ครอบครัวหัวร้อน เข้ารับทราบข้อหาพร้อมให้การปฏิเสธ

ครอบครัวหัวร้อนที่ปรากฏในคลิปโต้เถียง ตำรวจ สภ.มาบตาพุด เข้ารับทราบข้อกล่าวหา พร้อมในการปฏิเสธ และขอต่อสู้คดีในชั้นศาล

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวานนี้ (12 พ.ค.61) พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาต ผู้กำกับการ สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง เปิดเผยว่า นายพยอม แสงวันดี น.ส.หทัยรัตน์ สมถวิล และนายอิทธิพล​ สมถวิล พ่อแม่และลูกที่ปรากฏในคลิปโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา ดูหมิ่นและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่

ภาพประกอบข่าว

โดยทั้ง 3 คน ให้การปฏิเสธ และขอต่อสู้คดีในชั้นศาล ก่อนที่จะเดินทางกลับไป ซึ่งพนักงานสอบสวน ได้นัดไปขออำนาจศาลแขวงจังหวัดระยอง เพื่อทำการผัดฟ้องฝากขังครั้งแรกในช่วงเช้าวันนี้ (13 พ.ค.61)

จับกุมสองผัวเมีย รับจ้างขับรถขนกัญชา 300 กิโลกรัม

ตำรวจทางหลวงสนธิกำลังตำรวจปทุมธานีใช้เวลา9วันสืบสวนจับกุมสองผัวเมียรับจ้างขับรถขนกัญชา300กิโลกรัมหลังหลบหนีไปเพราะรถชนรถคู่กรณี

เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่สภ.เมืองปทุมธานี อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.ประเวทย์ ต้นสมบูรณ์ รองผบก.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.พิษณุ อุณหเสวี รองผบก.ทล.,พ.ต.อ.ชาคริต มงคลศรี ผกก.8บก.ทล.,พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี , พ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี ,พ.ต.ท.วิศิษฎ์ มะอักษร รองผกก.สส.สภ.เมืองปทุมธานี กำลังชุดสืบสวนแถลงข่าวร่วมกันจับกุมตัวนายเจษฎา หรือซีน ถีรนันไพศาล อายุ33ปี อยู่บ้านเลขที่ 100(44)พ หมู่ที่3 ต.บ้องตี้ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ตามหมายจับของศาลจังหวัดปทุมธานีที่ จ.101/2561ลงวันที่ 12 พ.ค.2561

โดยกล่าวหาว่าร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท5(กัญชา)น้ำหนักตั้งแต่สิบกิโลกรัมขึ้นไปไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย และขับขี่รถประมาทเฉี่ยวชมรถผู้อื่นเสียหายแล้วหลบหนี ไม่แจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงานในทันที และจับกุมน.ส.วนิดา หรือดา สมัญญา อายุ32ปี ซึ่งเป็นภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 32/3 หมู่ที่11 แขวงหนองจอก เขตหนองจอก กทม.ตามหมายจับของศาลจังหวัดปทุมธานีที่จ.102/2561ลงวันที่ 12 พ.ค.2561 โดยสามารถจับกุมได้ที่คอนโดมิเนียมหรูย่านลาดพร้าว กทม.

ชพ.ต.อ.พิษณุ อุณหเสวี รองผบก.ทล. เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการทำงานด้านการสืบสวนร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจทางหลวง ชุดสืบสวนกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี และชุดสืบสวนสภ.เมืองปทุมธานี ในการจับกุมผู้ต้องหาสามารถภรรยารายนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 4 พ.ค.2561ที่ผ่านมาได้มีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะยี่ห้อเชฟโลเลตสีบรอนด์หมายเลขทะเบียน1ฒฬ-9754กทม.เฉี่ยวชนรถยนต์คู่กรณีบริเวณถนนกาญจนาภิเษกหมายเลข9กม.ที่55 ต.บางหลวง อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี

ก่อนจะขับหลบหนีจนคู่กรณีขับไล่ตามและพยายามให้รถคันก่อเหตุชนท้ายกระทั่งหยุดรถไว้ได้ส่วนผู้ขับขี่และซ้อนมาด้วยหลบหนีไปในป่า กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงจึงพบกัญชาอัดแท่งน้ำหนัก300กิโลกรัมบรรทุกอยู่ภายในรถจึงทำการตรวจยึด จากนั้นได้ทำการตรวจสอบพบว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถสวมทะเบียนปลอมและได้สืบสวนหาข่าวจะทราบว่าผู้ขับขี่และนั่งมาภายในรถเป็นใครกระทั่งรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับกระทั่งจับกุมตัวได้

พ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี เปิดเผยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทำหน้าที่ขับรถคันที่บรรทุกกัญชาจากจ.นครพนม เพื่อจะนำรถไปจอดทิ้งไว้ตามที่นัดหมายที่ย่านบางแค กทม.โดยจะได้ค่าจ้างประมาณ200,000 บาท ซึ่งจะได้รับเงินหลังจากขับรถไปจอดตามจุดนัดหมาย แต่รถมาประสบอุบัติเหตุเสียก่อนจึงจอดรถแล้วหลบหนีกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุด

หนุ่มฉุนส่องกบไม่ได้ ไล่ตัดหางวัวชาวบ้านจนตาย

ฉุนส่องกบไม่ได้ ไล่ตัดหางวัวชาวบ้านจนขาดและตาย 1ตัว ส่วนอีกตัวหางหวิดขาด ตำรวจตามรวบคาโรงพยาบาล สารภาพโมโหออกไปส่องกบไม่ได้ซักตัว โดยข้อหาทารุณกรรมสัตว์

นายอินสม ป๋ามี อายุ 49 ปี และ นางวิไล ไชยแสน อายุ 58 ปี ชาวบ้านเหล่าแมว ตำบลวังผา อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน พาผู้สื่อข่าวไปดูวัวพันธุ์โคขาวลำพูน เพศเมีย ชื่อช้าง ของตนเองที่เลี้ยงไว้และถูกคนร้ายใช้มีดตัดหางจนหวิดขาด ขณะที่วัวอีกตัว เพศเมีย ชื่อขาว อายุ 3 ปี ของนายอินสม โชคร้ายถูกตัดหางขาดจนตาย เนื่องจากช็อกและเสียเลือดมาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ขณะที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถูกเผยแพร่ในโลกโซเชียล จนชาวเนตพากันรุมด่า

โดยปกติคนเองและชาวบ้านจะนำวัวมาล่ามไว้ที่กลางทุ่งหญ้าและในทุกเช้าก็จะนำน้ำมาให้วัว แต่เช้าวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา มีเพื่อนบ้านขี่รถจักรยานยนต์มาบอกว่าวัวของตนที่ล่ามไว้ มีเลือดออกจำนวนมาก จึงรีบขี่รถออกไปดูพบวัวถูกตัดหางจึงได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.เวียงหนองล่อง และ เรียกสัตวแพทย์มารักษาวัว และ ได้รีบไปบอกให้ชาวบ้านคนอื่น มาดูวัวของตัวเองกว่า 30 ตัวที่ล่ามไว้ในบริเวณเดียวกัน

ขณะที่นางวิไล บอกว่า หลังนายอินสมไปบอกจึงรีบมาดูวัวของตัวเอง พบวัวเพศเมียชื่อช้างหางถูกตัดเกือบขาดมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด ตัวเองสงสารถึงกับร้องไห้ จึงได้ให้ทางปศุสัตว์เข้ามาดูและทำแผลและฉีดยา หลังแจ้งความ ตำรวจได้สอบถามว่าคืนวันเกิดเหตุ มีคนมาหาปลาหรือส่องกบบริเวณที่เกิดเหตุหรือไม่ ตนและนายอินสมจำได้ว่านายณัฐพงษ์ ศรีหล้า หรือ นายต้องเดย์ ได้มายืมไฟฉายไปส่องกบ

ประกอบกับนายอินสมได้ยินเพื่อนบ้านเล่าให้ฟังว่านายต้องเดย์ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเนื่องจากไปส่องกบแล้วหกล้มจนแขนซ้ายหักสองท่อน จึงได้ให้เบาะแสกับตำรวจกระทั่งตำรวจได้เข้าไปค้นบ้านพักของผู้ต้องหา พบมีดที่มีขนวัวติดอยู่ภายในบ้านพักและพบหางวัวถูกทิ้งอยู่ในป่ากล้วยใกล้กับบ้านพักผู้ต้องหา จึงได้เข้าควบคุมตัวผู้ต้องที่โรงพยาบาลจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

ขณะที่ผู้ต้องหาให้การว่า วันเกิดเหตุได้ออกไปส่องกบกลางทุ่งนา แต่ไม่ได้ซักตัวจึงโมโหมากและเดินไปเห็นวัวหลายตัวล่ามอยู่จึงเกิดบันดาลโทสะ ใช้มีดฟันหางเพื่อระบายอารมณ์ หลังก่อเหตุจึงได้เดินกลับบ้าน แต่ระหว่างกลับพบกบและพยายามจะจับ แต่หกล้มทำให้แขนหัก ซึ่งตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากคาดว่าผู้ต้องหาอาจโดนแม่วัวใช้เท้าดีดในขณะที่พยายามตัดหาง เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาทารุณกรรมสัตว์และข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน