ไพบูลย์ ยื่นจดทะเบียนจัดตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป พร้อมแสดงจุดยืนให้การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ นั่งเป็นนายกฯคนกลาง
วันที่ 15 พ.ค. 2561 ที่ สำนักคณะกรรมการเลือกตั้ง อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูปพร้อมคณะ นำเอกสารผู้ร่วมจัดตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป จำนวน 1,441 คน และบัญชีทุนประเดิม 1,441,000 บาท ไปยื่นจดทะเบียนจัดตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป ต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง
นายไพบูลย์ ระบุว่า ในอีก 4 เดือนข้างหน้าจะหาสมาชิกพรรคได้เกินกว่า 10,000 คน โดยมีครบทุกจังหวัด จังหวัดละไม่น้อย 100 คน จากนั้นจะตั้งสภาประชาชนปฏิรูปในทุกจังหวัด เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยตรวจสอบถ่วงดุล ซึ่งอยากให้พรรคตนเป็นเสาหลัก
และเป็นจุดเริ่มต้นของพรรคปฏิรูปในระบอบใหม่ที่ไม่เหมือนระบอบเก่าที่ยังใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ รวมถึงแก้ปัญหาทุจริตโดยยึดหลัก ‘ธรรมาธิปไตย’ ใช้กฎหมายแก้ปัญหา ไม่ใช้วิธีที่ไม่มีบัญญัติในกฎหมาย อย่างไรก็ตามขณะนี้ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปที่ยื่นต่อกกต .เกือบครบทุกจังหวัดแล้ว
ส่วนนโยบายของพรรคประชาชนปฏิรูป ว่าใน 5 ปีแรก พรรคมีนโยบาย เพิ่มอำนาจประชนชน ตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐ ปฏิรูปการปกครองของคณะสงฆ์โดยจะเสนอพ.ร.บ.คณะสงฆ์ และ ปฏิรูปการเมืองและนักการเมืองให้เป็นเครื่องมือของประชาชน ส่งเสริมคนดีเข้าดำรงตำแหน่ง ให้เป็นไปตามระบบคุณธรรม แต่ต้องซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีความสามารถบริหารประเทศให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนกลาง
นายไพบูลย์ เผยว่า พรรคจะพยายามสร้างตัวเองให้เป็นเสาหลัก ไม่ทำตามกระแสเหมือนบางพรรคกระทำในขณะนี้ เรื่องของจำนวนเสียงไม่สำคัญเท่ากับกระบวนการของพรรคถูกต้อง เพื่อไม่ให้สิ่งที่ประชาชนต่อสู้ใน10ปีที่ผ่านมาสูญเปล่า แต่จะไม่ใช้วิธีการชุมนุม จะเดินตามกลไกกฎหมาย
ส่วนที่มีการพูดถึงรัฐบาลแห่งชาติส่วนตัวไม่อยากให้เรียกว่ารัฐบาลแห่งชาติ อยากให้เรียกว่ารัฐบาลเสียงข้างมากพิเศษมากกว่า โดยเกิดจากความร่วมมือของพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อให้เป็นการเมืองที่มีเสถียรภาพ ได้รับความร่วมจากทุกพรรคมารร่วมกัน
ซึ่งน่าจะเป็นทางออกบ้านเมืองในช่วงเปลี่ยนผ่านและเห็นว่าการจะเอาผู้นำพรรคใดพรรคหนึ่งมาเป็นนายกฯจะทำให้มีปัญหา จึงเสนอว่าน่าจะเป็นนายกฯคนกลางจะเหมาะสมกว่า โดยรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้ส.ว.มีบทบาทช่วงเปลี่ยนผ่านมาก การจัดตั้งรัฐบาลต้องฟังเสียงส.ว.หากขัดกับส.ว.จะทำให้มีปัญหาในการตรากฎหมาย
ซึ่งนายไพบูลย์ ได้กล่าวสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่ามีสามารถมากกว่าคนอื่น และเป็นประโยชน์ ไม่มีข้อครหาใด ๆ โดยยกตัวอย่างกรณีการทุจริตที่เกิดขึ้นในประเทศมาเลเซีย จนนำไปสู่การโค่นอำนาจ พร้อมทั้งแสดงจุดยืนว่าตนสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะที่ท่านมีความซื่อสัตย์ สุจริต และความสามารถ มีความหนักแน่น รอบครอบ และมีความเป็นไปได้ว่าท่านจะเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีกสมัย เพราะมีคุณสมบัติครบ
อย่างไรก็ตาม นายไพบูลย์ให้ความเห็นถึงกระแสว่านายกฯเป็นตัวดูด ว่าเป็นวาทกรรมของนักการเมือง ถ้าตัวเองทำไม่ผิด ถ้าคนอื่นทำก็ว่าเขาผิด นักการเมืองยังเป็นแบบนี้อยู่ ตนจึงไม่รอการปฏิรูปจึงต้องมาตั้งพรรคเอง เชื่อว่าประชาชนรู้หมดแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็นนายกฯคนในหรือนอกก็ถูกด่า เพราะเขาไม่อยากให้ท่านมาเป็น
ส่วนตัวคิดว่าถ้าท่านเลือกได้ ท่านไม่ได้อยากเป็นนายกฯพรรคไหน ไม่อยากเกลือกกลั้วให้ถูกครหา ตนเห็นว่าท่านเหมาะที่สุดที่จะเป็นนายกฯกลาง




