นาซา แถลงข่าวยืนยันพบ ‘น้ำพุ’ บนพื้นผิวดวงจันทร์ยูโรปา

นาซา แถลงข่าวยืนยันพบ ‘น้ำพุ’ บนพื้นผิวดวงจันทร์ยูโรปา เตรียมสำรวจเพิ่ม ปี 2563

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือนาซา แถลงข่าวยืนยันการพบน้ำพุพ่นออกมาจากพื้นผิวของดวงจันทร์ยูโรปา โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่วิเคราะห์ข้อมูลจากยานกาลิเลโอที่บันทึกไว้เมื่อ 21 ปีก่อนและภาพถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลประกอบกัน คาดอาจส่งผลให้การสำรวจเก็บตัวอย่างน้ำและอนุภาคต่าง ๆ บนดวงจันทร์ยูโรปาเป็นไปได้ง่ายขึ้น เตรียมส่งยานสำรวจประมาณปี 2563 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ เมื่อปี 2555 กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลได้บันทึกภาพดวงจันทร์ยูโรปาที่กำลังพ่นบางสิ่งออกไปในอวกาศเป็นระยะทางถึง 200 กิโลเมตร นักวิจัยส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นน้ำจากใต้ผิวน้ำแข็งที่ถูกพ่นออกมา แต่ด้วยขีดจำกัดทางเครื่องมือทำให้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า บางสิ่งบางอย่างที่กำลังพวยพุ่งออกมาจากพื้นผิวของมันคืออะไร

การวิจัยในครั้งนี้นำทีมโดย ดร.เซียนจือ เจีย นักฟิสิกส์อวกาศ จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา ยืนยันว่ามีน้ำพุพุ่งออกมาจากผิวของดวงจันทร์ยูโรปาจริง โดยใช้ข้อมูลจากยานกาลิเลโอที่บันทึกไว้เมื่อ 21 ปีที่แล้ว

ภารกิจของยานกาลิเลโอ เป็นภารกิจสำรวจดาวพฤหัสบดีและดวงจันทร์บริวารระหว่างปี 2538 ถึง 2546 ซึ่ง ดร.เซียนจือ เจีย พบว่าในปี 2540 ยานกาลิเลโอได้บินเข้าใกล้ดวงจันทร์ยูโรปาที่ระยะห่างเพียง 200 กิโลเมตร ข้อมูลที่ยานกาลิเลโอบันทึกไว้เป็นค่าสนามแม่เหล็กของดวงจันทร์ยูโรปา พบตำแหน่งที่มีการแปรปรวนของข้อมูลอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งการแปรปรวนของข้อมูลในลักษณะนี้ เป็นแบบเดียวกันกับที่พบในการสำรวจน้ำพุของดวงจันทร์เอนซาลาดัสของดาวเสาร์จึงนำข้อมูลนี้มาวิเคราะห์ใหม่อีกครั้งด้วยเทคโนโลยีและวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลที่ทันสมัย ประกอบกับภาพถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล เมื่อปี 2555 ทำให้ได้ผลสรุปที่ชัดเจนว่าพื้นผิวของดวงจันทร์ยูโรปามีน้ำพุพ่นออกมา

การค้นพบครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากน้ำจากภายในชั้นมหาสมุทรใต้ผิวน้ำแข็งหนาทึบสามารถพุ่งออกมาภายนอกได้ การจะสำรวจและเก็บตัวอย่างของน้ำก็จะเป็นเรื่องที่ทำได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เพราะไม่จำเป็นต้องเจาะลงไปถึงชั้นมหาสมุทร อีกทั้งยังเป็นการแสดงให้เห็นว่ายังมีข้อมูลอีกมากมายที่รอการตรวจสอบและค้นพบ หากนำเทคโนโลยีและวิธีการที่ทันสมัยมาใช้ในการวิเคราะห์ก็อาจจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไปจากในอดีตได้

อย่างไรก็ตาม นาซาจะเริ่มภารกิจสำรวจดวงจันทร์ยูโรปาอีกครั้งภายใต้ชื่อภารกิจว่า ยูโรปาคลิปเปอร์ (Europa Clipper) ประมาณปี 2563 เป็นต้นไป วางแผนให้ยานอวกาศเข้าใกล้ดวงจันทร์ยูโรปาถึง 40 ครั้ง มีระยะห่างตั้งแต่ 100 กิโลเมตรจนถึง 15 กิโลเมตร ซึ่งจะเป็นการบินเฉียดที่ใกล้ที่สุดและจงใจให้บินผ่านตำแหน่งที่มีการพ่นน้ำออกมา เพื่อเก็บตัวอย่างของน้ำและอนุภาคต่าง ๆ นำมาวิเคราะห์ต่อไป

ด้าน ดร.ศรัณย์  โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า การค้นพบน้ำพุบนดวงจันทร์ยูโรปาครั้งนี้ เป็นอีกหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่าโลกไม่ใช่ดาวเคราะห์แห่งเดียวที่มีของเหลวและมีองค์ประกอบทางเคมีที่เอื้อต่อสิ่งมีชีวิต เช่นเดียวกับการค้นพบร่องรอยของแหล่งน้ำบนดาวอังคารและมหาสมุทรบนดวงจันทร์เอนเซลาดัส ดวงจันทร์บริวารของดาวเสาร์ ที่เคยค้นพบมาก่อนหน้านี้  ข้อมูลดังกล่าวจะสามารถนำมาวิเคราะห์และวางแผนการสำรวจเกี่ยวกับตำแหน่งของน้ำพุและการโคจรรอบดวงจันทร์ยูโรปา นำไปสู่การวางแผนพัฒนาภารกิจยูโรปาคลิปเปอร์หลังปี 2563 เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีต่อยอดไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อศึกษาหาคำตอบเกี่ยวกับการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตนอกโลก

รวบ ‘คเณศ’ ลูกน้อง ‘พ.ต.ท.สันธนะ’ หลังเปน 1 ในผู้ต้องหาคดีร่วมกันกรรโชกทรัพย์

ตร.คุมตัว “คเณศ” ลูกน้อง “พ.ต.ท.สันธนะ” ฝากขัง หลังถูกจับในคดีร่วมกันกรรโชกทรัพย์ผู้ค้าตลาดใหม่ดอนเมือง
พ.ต.ท.สัณธนะ
พ.ต.ท.สัณธนะ

พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง คุมตัวนายคเณศ เปรมครุฑ หรือ ต้น อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาลำดับที่ 8 ในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ หลังจับกุมได้ที่ริมถนนทางเข้าวัดพระพุทธฉาย ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี เมื่อกลางดึกวันที่ 14 ที่ผ่านมา เข้าขออำนาจศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษกฝากขังผัดแรก

โดยนายคเณศ ยืนยันกับสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวว่า ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาของตำรวจ แต่พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและเข้ายุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากแนวทางการสืบสวนพบว่านายคเณศ มีความเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.สันธนะ โดยเป็นผู้จัดการตลาดใหม่ดอนเมือง รวมถึงเป็นหุ้นส่วนอยู่ในตลาด และยังเป็นผู้ขออนุญาตในการขอเปิดทำการตลาดโซนพลาซ่าริมน้ำ

ขณะที่เมื่อกลางดึกที่ผ่านมานายวันเพ็ญ ผิวดำดี หรือเพ็ญ ผู้ต้องหาลำดับที่ 4 ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับตำรวจสน.ดอนเมือง แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำของเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ ญาติของนายกฤษณะ หลำรอด หรือนายตั้ม ผู้ต้องหาลำดับที่ 7 ได้เข้ามาติดต่อพนักงานสอบสวน เพื่อขอมอบตัว หลังทราบข่าวจากทีวี ว่าถูกออกหมายจับ โดยอาของนายกฤษณะ ยอมรับเพียงสั้นๆว่า นายกฤษณะทำงานอยู่ที่ตลาดใหม่ดอนเมืองจริง แต่ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับการกรรโชกทรัพย์ที่ถูกออกหมายจับหรือไม่ เนื่องจากไม่ได้เจอกันมานานแล้ว อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีนี้มีผู้ค้องหาที่ถูกดำเนินคดีไปแล้ว 3 คน ยังเหลืออีก 8 คน ที่อยู่ระหว่างการติดตามตัว