ทะเลพัทยายังสมบรูณ์ โลมาสีชมพูโผล่เล่นน้ำ

ฮือฮา! พบโลมาสีชมพูโผล่เล่นน้ำริมหาดจอมเทียน นักท่องเที่ยวตื่นเต้นเป็นเครื่องยืนยันถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยชุดปฏิบัติการพิเศษทางน้ำ มูลนิธิสว่างบริบูรณ์พัทยา ได้โพสต์คลิปในเฟสบุ๊ค ชื่อ นายสุทธิพงษ์ “แอล” บุญมาฉาย พร้อมระบุบข้อความ “ฮิ้วๆ ปลาโลมาเผือกตัวใหญ่ๆน่ารักจัง ซูมดูดีดี๊นะ พัทยานำทะเลยังอุดมสมบูรณ์”

โดยสามารถถ่ายคลิปวิดีโอความยาวประมาณ 1 นาที และภาพนิ่งปลาโลมาที่ปรากฏตัวต่อหน้า บริเวณชายฝั่งทะเลชายหาดจอมเทียน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ห่างจากชายหากประมาณ 100 เมตร ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับชุดปฏิบัติการทางน้ำและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

โลมาสีชมพู, ข่าวพัทยา, ข่าวจังหวัดชลบุรี, ข่าวสดวันนี้

นายสุทธิพงษ์ เปิดเผยว่า เป็นอาสาสมัครเจ้าหน้าที่กู้ภัยชุดปฏิบัติการพิเศษทางน้ำ รหัสนามเรียกขาน 131 ของมูลนิธิสว่างบริบูรณ์พัทยา โดยในช่วงเวลา 11.00 น. วันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้นำเรือกู้ภัยออกจากฝั่งเพื่อไปเก็บกู้ศพผู้เสียชีวิตลอยน้ำอยู่ในทะเล บริเวณใกล้เกาะไผ่

หลังได้รับแจ้งจากเรือประมงว่าพบศพผู้เสียชีวิตในทะเลโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งนี้หลังจากเก็บกู้ศพขึ้นเรือเรียบร้อยก็ได้เร่งนำกลับเข้าฝั่งเพื่อส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์ปรากฏว่าขณะแล่นเรือเข้าฝั่งห่างจากชายหาดประมาณ 100 เมตร ก็พบปลาโลมาขนาดใหญ่ไม่ทราบประเภทจำนวน 2 ตัว ลักษณะสีชมพู ความยาวประมาณ 2 เมตร นำหนักตัวประมาณ 70- 80 กิโลกรัม กำลังเล่นน้ำอยู่บริเวณชายฝั่งอย่างสนุกสนาน

ซึ่งในช่วงแรกคาดว่าปลาอาจจะเกิดการหลงน้ำและหลงเข้ามาใกล้ชายฝั่ง และเกรงว่าจะเกิดอันตรายจึงได้ร่วมกับเรือกู้ภัยอีกลำพยายามผลักดันปลาให้ออกสู่ทะเล แต่ปรากฏว่าปลาทั้ง 2 ตัว ก็ยัง คงว่ายวนเวียนอยู่จึงคาดว่าจะเข้ามาเล่นน้ำตามปกติ เนื่องจากขณะนั้นน้ำในทะเลมีลักษณะใสและนิ่งไม่มีลมมรสุมพัดกรรโชก

นายสุทธิพงษ์ เปิดเผยต่ออีกว่าหลังจากเฝ้าดูปลาทั้ง 2 ตัวนานนับชั่วโมงปลาก็ยังไม่หลบหนีไปไหน จึงตัดสินใจกระโดดลงไปในน้ำเพื่อไปดูปลาในระยะใกล้ โดยปลาก็ไม่มีความหวาดกลัวและหลบหนีไปไหน และยังคงว่ายวนเวียนอยู่ใกล้ๆสร้างความตื้นตาตื่นใจให้เป็นอย่างมาก จนเวลาผ่านไประยะหนึ่งจึงนำเรือเข้าสู่ฝั่ง เนื่องจากจะเร่งนำศพส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนจะประสานหน่วยกู้ภัยอีกชุดเข้ามาเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันปลาโลมาหลงน้ำหรือเกยตื้น แต่สุดท้ายปลาก็ว่ายออกทะเลลึกหายไป

มีรายงานว่าสำหรับปลาทั้ง 2 ตัวนี้ ชาวประมงชายฝั่งบริเวณดังกล่าวระบุว่ามักจะเข้ามาเล่นน้ำที่บริเวณอ่าวจอมเทียนเป็นประจำทุกปีและพบเห็นอยู่เป็นประจำ ซึ่งหลายครั้งมาเล่นน้ำในพื้นที่ใกล้ชายฝั่งมาก สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

ผู้ช่วยเชฟกระทะเหล็ก ร้องคนร้ายปีนหลังคาบ้านทะลุฝ้าเพดาน หวังฉกทรัพย์

ผู้ช่วยเชฟกระทะเหล็ก ร้องเพจดัง หลังมีคนร้ายปีนหลังคาบ้านทะลุฝ้าเพดาน หวังฉกทรัพย์

วันนี้(14 พ.ค. 61) เวลา 14.30 น. ที่หมู่บ้านพฤกษา 95/2 ซอยกันตนา ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าพบ นายศรัณ อุจจภูรีย์ อายุ 31 ปี ผู้ช่วยเชฟรายการเชฟกระทะเหล็ก และ น.ส.ปัญฑารีย์ เหลืองปิยะธรรมอายุ 31 ปี แฟนสาว หลังจากได้ร้องเรียนไปยังเพจแหม่มโพธิ์ดำ หลังจากพบว่าฝาเพดานภายในห้องน้ำบ้านถูกคนร้ายงัดแงะเข้ามาแต่ไม่มีทรัพย์สินเสียหาย และเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 61 เวลาประมาณ 16.00 น. โดยได้มีการแจ้งทางโครงการหมู่บ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเพจดังกล่าวลงเรื่องราวว่า

“#อุทธาหรณ์ขโมยขึ้นบ้าน #รึจะคนในปีนหลังคาเปิดฝ้าทิ้งรอยเลือดไว้ สวัสดีครับผมอยู่หมู่บ้านหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี เป็นโครงการที่กำลังขายและก่อสร้างอยู่ วันพฤหัสที่ 10 พ.ค. 61 เวลาประมาน 16.00 น. ภรรยาผมได้เข้าห้องน้ำชั้น 2 ซึ่งอยู่ติดกับห้องนอน พอเข้าไปพบว่าฝ้าเพดานที่เปิดขึ้นไปจะเจอหลังคา ถูกเปิดออก จึงแจ้งฝ่ายบริการที่สำนักงาน ซึ่งอยู่ถัดจากบ้านไปสองหลัง แต่มีแค่แม่บ้านอยู่ จึงบอกให้แม่บ้านไปแจ้งพนักงานว่าแผ่นฝ้าถูกเปิดออกจากด้านบน รอประมาณ 10 นาทีกว่าก็ไม่มีใครมา จึงเดินไปแจ้งอีกรอบ พนักงานบริการลูกค้าถึงจะมา แต่ก็ไม่มีช่างมาด้วยจนทิ้งเวลาไปนานมาก

จากนั้นได้บันไดมาปีนดู ก็พบว่ามีร่องรอยถูกงัด พนักงานก็บอกให้ทางเราแจ้งตำรวจ และพรุ่งนี้จะให้ช่างมาซ่อมให้ และพนักงานก็ไป ซึ่งทางโครงการทำเหมือนไม่ใช่เหตุด่วน ทางเราจึงโทรแจ้งตำรวจ และตำรวจได้ปีนขึ้นไปพบว่า หลังคาของบ้านทั้งเจ็ดหลังติดกันมีเพียงลักษณะคล้ายๆแผ่นมีเนียมบางๆกั้น และมีร่องรอยการถูกงัดเพื่อเดินผ่านยาวได้หลายหลัง แต่ก็ทำอะไรยังไม่ได้ เพราะไม่มีช่างของทางโครงการมาอธิบายถึงเรื่องของโครงสร้างและพาขึ้นไป จึงให้เราแจ้งตำรวจอีกครั้ง

พอวันศุกร์ที่ 11 พ.ค. 61 เวลาประมาน 10.00 น. มีตำรวจ วิศวกร พนักงานคนเดิม มาที่บ้านเพื่อตรวจเช็คต่างๆ ทางเราได้ขอให้ทางโครงการทำให้ปลอดภัยกว่าเดิม แต่ทางวิศวะกรปฎิเสธที่จะทำให้ และยืนยัน ว่าเราต้องทำเอง เพราะโครงสร้างเค้าเป็นแบบนี้ ทางเราจึงไปแจ้งความ เลยมีตำรวจมาอีก 3 ท่าน ฝ่ายสืบสวน มาและขอเข้าดูสำนักงาน ซึ่งอยู่ถัดไปจากบ้านเราสองหลังซึ่งหลังคาเชื่อมต่อกัน ก็พบร่องรอยนิ้วมือ และลักษณะคล้ายคราบเลือดเล็กๆ แต่ทางโครงการแจ้งว่า รอยนิ้วมือมีเพราะช่างซ่อมไฟเคยมาเปิดซ่อมนานแล้ว ทางตำรวจจึงเก็บหลักฐานที่ลักษณะคล้ายๆคราบเลือดไปตรวจดูอีกที

เมื่อวันเสาร์ที่ 12 พ.ค. 61 เวลาประมาณ 19.00 น. พนักงานกลับบ้านไปหมดแล้ว แต่ได้เปิดหน้าต่างด้านหน้าของสำนักงานทิ้งไว้ ทางลูกบ้านทั้งสี่หลังที่อยู่ติดกันรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย จึงแจ้งรปภ.และขอเข้าไปดูกับเพื่อนบ้าน พบว่าประตูรั้วหน้าบ้านไม่ได้ล็อค ประตูด้านหลังที่เข้าตัวบ้านก็ไม่ได้ล็อค สามารถเข้าไปในตัวบ้านและปีนขึ้นฝ้าไปลงบ้านหลังอื่นได้อย่างสบาย เนื่องจากโครงการก็ค่อนข้างมึด และไม่มีกล้องวงจรปิด

ทั้งหมดนี้เราได้ติดต่อแจ้งกับทางสำนักงานใหญ่แล้วตั้งแต่เกิดเหตุ จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขใดๆทั้งสิ้น ทั้งๆที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยของลูกบ้าน ทั้งหมดนี้เป็นการเตือนภัยให้กับทุกๆคนที่อยู่บ้านลักษณะทาวโฮมให้ระวังกันด้วยนะครับ ทางเรายังถือว่าโชคดีที่คนร้ายยังไม่ทันได้ลงมาเผชิญหน้ากับภรรยา เพราะถ้าเกิดเผชิญหน้ากันความเสียหายจะร้ายแรงขนาดไหน”

จากการสำรวจภานในบ้านดังกล่าวและเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันพบว่า ภายในห้องน้ำชั้น 2 ของบ้าน มีช่องสี่เหลี่ยมขนาด 50×50 ซม.ซึ่งสามารถเปิดขึ้นไปบนฝ้าใต้หลังคาได้ โดนทุกหลังที่ติดกันจำนวน 7 หลังมีช่องลักษณะดะงกล่าว คนร้ายได้เข้าทางด้านบนใต้หลังคาที่ทะลุถึงกันหมดและสามารเปิดลงมาภายในตัวบ้านด้านในได้ แต่เนื่องจากในวันเกิดเหตุผู้เสียหายคือ น.ส.ปัญฑารีย์ เหลืองปิยะธรรม อายุ 31 ปี แฟนสาวของผู้ร้องได้กลับเข้ามาที่บ้านก่อน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางใกญ่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร่องรอยคนร้ายแล้ว พร้อมทั้งนำตู้แดงมาติดไว้ที่บริเวณหน้าบ้านเกิดเหตุ ซึ่งหลังจากนี้ทางผู้เสียหายได้แจ้งให้ทางโครงการแก้ไขช่องเพดานดังกล่าวให้สามารถปิดป้องกันคนร้ายได้ ซึ่งทางโครงการได้แจ้งไปยังสำนักงานใหญ่เพื่อประชุมหาแนวทางแก้ไข ส่วนด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมหลังฐานเพื่อใช้ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามดฎหมายต่อไป

เปรี้ยว ไม่ยื่นอุทธรณ์ คดีฆ่าหั่นศพแอ๋ม บอกพอใจคำตัดสิน

‘เปรี้ยว ปรียานุช’ ทีมสวยหั่นศพ ไม่ขอยื่นอุทธรณ์ ขณะที่เพื่อนร่วมแก๊งค์ขอยื่นอุทธรณ์ทั้งหมด หวังศาลเมตตาลดโทษ

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (14 พ.ค. 2561) นายอมรพงศ์ จันทร์กวี ทนายความของ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว นักโทษในคดีร่วมกันก่อเหตุฆาตกรรม น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าหลังจากที่ศาล จ.ขอนแก่น ได้มีคำสั่งตัดสินจำคุกตลอดชีวิต แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์จึงพิจารณาลดโทษเหลือ 1 ใน 3 ให้จำคุกรวม 34 ปี 6 เดือน ว่า

ขณะนี้ทีมทนายความได้หารือร่วมกับลูกความและครอบครัวของลูกความแล้ว โดยที่ น.ส.เปรี้ยว พอใจกับคำตัดสินของศาลชั้นต้น โดยที่ไม่ขอใช้สิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ใดๆ โดยมีความต้องการรับโทษตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษามา เพราะเมือยื่นอุทธรณ์อย่างไรไปนั้นโทษก็คือยังคงต้องจำคุก

เปรี้ยว ปรียานุช, ฆ่าหั่นศพ, แอ๋ม, ข่าวสดวันนี้

ขณะที่ จำเลยที่ 2 น.ส.เอิร์น ซึ่งศาลตัดสินจำคุกเท่ากันกับ น.ส.เปรี้ยว เจ้าตัวขอใช้สิทธิ์อุทธรณ์ เพราะไม่มีเจตนาให้แอ๋มถึงแก่ความตาย เพราะคนที่มีเรื่องกันคือเปรี้ยวกับแอ๋ม โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการตกกระไดพลอยโจรไม่ได้มีเจตนาฆ่าแต่อย่างใด แค่เป็นการทำร้ายร่วมกับเพื่อน จึงมองว่าโทษที่ได้รับสูงเกินไป

ด้านนายนพดล สีดาทัน ทนายความของครอบครัวน้องแอ๋มผู้ตาย กล่าวว่า ยังยืนยันในการใช้สิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ เนื่องจากครอบครัวเห็นว่า การกระทำของคนที่ฆ่าน้องแอ๋มนั้นไม่ได้พลั้งมือ แต่เป็นความตั้งใจละมีการวางแผนมาอย่างดี มีการหลอกล่อน้องแอ๋มออกมา จึงมีการปรึกษากันและจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าวภายใน 30 วัน

เพราะที่ผ่านมาได้ยื่นฟ้องในมาตรา 289 ตามประมวลกฎหมายอาญา ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง ไว้ก่อน แต่ศาลพิจารณาโทษตามมาตรา 288 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งครอบครัวยืนยันจะขอยื่นอุทธรณ์ทันทีหลังคัดคำสั่งศาลแล้วเสร็จ