เปิดกรุ พล.ต.อ. สมยศ หลังพ้น สนช. พบรวยขึ้น 355 ล้าน

ป.ป.ช. เปิดกรุ “พล.ต.อ.สมยศ” หลังพ้นตำแหน่ง สนช. มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินกว่า 355 ล้านบาท ไม่มีแสดงกู้ยืมจาก”เสี่ยกำพล”

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง และนางพจมาน พุ่มพันธุ์ม่วง คู่สมรส กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยแจ้งว่ามีทรัพย์สินทั้งหมด 358,683,700 บาท โดยเป็นของ พล.ต.อ.สมยศ จำนวน 262,802,209 บาท ของคู่สมรสจำนวน 95,881,491 บาท

ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ ทรัพย์สินของ พล.ต.อ.สมยศ เงินฝาก 6,223,731 บาท เงินลงทุน 74,285,877 บาท เงินให้กู้ยืม 109,000,000 บาท ที่ดิน 40,792,600 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 2,000,000 บาท ยานพาหนะ 500,000 บาท ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่ 2 แสนบาทขึ้นไป) 30,000,000 บาท และทรัพย์สินของคู่สมรส เงินฝาก 8,415,241 บาท

เงินลงทุน 8,822,300 บาท ที่ดิน 45,300,300 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 23,343,950 บาท ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่ 2 แสนบาทขึ้นไป) 10,000,000 บาท ส่วนหนี้สิน พล.ต.อ.สมยศ มีเงินกู้จากธนาคาร และสถาบันอื่นจำนวน 3,313,473 บาท ดังนั้นจึงมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 355,370,227 บาท

ทั้งนี้ เมื่อเทียบระหว่างกรณีเข้ารับตำแหน่ง และพ้นจากตำแหน่ง พบว่า ทรัพย์สินของ พล.ต.อ.สมยศ และคู่สมรส มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินลดลง 487,499 บาท โดยพบว่าทรัพย์สินลดลง 15,996,149 บาท หนี้สินลดลง 15,508,649

อย่างไรก็ตาม ในการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินครั้งนี้ พล.ต.อ.สมยศ ไม่ได้แจ้งเรื่องการกู้ยืมเงินหรือการคืนเงินนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์-อาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท มูลค่า 300 ล้านบาท ตามที่ปรากฏเป็นข่าวแต่อย่างใด

จับแม่เล้าท้องแก่ค้ากามเด็กอายุ 16 ปี ถูกตั้งข้อหาค้ามนุษย์

จับแม่เล้า เจ้าของร้านคาราโอเกะ ลอบค้ากามเด็กอายุ 16 ปี เด็กในร้านเผยเต็มใจมาขายบริการ

วันที่ 11 พ.ค. ที่สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รองผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.ท.วิทยา บวรศิขริน รองผกก.ป พ.ต.ท.ธานินทร์ ผิวละเอียด รองผกก.สส. น.ส.นางสาวนฤมล พงษ์สุภาพ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ พม.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกันสอบสวนนางชญานุตร์ หันจัดการ อายุ 40 ปี เจ้าของร้าน รุ่งเรือง คาราโอเกะ เลขที่32/71ม.4 ต.อุทัย อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาค้ามนุษย์ เปิดสถานบริการให้มีการค้าประเวณี

พ.ต.อ.ภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รองผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าที่ร้านคาราโอเกะดังกล่าวมีการลักลอบค้าประเวณี โดยมีเด็กให้บริการทางเพศ เข้าค่ายการค้ามนุษย์ จึงได้ทำการสืบสวนและวางแผนล่อซื้อจับกุม พบว่าเด็กหญิง อายุ 16 ปี ให้บริการ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าตรวจค้นพบเงินที่ใช้ในการล่อซื้อ จึงควบคุมตัว นางชญานุตร์ หันจัดการ อายุ 40 ปี เจ้าของร้าน มาทำการสอบสวน

พร้อมทั้งตั้งข้อหา ค้ามนุษย์ ซึ่งได้กระทำบุคคลอายุเกิน15ปี แต่ไม่ถึง18ปี เป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือชักพาไป เพื่อสนองความใคร่ขอผู้อื่น เป็นเจ้าของกิจการการค้าประเวณี ผู้ดูแล ทั้งหมดเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การค้ามนุษย์ และ พ.ร.บ.การค้าประเวณี และพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก

ในการเข้าตรวจค้นจับกุมยังพบว่า มีหญิงสาวอีกจำนวน 6 คน อยู่ในร้านขณะจับกุมจึงควบคุมตัวมาดำเนินคดีเปรียบเทียบปรับ ในข้อหา เข้าไปมั่วสุมในสถานการค้าประเวณีเพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณีของผู้อื่น

นางชญานุตร์ หันจัดการ อายุ 40 ปี เจ้าของร้าน กล่าวว่า ตนเองตั้งท้องได้ 9 เดือนมีกำหนดคลอด ในวันที่ 15 พ.ค. สำหรับ เด็กหญิงดังกล่าวเพิ่งเข้ามาทำงานได้เพียง 5 วัน มาบ้างไม่มาบ้าง เป็นเด็กที่อยู่ร้านคาราโอเกะอีกร้านหนึ่งแล้วมีปัญหากับทางร้าน จึงได้ย้ายมาทำงานที่ร้าน ส่วนหญิงสาวคนอื่นเป็นเพียงมานั่งเป็นเพื่อนแขกที่มาใช้บริการและชงเหล้า

จากการสอบสวนน.ส.เอ นามสมมุติ ให้การรับสารภาพว่า สมัครใจขายบริการ ไม่ได้ถูกบังคับ มาให้บริการที่ร้านนี่โดยตกลงกับลูกค้าในราคาได้ค่าตัว 1,300 บาท แบ่งให้กับทางร้าน 300 บาท

ตร.อีกชุด ลุยตรวจสอบมาเฟียตลาดใหม่ดอนเมือง หลัง ผบ.ตร. สั่งด่วนให้จัดการ

พลตำรวจเอกรุ่งโรจน์ นำตร.อีกชุด ลุยสอบมาเฟียตลาดใหม่ดอนเมือง ยันคดีนี้ไม่มีใบสั่งจากรัฐบาล  ปัดเปลี่ยนตัวหัวหน้าทำงานสืบสวนสอบสวนคดีการจับกุมผลิตภัณฑ์เครือเมจิกสกิน และผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน อย. 

ล่าสุดพลตำรวจเอกรุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ตนเองได้รับการแต่งตั้งจากพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้เป็นหัวหน้าชุดพนักงานสืบสวนสอบการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีการข่มขู่ เรียกรับส่วยที่ตลาดใหม่ดอนเมืองจริง แต่ไม่ใช่การเปลี่ยนตัวเข้าไปทำงานแทนพลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่นำชุดปฏิบัติการบุกเข้าค้นตลาดก่อนหน้านี้

พลตำรวจเอกรุ่งโรจน์ ระบุว่า การจับกุมผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์ไม่ได้มาตรฐาน อย. รวมถึงคดีบุกรุก คดีดัดแปลงต่อเติมอาคาร และดูหมิ่นเจ้าพนักงาน พลตำรวจเอกวิระชัยกำกับดูแลอยู่แล้ว แต่กรณีการเรียกรับส่วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเล็งเห็นว่าควรตั้งคณะทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติขึ้นตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งตนเองก็ไม่ได้มีความขัดแย้งใดๆ กับพลตำรวจเอกวิระชัย และในคดีเรียกรับส่วยก็ยังคงประสานข้อมูลและช่วยกันตรวจสอบ

ส่วนนายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจซึ่งเป็นที่ปรึกษาของตลาด จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับส่วยหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน ซึ่งขณะนี้ตำรวจก็มีข้อมูลพอสมควร และคาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆนี้ ว่าจะมีใครเกี่ยวข้องบ้าง โดยหากพยานหลักฐานมีความชัดเจนสาวไปถึงใคร เจ้าหน้าที่ก็จะออกหมายจับทันที

ทั้งนี้ยืนยันว่าคดีนี้ไม่มีใบสั่งจากรัฐบาล และไม่ได้เป็นการหลีกเลี่ยงการปะทะกับใครทั้งนัั้น แต่เป็นเรื่องปกติของตำรวจที่ชุดจับกุม กับชุดสอบสวนอาจเป็นคนละชุดกันก็ได้