สธ. ย้ำ! ลูกจ้างทุกคนต้องได้รับค่าจ้าง ไม่น้อยกว่าแรงงานขั้นต่ำ

กระทรวงสาธารณสุข ย้ำหน่วยบริการในสังกัด ให้ลูกจ้างทุกคนต้องได้รับค่าจ้างไม่น้อยกว่าค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ พร้อมเร่งหารือการบรรจุลูกจ้างเป็นพนักงานกระทรวงสาธารณสุข

วันที่ (16 พฤษภาคม 2561) ที่กระทรวงสาธารณสุข ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมร่วมกับแกนนำกลุ่ม ลูกจ้างชั่วคราวและพนักงานกระทรวงสาธารณสุข ว่า ได้กำชับให้หน่วยบริการในสังกัด ดูแลการจ้างลูกจ้าง ต้องได้รับค่าจ้างให้ไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กระทรวงแรงงานกำหนด

สำหรับการพิจารณาให้ลูกจ้างชั่วคราว ลูกจ้างเหมารายเดือน รายวัน ให้ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานกระทรวงสาธารณสุขนั้น กระทรวงฯ จะตรวจสอบรายละเอียด และนำเข้าวาระที่ประชุมคณะกรรมการพนักงานกระทรวงสาธารณสุข (กพส.) เพื่อพิจารณากรอบอัตรา งบประมาณที่ใช้ และเสนอต่อผู้บริหารในการปรับการบรรจุเป็นพนักงานกระทรวงสาธารณสุข ส่วนการพิจารณาจัดจ้างพนักงานกระทรวงสาธารณสุขด้วยเงินงบประมาณของรัฐบาลโดยตรง ไม่ใช้เงินบำรุงของโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการ จะรับไปหารือกับกระทรวงการคลัง และกพ. ต่อไป

ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกลกล่าวต่อว่า การหารือร่วมกันในครั้งนี้เพื่อให้กระทรวงสาธารณสุขเกิดสิ่งที่ดี ซึ่งทุกคนเป็นคนของกระทรวงจะร่วมมือกันทำงานตามเป้าหมายของกระทรวงสาธารณสุขคือ ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข เพื่อให้ระบบสุขภาพยั่งยืน และนัดหมายร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าอีก 3 เดือน ในวันที่ 15 สิงหาคม 2561 ระหว่างนี้ให้คณะทำงานทั้ง 2 ฝ่ายหาข้อมูลประกอบการพิจารณา เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ขอบคุณข้อมูลจาก  สำนักสารนิเทศ

กระทรวงมหาดไทย เตือนภัย! ระวังถูกหลอกให้ปลูกอินทผลัม

กระทรวงมหาดไทย เตือนภัยประชาชน ระวังถูกหลอกให้ปลูกอินทผลัมพร้อมเรียกเก็บค่าสมัครคนละ 100 – 500 บาท

วันนี้ (16 พ.ค.61) นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะโฆษกกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เนื่องด้วยในปัจจุบันพบกลุ่มบุคคลมีพฤติการณ์หลอกลวงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยมีการชักชวนให้ปลูกอินทผาลัม และจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ให้ปลูก พร้อมโน้มน้าวเสนอผลประโยชน์ด้วยการรับซื้อผลผลิตกลับคืนในราคาที่สูง

โดยดำเนินการในรูปแบบของพฤติการณ์กลุ่ม และโฆษณาแอบอ้างองค์กร/หน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสร้างความเชื่อถือ รวมทั้งรับสมัครสมาชิกด้วยสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก พร้อมเรียกเก็บเงินค่าสมัครคนละ 100-500 บาท

เพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนจากพฤติการณ์แอบอ้างหลอกลวงดังกล่าว กระทรวงมหาดไทย จึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เร่งดำเนินการตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์หลอกลวงประชาชนรูปแบบดังกล่าว ทั้งในระดับจังหวัดและระดับอำเภอ ซึ่งหากตรวจพบความเสียหาย ให้รวบรวมข้อมูลหลักฐานต่าง ๆ เพื่อมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ ให้ระมัดระวังการหลอกลวงในรูปแบบดังกล่าว และพิจารณาใช้กลไกคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตรระดับจังหวัด และคณะทำงานปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญและแก้ไขปัญหาภาคเกษตรระดับอำเภอ กำหนดแนวทางป้องกันปัญหาหลอกลวงลักษณะดังกล่าวในระยะยาวต่อไป

รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกร ที่อาจได้รับความเสียหายจากพฤติการณ์ของกลุ่มบุคคลดังกล่าว ทั้งนี้ หากพบเห็นกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสการกระทำผิดได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม โทร. 1567 หรือแจ้ง ณ ที่ว่าการอำเภอ ทุกแห่ง ทั่วประเทศ

ขอบคุณข้อมูลจาก กองสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย

กฟผ. แจ้งเหตุ วิศวกรบริษัทรับเหมา ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

วิศวกรบริษัทรับเหมาช่วงก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 4-7 ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต กฟผ. ยืนยัน พร้อมให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสาเหตุ และดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุด

นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะโฆษก กฟผ. เปิดเผยว่า วันนี้ (16 พฤษภาคม 2561) เวลาประมาณ 12.00 น. ขณะที่บริษัท Eversendai Corporation ทำการทดสอบอุปกรณ์ Gas to Gas Heater ของระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ออกไซด์ (FGD) ของโครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 4 – 7 จ.ลำปาง ที่กำลังก่อสร้าง ได้เกิดอุบัติเหตุส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของบริษัท คือ นาย Moharaj Kagamoopan วิศวกรชาวอินเดีย อายุประมาณ 34 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

โฆษก กฟผ. กล่าวต่อไปว่า เบื้องต้น กฟผ. ได้แจ้งให้บริษัทฯ แจ้งความให้สถานีตำรวจภูธรแม่เมาะเข้ามาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและนำร่างผู้เสียชีวิตไปตรวจชันสูตรแล้ว รวมทั้งแจ้งให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตทราบ พร้อมทั้งให้บริษัทฯ ดูแลช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่

สำหรับบริษัท Eversendai Corporation เป็นบริษัทรับเหมาช่วงก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 4 – 7 จากบริษัทผู้รับเหมาหลักในการซื้ออุปกรณ์และจ้างก่อสร้างโครงการฯ คือ The Consortium consisting of Alstom Power system SA, Alstom (Thailand) Ltd. and Marubeni Corporation หรือ AMC

ทั้งนี้ ในการดำเนินงานได้มีมาตรการป้องกันและเตือนภัยตามมาตรฐานสากล รวมทั้งมีวิศวกรควบคุมให้มีการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานอย่างเคร่งครัด โดยให้ความสำคัญต่อชีวิตของบุคลากรที่เข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่ก่อสร้างเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีการเพิ่มมาตรการความปลอดภัยให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น

“จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งให้บริษัทฯ ดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุด และให้มีการดำเนินมาตรการความปลอดภัยต่างๆ อย่างเข้มงวดรัดกุม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก” โฆษก กฟผ. กล่าว

ขอบคุณข้อมูลจาก กฟผ. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย