สธ. เตือน ระวังเด็กป่วยโรคมือเท้าปาก จากเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71

สธ. เตือน ระวังบุตรหลานป่วยโรคมือเท้าปาก จากเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 หมั่นสังเกตอาการ ไข้สูง ซึมลง เดินเซ เหนื่อยหอบ อาเจียนมาก หากมีอาการรุนแรงอาจหมดสติได้

กระทรวงสาธารณสุข เตือนผู้ปกครอง ระวังบุตรหลานป่วยมือ เท้า ปาก จากเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 หมั่นสังเกตอาการบุตรหลาน ไข้สูง ซึมลง เดินเซ เหนื่อยหอบ อาเจียนมาก หากมีอาการรุนแรงอาจหมดสติได้ ให้ไปพบพแพทย์ทันทีและพักรักษาจนกว่าจะหายเป็นปกติ พร้อมแนะโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กทำความสะอาดของเล่น

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าโรค มือ เท้า ปาก ปกติจะไม่มีอาการรุนแรง แต่หากได้รับเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 หรือ อีวี 71 (EV 71) อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ผู้ปกครองสามารถสังเกตอาการของบุตรหลาน

หากพบว่า มีไข้ขึ้นสูง ซึมลง เดินเซ ชัก เกร็ง หายใจหอบเหนื่อย อาเจียนมาก มีภาวะขาดน้ำ ความดันโลหิตต่ำ อัตราการเต้นหัวใจผิดปกติอาจ ช็อกหมดสติ และเด็กอาจมีโอกาสหัวใจวายทำให้เสียชีวิตได้ ซึ่งในบางรายไม่พบผื่นที่บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ให้เห็นชัดเจน

ทั้งนี้ วิธีการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 (EV71) ทำได้โดยสอนให้บุตรหลานรักษาความสะอาด อาทิ การล้างมือ ดูแลสุขอนามัยทั่วไป ไม่พาเด็กไปสถานที่ที่มีคนเยอะ อากาศไม่ถ่ายเท เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ ในช่วงที่มีการระบาด

รวมทั้งโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กควรดูแลให้มีการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสุขลักษณะของสถานที่อย่างสม่ำเสมอ เช่น ในห้องเรียน ห้องครัว ภาชนะใส่อาหาร รวมทั้งห้องน้ำ ห้องส้วม อาคารสถานที่ เครื่องเล่น หรืออุปกรณ์การเรียนการสอน ของเล่นต่างๆ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเป็นประจำ

จากข้อมูลเฝ้าระวังโรค สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 6 พ.ค. 61 พบผู้ป่วยจำนวน 11,326 ราย จาก 76 จังหวัด กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ อายุ 1 – 3 ปี ภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุดคือ ภาคเหนือ 28.31 ต่อแสนประชากร ภาคกลาง 22.995 ต่อแสนประชากร ภาคใต้ 10.62 ต่อแสนประชากร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8.37 ต่อแสนประชากร ตามลำดับ โดยจังหวัดที่ไม่พบผู้ป่วยคือจังหวัดอุดรธานี

ดังนั้น หากพบว่าบุตรหลานมีอาการใกล้เคียงกับการรับเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 แนะนำให้พาไปพบแพทย์โดยทันที และควรแจ้งให้ทางโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กทราบ และหยุดอยู่บ้านจนอาการและแผลทุกแห่งหายเป็นปกติ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค

ขอบคุณข้อมูล  กระทรวงสาธารณสุข

เปิดคลิประทึก วินาทีฟ้าผ่า! ธนาคารกรุงไทย สาขาเพชรเกษม91

ดูชัดๆ นาทีฟ้าผ่าธนาคารกรุงไทย สาขาเพชรเกษม91 จนผลทำข้าวของเสียหายหนัก โชคดีไร้คนเจ็บเสียชีวิต

จากกรณีที่วานนี้ (13 พ.ค. 2561) หลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลได้เกิดมีฝนฟ้าคะนองตกลงมาอย่างหนัก จนส่งผลทำให้เกิดฟ้าผ่าหลายจุดนั้น ในวันเดียวกันเพจ SiamTownUS ได้มีการเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ขณะเกิดฟ้าผ่าธนาคารกรุงไทย สาขาเพชรเกษม91 จนส่งผลทำให้มีข้าวของเสียหายเต็มบริเวณ

โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพเจ้าหน้าธนาคารกำลังเช็ดน้ำอยู่บริเวณประตูทางเข้า ก่อนที่ไม่กี่วินาทีต่อมาจะเกิดฟ้าผ่าลงมาต่อหน้าจนเกิดประกายไฟขึ้น ส่งผลทำให้พนักงานร้องเสียงหลงออกมาด้วยความตกใจ

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นและส่งต่อเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็นับว่าโชคดีมากที่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ฟ้าผ่า, ธนาคารกรุงไทย, ข่าวสดวันนี้

ฟ้าผ่า, ธนาคารกรุงไทย, ข่าวสดวันนี้

อาลัย! ‘พิมพา จันทร์ประสงค์’ อดีตรัฐมนตรีช่วยคมนาคม เสียชีวิตแล้ว

อาลัย! ‘พิมพา จันทร์ประสงค์’ อดีตรัฐมนตรีช่วยคมนาคม เสียชีวิตแล้ว สิริอายุ 65 ปี 

วันนี้(14 พ.ค.) นางพิมพา จันทร์ประสงค์ เสียชีวิตแล้ว สิริอายุ 65 ปี ครอบครัว ได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศล ที่วัดศรีเรืองบุญ จ.นนทบุรี และมีพิธีรดน้ำศพ ในวันพรุ่งนี้ เริ่มตั้งแต่ 15.00 น. เป็นต้นไป จน 17.00 น. จากนั้นมีพิธีสวดพระอภิธรรม พระราชทานเพลิงศพ

โดย วันที่ 26 พ.ค. รายงานระบุว่า นางพิมพา มีอาการเจ็บบริเวณอก คนขับรถจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลบางใหญ่ ต่อมามีอาการหัวใจหยุดเต้นไป 2 ครั้ง หลังแพทย์ปั๊มหัวใจขึ้นมาแล้ว ได้ส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลโรคทรวงอก เจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่ี่องมือขยายเส้นเลือดตีบตัน จนอาการพ้นวิกฤติ แต่มีอาการไตกำเริบ เลือดออกไม่หยุด คณะแพทย์และพยาบาลพยายามช่วยอย่างเต็มที่ ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ นางพิมพา ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ เมื่อช่วงสายวันนี้

นางพิมพา เกิดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2496 สำเร็จการศึกษา สาขาการจัดการทั่วไป จากมหาวิทยาลัยเกริก สมรสกับนายถวิล จันทร์ประสงค์ มีบุตร ได้แก่ นายธรรมศักดิ์ จันทร์ประสงค์ นางสาวจิตรา จันทร์ประสงค์ นางสาวสุภาวดี จันทร์ประสงค์ นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ นางสาวทิวลิป จันทร์ประสงค์ และนายวันชนะ จันทร์ประสงค์

ชีวิตในทางการเมือง เข้าสู่การเมืองในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2535 และได้รับการเลือกตั้ง จนได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลของนายชวน หลีกภัย ในปี พ.ศ. 2537 ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีเดียวกันกับผู้เป็นสามี คือ นายถวิล จันทร์ประสงค์ และได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีอีกครั้งในรัฐบาลของนายบรรหาร ศิลปอาชา ในปี พ.ศ. 2539 ในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549 ต่อมาในปี พ.ศ. 2556 ได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับนายมานะศักดิ์ บุตรชาย ภายหลังจากพ้นโทษถูกตัดสิทธิทางการเมืองแล้ว