KT Optic เปิดตัวแคมเปญ ไขรหัสลับดวงตา เอาใจลูกค้ากลุ่มแอคทีฟไลฟ์สไตล์วัย 40 อัพ!

KT Optic เปิดตัวแคมเปญ ไขรหัสลับดวงตา เอาใจลูกค้ากลุ่มแอคทีฟไลฟ์สไตล์วัย 40 อัพ ด้วยเลนส์โปรเกรสซีฟ เพื่อช่วยรักษาถนอมดวงด้วยตา

ปัจจุบันนี้การดูแลดวงตา คือเทรนด์สุขภาพใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะบุคคลที่ก้าวสู่วัยหลัก 4 ซึ่งจะเริ่มมีภาวะสายตายาวตามวัยที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งเกิดจากความยืดหยุ่นที่ลดลงของกล้ามเนื้อเลนส์แก้วตา ทำให้การเพ่งมองนั้นไม่สมบูรณ์ 100% เช่นเดิม และที่สำคัญการใช้ชีวิตยุคดิจิตอลกับกิจกรรมติดจอทั้งในหน้าที่การงาน และความโซเชียลระหว่างวัน ยิ่งทำให้กล้ามเนื้อตาอ่อนล้ามากยิ่งขึ้นไปอีก

ด้วยเหตุนี้เลนส์โปรเกรสซีฟจึงเป็นทางเลือก ที่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมของมนุษย์เรา ที่สามารถคิดดีไซน์ให้พลาสติกชิ้นกลมๆ สามารถรองรับค่าสายตา ให้มองเห็นชัดได้หลากหลายระยะ ทั้งใกล้ กลาง ไกล โดยไม่มีรอยต่อไม่สวยงามบนเลนส์ที่ฟ้องอายุผู้สวมใส่ และไม่ต้องมองลอดแว่นให้ลำบาก

นายชัชวาลย์ วณิชไพสิฐ กรรมการผู้จัดการบริษัท กรุงไทย ออพติค จำกัด กล่าวว่า “เคที ออพติค เรามีเทคโนโลยีในการวัดค่าสายตาด้วยระบบดิจิตอลทุกสาขา ในแคมเปญนี้เราได้เพิ่มทางเลือกเฉพาะบุคคลให้กับลูกค้า โดยเราใช้ชื่อแคมเปญว่า การไขรหัสลับดวงตา

ซึ่งเป็นค่าเฉพาะของแต่ละบุคคลที่เหมาะสมที่สุดกับกรอบแว่นตาที่ลูกค้าเลือก ซึ่งจะช่วยให้ตำแหน่งการมองเห็นใกล้เคียงกับการใช้สายตาธรรมชาติของแต่ละท่านที่สุด ผู้สวมใส่เลนส์จึงมองเห็นได้ ลื่นไหล และสบายตา มากกว่าการใช้ค่ามาตรฐานทั่วไปในการตัดประกอบเลนส์เข้ากับกรอบแว่นตา”

สำหรับเลนส์ที่เลือกใช้ร่วมรายการในแคมเปญนี้ KT Optic เลือกเลนส์โปรเกรสซีฟเอสซีลอร์ จากประเทศฝรั่งเศส เพราะเป็นผู้คิดค้นผลิตเลนส์โปรเกรสซีฟเจ้าแรกของโลก และยังคงพัฒนานวัตกรรมเลนส์อย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยเทคโนโลยีการขัดเลนส์ขั้นสูงด้วยระบบดิจิตอล จึงทำให้เลนส์มีโครงสร้างที่ดีมาก มีมุมมองกว้าง คมชัด สบายตา ผู้สวมใส่จึงปรับความคุ้นชินกับเลนส์โปรเกรสซีฟคู่ใหม่ได้ง่าย และรวดเร็ว

ลองเข้ามาวัดสายตากับ KT Optic ได้ทุกสาขา ซึ่งมีบริการกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ มาถอดรหัสลับดวงตา ทราบค่า W-T-V ของคุณ และจะทำให้คุณได้เลนส์ที่ดีที่สุดบนกรอบแว่นสุดเก๋ที่คุณเลือก เพื่อการสวมใส่แว่นตาโปรเกรสซีฟได้อย่างสบายตาสูงสุด

ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่มาลองไขรหัสลับดวงตากับ KT Optic วันนี้ รับส่วนลดทันที 1,500 บาท จากราคาเลนส์โปรเกรสซีฟในกลุ่ม Varilux จาก Essilor หมดเขต 30 มิถุนายนนี้ เท่านั้น สามารถดูสาขาของ KT Opticเพื่อเข้ารับบริการได้ทาง http://www.ktoptic.com หรือ ข้อมูลเลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟ คลิก https://www.essilor.co.th/products/varilux

อื้อฮือ!! เอกสารโชว์หลักฐาน มหาลัยดังประชุมครั้งเดียวใช้งบกว่า 1 ล้านบาท

วิจารณ์แซด มหาวิทยาลัยดังย่านสนามบินสุวรรณภูมิใช้งบในการประชุมครั้งละล้านกว่าบ้าน ด้านคนต่างเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย 

วันนี้ (30 พ.ค. 2561) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก เมื่อปรากฎภาพเอกสารที่อ้างว่าเป็นค่าใช้ต่างๆ ในการประชุมของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่มูลค่าสูงกว่า 1.3  ล้านบาทในครั้งเดียว

โดยภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่ระบุข้อความว่า เห็นแล้วตกใจ เข้าใจแล้วว่าทำไมค่าเทอมของมหาวิทยาลัยต้องแพงนัก กรรมการสภามหาวิทยาลัยบางที่ประชุมกันแพงมาก หนักข้อมากจริงๆ เหตุเกิดกับมหาลัยใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ คนในส่งมาให้ดู ตกใจจริงๆ ซึ่งภาพเป็นการแจกจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ อาทิ ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าห้องประชุม

ทั้งนี้เมื่อภาพและข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว อาทิ

Sompob Pordi ผิดพลาดตั้งแต่เอามหาวิทยาลัยรัฐฯออกจากระบบราชการในสมัยคุณอานันท์เป็นนายกฯ มหาวิทยาลัยรัฐฯสร้างขึ้นมาและพัฒนาด้วยพระราชสมบัติและเงินภาษีของชาติ เป็นสมบัติเป็นทรัพย์สินของชาติ แต่ตอนนี้มีสภาพไม่ต่างจากเป็นสมบัติของผู้บริหารและสภามหาวิทยาลัยที่ผลัดกันเข้ามาดำรงตำแหน่งทั้งโดยการเลือกตั้งกันเองและแต่งตั้งกันเอง

Parin Chartvittayaporn ต้องดูว่ามหาลัยเอกชนรึเปล่า ถ้าเอกชน เงินของเค้าเองก็ไปด่าไม่ได้ แต่ถ้ามหาลัยของรัฐบาลต้องสอบสวนคับใช้งบแบบนี้ เป็นต้น 

อย.ย้ำ ! อาหารเสริมไม่ใช่ยาลดอ้วน หลังกินปากแห้งใจสั่น อาจลอบใส่ไซบูทรามีน 

อย. ย้ำ ! ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่สามารถลดความอ้วนได้ หากกินแล้วมีอาการปากแห้ง ใจสั่น ขอให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจมีส่วนผสมของไซบูทรามีน 

นายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏ เป็นข่าวหนุ่มมหาวิทยาลัยย่านบางนาเสียชีวิต ซึ่งคาดว่าอาจมาจากผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว

ซึ่งต้องมีการชันสูตรหาสาเหตุ การตายที่แท้จริงต่อไป และขอเตือนให้ประชาชนระมัดระวังอย่าหลงเชื่อไปบริโภคผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่โฆษณาอวดอ้างสรรพคุณลดความอ้วนได้อย่างรวดเร็วเห็นผลทันใจ เนื่องจาก อย. มักตรวจพบว่ามีการลักลอบใส่สารไซบูทรามีนซึ่งเป็นอันตรายและมีผลข้างเคียงร้ายแรง ผู้ใช้อาจได้รับผลข้างเคียงจากยานั้นจนเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต

ไซบูทรามีนเป็นยาที่ยกเลิกทะเบียนตำรับไปแล้ว ตั้งแต่ ปี 2553 อย. ขอยืนยันว่าสารไซบูทรามีนไม่สามารถใส่ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือเป็นยา และได้ยกระดับไซบูทรามีนขึ้นเป็นวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท ที่ 1 แล้ว ผู้ใดนำไซบูทรามีนไปผสมในผลิตภัณฑ์อาหาร จะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 – 20 ปี และปรับตั้งแต่ 5 แสนบาท – 2 ล้านบาท หรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของไซบูทรามีน จะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4 – 20 ปี และปรับตั้งแต่ 4 แสนบาท – 2 ล้านบาท จึงขอเตือนมายังผู้ผลิตและผู้จำหน่ายอย่าฝ่าฝืนกฎหมายโดยการผลิตหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารที่มีไซบูทรามีน เพราะจะได้รับโทษหนักมากกว่าเดิม โดยจำคุกสูงสุดถึง 20 ปี ปรับสูงสุดถึง 2 ล้านบาท

อย.ขอเตือนไปยังประชาชนผู้บริโภคและพ่อแม่ผู้ปกครองให้ช่วยกันสอดส่องดูแลบุตรหลานไม่ให้ซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่โฆษณาว่าลดความอ้วนได้มากิน เพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ หากผู้ใดกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแล้ว มีอาการปากแห้ง ไม่อยากอาหาร เบื่ออาหาร รับรู้รสชาติแปลก ๆ คลื่นไส้ ท้องผูก มีปัญหาการนอนหลับ วิงเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและไขข้อ การเต้นของหัวใจผิดจังหวะ และอาการทางจิตประสาท ให้หยุดกินทันที และหากอาการไม่ดีขึ้นแนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์ เนื่องจากผลิตภัณฑ์นั้นอาจมีส่วนผสมของไซบูทรามีน

หากผู้บริโภคต้องการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและควบคุมอาหาร รวมทั้งออกกำลังกายอย่างเหมาะสม หากต้องการใช้ยาระงับการอยากอาหาร

ขณะนี้ประเทศไทยมียาชนิดอื่นที่มีความปลอดภัยมากกว่าไซบูทรามีน แต่ทั้งนี้ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ หากพบการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพในลักษณะดังกล่าว ขอให้แจ้งมาได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือร้องเรียนผ่าน Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างเข้มงวด