นทท.โพสต์ประจานน้ำทะเลเหม็นเน่า หลังสถานีสูบน้ำพัทยาใต้

ชาวเน็ตโพสต์ประจานน้ำทะเลสุดเน่าเหม็น จนนั่งกินข้าวไม่ได้ บริเวณสถานีสูบน้ำพัทยาใต้

มีรายงานว่าในโลกโซเชียลในเพจชื่อดังของเมืองพัทยา มีนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เป็นสมาชิกในกลุ่มได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพถ่ายการปล่อยน้ำจากระบบระบายของสถานีสูบน้ำพัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ลงสู่ทะเลในบริเวณดังกล่าว โดยมีการบรรยายว่า “จับรถ จับผู้หญิง ปิดบาร์ ปิดผับ ปิดโรงแรม แล้วให้นักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำชายหาดพัทยา..ไม่รักก็อย่าทำร้าย เหม็นมากไปทานอาหารที่ร้าน พัทยาเบียร์การ์เด้น กินไม่ลง”

เนื่องจากาภาพที่มีการถ่ายลงมาในเพจดังกล่าวพบว่าเป็นภาพของน้ำที่สีดำขุ่นที่ถูกระบายออกสู่ทะเลเป็นจำนวนมาก โดยหลังจากที่มีการแชร์เพจได้ไม่นานก็มีผู้คนเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์กันและนำไปแชร์ในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง กรณีการปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเลนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปล่อยครั้งที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก

ล่าสุดวันนี้ (11 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจสภาพปัญหาบริเวณหลังสถานีสูบน้ำพัทยาใต้ ปากทางเข้าถนนคนเดินวอล์คกิ้งสตรีท ริมชายหาดพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยเฉพาะบริเวณท่อระบายที่มีการต่อตรงลงสู่ทะเลในบริเวณดังกล่าว ซึ่งเบื้องต้นพบว่าขณะเข้าสำรวจเมืองพัทยาได้ยุติการปล่อยน้ำลงสู่ทะเลไปแล้ว

แต่บริเวณชายหาดยังพบน้ำสีดำมีฝุ่นตะกอนที่ท่วมขังอยู่ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ ขณะที่ในทะเลพบว่าน้ำที่ถูกปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ซึ่งมีลักษณะคล้ายสีชา มีฝุ่นตะกอนสีดำปะปนอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่มีใครเข้ามาในพื้นที่บริเวณนี้เนื่องจากพบว่าน้ำทะเลไม่มีความใสสะอาดและหากลงเล่นอาจส่งผลให้เกิดโรคทางผิวหนังได้

มีรายงานว่าสำหรับระบบระบายน้ำของเมืองพัทยาเป็นระบบเดิมที่ใช้มาเป็นเวลานาน โดยจะใช้ท่อระบายในการรองรับน้ำเสียจากที่พักอาศัยและสถานประกอบการที่ส่งเข้าสู่สถานีสูบจำนวนหลายแห่ง ก่อนสูบส่งไปยังโรงบำบัดในซอยวัดหนองใหญ่เพื่อทำการบำบัดก่อนปล่อยลงสู่ทะเล ซึ่งมีความสามารถในการรองรับน้ำเสียได้ประมาณวันละ 65,000-80,000 ต่อวัน

แต่จากความเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วทำให้ปัจจุบันมีปริมาณน้ำเสียเกิดขึ้นนับแสน ลบ.ม.ต่อวัน ขณะที่สถานีสูบและอุปกรณ์ในระบบเดิมก็มีความชำรุดทรุดโทรมลงอย่างต่อเนื่องด้วยผ่านการใช้งานมานานนับสิบปี ส่งผลทำให้มีปัญหาน้ำเสียค้างท่อในปริมาณเกินกว่า 40 % หรือเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้

ดังนั้นเมื่อมีพายุฝนตกลงมาปริมาณน้ำฝนจำนวนมากก็จะไหลเข้าสู่ระบบท่อและไปผสมกับน้ำเสียที่ค้างอยู่จึงทำให้คุณภาพของน้ำมีความขุ่นข้นและค่า BOD สูงเกินมาตรฐาน ก่อนที่จะไหลล้นและระบายลงสู่ทะเลเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่จนเกิดเป็นภาพการปล่อยน้ำสีดำขุ่นข้นลงสู่ทะเลบริเวณหลังสถานีสูบพัทยาใต้บ่อยครั้ง ซึ่งถือว่าส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเมื่อมีการเผยแพร่ภาพและข้อมูลออกสู่สาธารณะ

ขณะที่ปัจจุบันเมืองพัทยากำลังเร่งทำการซ่อมแซมปรับปรุงระบบและมีแผนการจัดทำอุโมงค์น้ำขนาดใหญ่เพื่อระบายน้ำฝนลงสู่ทะเลโดยตรงบริเวณริมชายหาดพัทยากลาง ซึ่งปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาความเหมาะสมและลดผลกระทบทั้งเรื่องน้ำท่วมขัง และน้ำเสียลงสู่ทะเลโดยตรง

โดนัลด์ ทรัมป์-คิม จอง อึน นัดหารือที่สิงคโปร์ 12 มิ.ย.นี้

“โดนัลด์ ทรัมป์” และ “คิม จอง อึน” ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ มีกำหนดจะหารือครั้งประวัติศาสตร์ วันที่ 12 มิถุนายนนี้ั

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ทวีตข้อความวานนี้ ว่า เขาและนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ จะหารือกันที่สิงคโปร์ วันที่ 12 มิถุนายนนี้ พร้อมระบุว่า เขาและนายคิมจะสร้างช่วงเวลาสุดพิเศษเพื่อโลกที่สงบสุข

ขณะเดียวกัน นักโทษสหรัฐฯ 3 รายที่ถูกเกาหลีเหนือปล่อยตัวเดินทางถึงสหรัฐฯ แล้ววานนี้ เมื่อเวลา 2.42 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีประธานาธิบดีทรัมป์ และนางเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่งต้อนรับนักโทษทั้งสาม

นักโทษทั้งสาม ได้แก่ นายคิม ดอง ชอล , นายคิม ฮัก ซง และนายโทนี่ คิม นายคิม ดอง ชอล ชายเชื้อสายเกาหลี ที่ได้รับสัญชาติสหรัฐฯ แต่กำเนิด กล่าวว่า เขาได้รับการดูแล “หลายๆ แบบ” โดยต้องทำงานหนักที่นั่น แต่เมื่อเขาป่วย เขาก็ได้รับการรักษา

ชาวอเมริกันทั้งสาม ถูกจำคุกในเกาหลีเหนือนาน 1-2 ปี โดยการถูกจำคุกครั้งนั้นถูกมองว่าเป็นเกมการเมืองระหว่างประเทศ ขณะที่ทั้งสามคนจะถูกส่งตัวไปตรวจสุขภาพที่ศูนย์การแพทย์ทหารวอลเตอร์ รีด เป็นอันดับแรก

ขณะเดียวกัน สถานีโทรทัศน์เคอาร์ทีของทางการเกาหลีเหนือ ได้เผยแพร่ภาพการเยือนเกาหลีเหนือของนายไมค์ ปอมปิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ โดยเขาได้พบปะกับนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือด้วย

สำนักข่าวเอพี รายงานว่า นายปอมปิโอเดินทางไปหารือในประเด็นการประชุมร่วมกันระหว่างนายทรัมป์ กับนาย เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยเกาหลีเหนือได้ตอบตกลงข้อเสนอสหรัฐฯ ที่ให้ปล่อยตัวนักโทษชาวอเมริกัน 3 ราย

ตำรวจเร่งล่า ชายคลั่งขับรถตู้ไล่ชนเก๋ง-จยย.ย่านตลิ่งชัน ทำคนดับ 1 เจ็บ1

ระทึกชายคลั่ง ขับรถตู้ไล่ชนเก๋ง – จยย. บนถนนย่านตลิ่งชัน ส่งผลมีผู้เสียชีวิต 1 เจ็บ 1 ตำรวจเร่งล่า

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงคืนวันที่ 10 พ.ค. 2561 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ตลิ่งชัน ได้รับแจ้งว่ามีคนถูกรถชนเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 1 คน ที่บริเวณ  ซ.ทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก 4  จึงประสานหน่วยกู้ภัยนำกำลังไปตรวจสอบ

ซึ่งที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตนอนอยู่บนถนน ขณะที่ผู้บาดเจ็บพลเมืองดีช่วยกันปฐมพยาบาลอยู่ ขณะเดียวกันพบรถเก๋งเบนซ์ 2 คัน และรถจักรยานยนต์ อีก 5 คัน จอดเสียหายอยู่ในซอยดังกล่าว ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีชายอายุประมาณ 40 ปี รูปร่างท้วม ไม่สวมเสื้อ ลักษณะคล้ายคนเมา

และเหมือนมีอาการทางประสาท ขับรถตู้มาในซอยดังกล่าวจากนั้นได้เหยียบคันเร่งไล่ชนรถชาวบ้านที่สัญจรอยู่ในซอยที่เกิดเหตุ จนส่งผลทำให้มีรถเสียและมีคนบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ก่อนที่คนขับรถตู้จะขับรถออกมาบน ถ.กาญจนาภิเษก หน้าสมาคมชาวปักษ์ใต้และหนีไป

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป