ที่ 6 ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ภายหลังจากได้รับแจ้งจึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมแพยท์เวร รพ.แม่เมาะ เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยแม่เมาะ โดยพบว่าร่างถูกใบพัดของเครื่องจักร พัดจนแหลก ทำให้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ

ต่อมาเพจเฟซบุ๊กของทาง กฟผ. แจ้งเหตุ วิศวกรบริษัทรับเหมาช่วงก่อสร้าง โรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน 4-7 ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เป็นวิศวกรบริษัทรับเหมาช่วงก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 4-7 ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต กฟผ. ยืนยัน พร้อมให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสาเหตุ และดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุด พร้อมจะประสานทางเจ้าหน้าที่สถานทูตอินเดียในประเทศไทย เพื่อแจ้งให้กับทางญาติผู้เสียชีวิตต่อไป

ขณะที่ นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ในฐานะโฆษก กฟผ.เปิดเผยว่า วันนี้ (16 พฤษภาคม 2561) เวลาประมาณ 12.00 น. ขณะที่บริษัท Eversendai Corporation

ทำการทดสอบอุปกรณ์ Gas to Gas Heater ของระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ออกไซด์ (FGD) ของโครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 4 – 7 จ.ลำปาง ที่กำลังก่อสร้าง ได้เกิดอุบัติเหตุส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของบริษัท คือ นาย Moharaj Kagamoopan วิศวกรชาวอินเดีย อายุประมาณ 34 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

โฆษก กฟผ. กล่าวต่อไปว่า เบื้องต้น กฟผ. ได้แจ้งให้บริษัทฯแจ้งความให้สถานีตำรวจภูธรแม่เมาะเข้ามาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและนำร่างผู้เสียชีวิตไปตรวจชันสูตรแล้วรวมทั้งแจ้งให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตทราบพร้อมทั้งให้บริษัทฯ ดูแลช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่

ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ สำหรับบริษัท Eversendai Corporation เป็นบริษัทรับเหมาช่วงก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 4 – 7 จากบริษัทผู้รับเหมาหลักในการซื้ออุปกรณ์และจ้างก่อสร้างโครงการฯ คือ The Consortium consisting of Alstom Power system SA, Alstom (Thailand) Ltd. and Marubeni Corporation หรือ AMC

ทั้งนี้ ในการดำเนินงานได้มีมาตรการป้องกันและเตือนภัยตามมาตรฐานสากล รวมทั้งมีวิศวกรควบคุมให้มีการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานอย่างเคร่งครัดโดยให้ความสำคัญต่อชีวิตของบุคลากรที่เข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่ก่อสร้างเป็นสำคัญ

อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีการเพิ่มมาตรการความปลอดภัยให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น“จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งให้บริษัทฯ ดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุด และให้มีการดำเนินมาตรการความปลอดภัยต่างๆอย่างเข้มงวดรัดกุมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก” โฆษก กฟผ. กล่าว

ทุเรียนถูกกินเพลิน ทำขยะเปลือกทุเรียนกองเป็นภูเขา เดือนละกว่า 30 ตัน

ทุเรียนถูกกินเพลิน ทำขยะเปลือกทุเรียนกองเป็นภูเขา เดือนละกว่า 30 ตัน เทศบาลเร่งทำปุ๋ยอินทรีย์ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม

ช่วงนี้เป็นฤดูทุเรียน ทำให้แหล่งจำหน่ายทุเรียนและผลไม้ไทยบริเวณตลาดเมืองใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ขายดิบขายดี มีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวจีนเดินเลือกซื้อไปรับประทานกันตลอดทั้งวัน ขณะเดียวกันการบริโภคทุกเรียนจำนวนมากในแต่ละวันก็ทำให้มีขยะจากเปลือกทุเรียนเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน แต่ละวันมีเปลือกทุกเรียนกองสูงเป็นภูเขา ภายในบริเวณศูนย์เรียนรู้ปุ๋ยเกษตรอินทรีย์ของเทศบาลนครเชียงใหม่

เจ้าหน้าที่ระบุว่าต้องนำรถขยะไปจัดเก็บเปลือกทุเรียน บริเวณตลาดค้าส่งตลาดเมืองใหม่แห่งเดียววันละหลายรอบ เฉลี่ยมีขยะจากเปลือกทุเรียนวันละ 500 กิโลกรัม ยังไม่รวมเปลือกทุเรียนของพ่อค้าแม่ค้าเร่ที่นำไปขายตามข้างทางทั่วเมืองเชียงใหม่ รวมแล้วไม่ต่ำวันละ 1 ตัน ทำให้แต่ละเดือนมีขยะจากทุเรียนเดือนละประมาณ 30 ตัน ขณะที่ช่วงนี้ยังมีขยะดอกไม้สดจากงานประเพณีอินทขิล อีกวันละกว่า 3 ตันต่อวัน จนกองสูงเป็นภูเขาเช่นเดียวกัน โดยทั้งหมดจะถูกรวบรวมไปทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อลดปริมาณขยะ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม

ความนิยมในการบริโภคทุเรียนที่จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงนี้ราคาทุเรียนทั่วไปเฉลี่ยกิโลกรัมละ 150 – 160 บาท ทำให้แต่ละเดือนมีเงินสะพัดในกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท หากเป็นช่วงราคาแพงจะมีเงินสะพัดกว่าเดือนละ 10 ล้านบาท