ป.ป.ส.เร่งพัฒนาพันธุ์ ‘กัญชง’ ขอ 3 ปี ก่อนหนุนเป็นพืชเศรษฐกิจ

ป.ป.ส.ติวเข้มคณะทำงานควบคุมการปลูก ‘กัญชง’ ระดับจังหวัด-อำเภอ เร่งพัฒนาพันธุ์ปรับลดสารออกฤทธิ์ 3 ปี ก่อนหนุนเป็นพืชเศรษฐกิจ

วันนี้ (17 พ.ค.61) สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ( ป.ป.ส.) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการงานควบคุมและกำกับดูแลการปลูกเฮมพ์ (กัญชง) เป็นพืชเศรษฐกิจ โดยมีนายชลัยสิน โพธิเจริญ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธานในการเปิดอบรม และมีคณะทำงานควบคุมและกำกับดูแลเฮมพ์ (กัญชง) ระดับจังหวัด จาก 8 จังหวัด คือ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน ตาก แพร่ เพชรบูรณ์ ปทุมธานี และ ขอนแก่น รวมทั้งชุดปฏิบัติการตรวจเฮมพ์จำนวน 14 อำเภอ และ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.กว่า 150 คนเข้าร่วม ณ โรงแรมดวงตะวัน จังหวัดเชียงใหม่

นายชลัยสิน โพธิเจริญ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า การอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการควบคุมกำกับดูแลการปลูกเฮมพ์ หรือ กัญชง และพิจารณาอนุญาตให้การปลูกกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศอย่างแท้จริง โดยมติ ครม.เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2559 เห็นชอบร่างกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต จำหน่าย หรือครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 เฉพาะเฮมพ์ (กัญชง) และมอบหมายให้ ป.ป.ส. , อย. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคุมและดูแลกำกับให้เข้มงวด โดยจัดตั้งกลไกการควบคุมระดับต่างๆ

ขณะที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ ได้มีคำสั่งเรื่องมาตรการควบคุมและกำกับดูแลกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจ โดยให้จัดตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด และระดับอำเภอขึ้น เป็นกลไกในการดูแล แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบและพันธุ์ที่เหมาะสม 3 ปี ก่อนจะเปิดให้เอกชนขออนุญาตปลูกในเป็นพืชเศรษฐกิจได้

นายชลัยสิน ยอมรับว่า ป.ป.ส.เป็นห่วงว่าอาจมีการลักลอบปลูกกัญชาปะปนกับกัญชง จึงต้องมีการพัฒนาพันธุ์ที่เหมาะสม มีปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล ( THC) ต่ำกว่า 0.3 เปอร์เซนต์ และ ต้องมีการตรวจวัดปริมาณสาร THC ของกัญชงที่ปลูก ต้องไม่เกินร้อยละ 1 ต่อน้ำหนักแห้ง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำกัญชงไปใช้ในทางที่ผิด จึงกำหนดแผนงานช่วงแรกในการพัฒนาพันธุ์ไว้ 3 ปี

ทั้งนี้ ป.ป.ส.พยายามคลี่คลายปัญหาเพื่อให้สามารถปลูกกัญชงได้อย่างถูกกฎหมาย เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการสิ่งทอและเส้นใย ซึ่งปัจจุบันต้องสั่งนำเข้าจากต่างประเทศ โดยปัจจุบันมี 8 อำเภอ ใน 4 จังหวัด รวมกว่า 190 ไร่ ที่ทดลองปลูกกัญชงอยู่ โดยมีสถาบันวิจัยพัฒนาเกษตรบนพื้นที่สูงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาส่งเสริมและสนับสนุน หากประสบผลสำเร็จก็จะขยายผลต่อไป

ส่วนที่นักวิจัยและบุคลากรทางการแพทย์ผลักดันให้มีการอนุญาตนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์นั้น รองเลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ขณะนี้ในต่างประเทศก็มีใช้กัญชาในทางการแพทย์และใช้รักษาโรค ส่วนประเทศไทยในทางนโยบายก็มีแนวทางสนับสนุนและผ่อนคลาย แต่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฏหมายและมีกระบวนการอนุญาตให้เหมาะสม ซึ่งกฏหมายที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเสนอ สนช. หากผ่านการพิจารณาและมีผลบังคับใช้ คณะกรรมการด้านยาเสพติดสามารถอนุญาตให้นำมาศึกษาวิจัยและใช้ในทางการแพทย์ได้

ว่อนเน็ต! คลิปวัยรุ่นนับสิบยิงปืนแก๊ป ฉลองงานบวช

โลกออนไลน์แห่แชร์ คลิปวัยรุ่นนับสิบยิงปืนแก๊ป ฉลองงานบวช

วันนี้(17 พ.ค.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากเพจเฟซบุ๊ก “สยามมวลชนนิวส์” เผยให้เห็นภาพเหตุการณ์ขณะที่วัยรุ่นกว่า 10 คน ยิงปืนแก๊ปฉลองงานบวช โดยหันไกปืนใส่เนินดินบริเวณนั้น โดยเพจดังกล่าวระบุข้อความว่า “วัยรุ่นนับสิบยิงปืนฉลองงานบวช!”

หลังจากที่คลิปดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ บรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มองว่าดีกว่าใช้ปืนจริงที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน แถมยังเสียงดังเหมือนกัน ขณะเดียวกันก็มีบางส่วนมองว่า อาจเกิดอันตรายได้

ที่มา สยามมวลชนนิวส์

ผู้ปกครองห่วงลูกหลานลงทุนปูเสื่อเฝ้าหน้า รร.ช่วงเปิดเทอมใหม่

บรรยากาศเปิดเรียนสักดาห์แรกที่โรงเรียนอนุบาลชัยนาท ผู้ปกครองนำเสื่อมาปูนั่งจับกลุ่มคุยกันอยู่บริเวณริมรั้วโรงเรียน เฝ้าดูบุตรหลาน

วันที่ 17 พ.ค. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเปิดเรียนสักดาห์แรกที่โรงเรียนอนุบาลชัยนาท ซึ่งได้สังเกตุเห็นผู้ปกครองจำนวนหนึ่งที่นำเสื่อมาปูนั่งจับกลุ่มคุยกันอยู่บริเวณริมรั้วโรงเรียน โดยมีทั้งน้ำใส่กระติกมาดื่มและของว่างผลไม้ต่างๆมารับประทาน รวมถึงหนังสือพิมพ์มาอ่านระหว่างที่นั่งพูดคุยกัน ผู้สื่อข่าวจึงเข้าไปสอบถามด้วยความสงสัยว่านั่งรอหรือคุยอะไรกัน

ซึ่งบรรดาลุงๆป้าๆบอกว่าที่มานั่งกันอยู่ริมรั้วโรงเรียนวันนี้ ก็เพราะมานั่งเฝ้าลูกหลานที่มาเรียนเป็นวันแรก เพราะในรายที่มีลูกกหลานเรียนชั้นอนุบาลก็เป็นห่วงว่าหลานจะร้องงอแงจึงคอยเฝ้าดูด้วยความเป็นห่วง ส่วนผู้ปกครองของเด็กที่โตขึ้นมาก็บอกว่า วันแรกที่ลูกหลานมาเรียนก็เป็นห่วงว่าอาจจะลืมเอาอะไรมาจากบ้าน จึงมาคอยดูว่าจะช่วยอะไรหลานๆได้บ้าง

รวมทั้งอยากรู้ว่าลูกหลานอยู่ห้องอะไรด้วย เมื่อมาเจอคนหัวอกเดียวกันก็เลยจับกลุ่มคุยกันฆ่าเวลาเพื่อรอลูกหลานเลิกเรียนเสียเลย ซึ่งเป็นภาพน่าประทับใจในความรักของคุณลุงคุณป้า และผู้ปกครองที่มีต่อลูกหลาน ที่จะมีให้เห็นได้เฉพาะช่วงเปิดเทอมใหม่ๆแบบนี้นี่เอง