เขื่อนแตกในเคนยา ตายแล้วอย่างน้อย 47 ราย

เขื่อนเก็บน้ำแห่งหนึ่งในเคนยาแตก หลังฝนตกหนักหลายสัปดาห์ ทำให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนจำนวนมาก และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 47 คน

ตำรวจเคนยา เผยว่า เหตุเขื่อนแตกเมื่อคืนวันพุธ หลังฝนตกหนักมาหลายสัปดาห์ สร้างความเสียหายครั้งใหญ่ และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 47 ราย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่เกษตรกรรม ใกล้เมืองโซไล ห่างจากกรุงไนโรบีไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 190 กิโลเมตร โดยคาดว่าผู้เสียชีวิตรวมถึงเด็กและผู้หญิงที่ติดอยู่ใต้โคลน

เจ้าหน้าที่เผยว่า กระแสน้ำจากเขื่อนที่แตกได้สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังไม่สามารถประเมินได้ โดยผู้กำกับการตำรวจเขตนากูรู เคาน์ตี้ ระบุว่า สามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตได้แล้วบางส่วน ซึ่งรวมถึงเด็กและผู้หญิง 11 คน ที่ติดอยู่ใต้โคลนภายในไร่กาแฟ

ขณะที่สภากาชาดเคนยาทวีตข้อความว่า ช่วยชีวิตผู้เคราะห์ร้ายได้แล้ว 40 คน และประชาชนมากกว่า 2,000 คน ต้องกลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัย

รายงานระบุว่า เขื่อนพาเทล ที่ตั้งอยู่ในเขตนากูรู เคาน์ตี้ เกิดการแตกร้าว ส่งผลให้น้ำพัดพาบ้านเรือนหลายร้อยหลังที่อยู่ใต้เขื่อนจนได้รับความเสียหาย ผู้อยู่ในเหตุการณ์ระบุว่า ได้ยินเสียงดังสนั่น ก่อนที่กระแสน้ำจะพัดพาเอาสิ่งต่างๆ ที่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ฟาร์มเอกชน ซึ่งมีประชาชนอาศัยและทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นระยะทางเกือบ 2 กิโลเมตร

เขื่อนพาเทล ถือเป็นอ่างเก็บน้ำ 1 ใน 3 แห่งที่เป็นของฟาร์มเอกชนในพื้นที่ โดยเชื่อว่าสาเหตุที่เขื่อนแตกอาจเกิดจากน้ำปริมาณมหาศาลหลังจากเกิดฝนตกหนักทั่วประเทศ ทั้งนี้ เคนยาเผชิญฝนตกหนักตั้งแต่เดือนมีนาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 160 คน ไร้ที่อยู่อาศัยกว่า 220,000 คน

‘เบลล่า’ พบ ตร. สัปดาห์หน้า แจงปมผลิตภัณฑ์ ‘บี เคิร์ฟ’

ดาราสาว “เบลล่า ราณี” ประสานเข้าพบตำรวจ ปคบ. สัปดาห์หน้า เพื่อชี้แจงกรณีโฆษณาอาหารเสริมเกินจริง

มีรายงานจากกองบังคับการตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ระบุว่า ดาราสาว “เบลล่า ราณี แคมเปน” ในฐานะพรีเซนเตอร์ และหุ้นส่วนธุรกิจผลิตภัณฑ์ “บี เคิร์ฟ” ร่วมกับดาราสาว “มะปราง วิรากานต์ เสณีตันติกุล” ที่กำลังถูก อย.และ ปคบ.ตรวจสอบฐานเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ และโฆษณาเกินจริง

จากกรณีใช้ถ้อยคำบรรยายสรรพคุณสินค้า เช่น “ชงผอม” หรือ “จองก่อนรวย” ได้ประสานเข้าพบเจ้าหน้าที่ ในสัปดาห์หน้า ประมาณวันที่ 15 หรือ 16 พฤษภาคม เพื่อชี้แจงรายละเอียดประเด็นการโฆษณา และกรณีเป็นหุ้นส่วน

ส่วนที่ประชุมประชุมคณะกรรมการแพทยสภา มีมติตั้งคณะอนุกรรมการสอบจริยธรรม นายแพทย์ปิยะพงษ์ โหวิไลลักษ์ หรือ หมอบอนด์ กรณีร่วมรีวิวสินค้า “เมจิกสกิน” โดยจะพิจารณาตามหลักฐานต่างๆ ทั้งจากสื่อมวลชน, บุคคลที่เกี่ยวข้อง และตำรวจ คาดใช้เวลาราว 3 เดือน ก่อนสรุปว่าจะลงโทษหรือไม่

ความคืบหน้าคดีกวาดล้างเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์อาหารเสริมไม่มี อย. ที่ตลาดใหม่ดอนเมือง โดยพลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำผู้ค้ากว่า 200 คน ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า มีกลุ่มเรียกรับผลประโยชน์จริง เพราะมีข้อมูลว่า หากไม่จ่ายเงินจะมีการทำร้ายร่างกาย หรือทำลายทรัพย์สิน แต่ยืนยันว่า ไม่ใช่กลุ่มผู้มีอิทธิพล ซึ่งจะรวบรวมพยานหลักฐาน เสนอศาลขออนุมัติหมายจับต่อไป

ในส่วนของพันตำรวจโท สันธนะ ประยูรรัตน์ ประธานที่ปรึกษาตลาดใหม่ดอนเมือง จะเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า วันนี้ (11 พ.ค.) พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมลงพื้นที่จับกุมโกดัง และแหล่งผลิตเครื่องสำอาง, ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม หรือยาลดความอ้วนผิดกฎหมาย รายใหญ่ ปิดท้ายด้วย กรมสรรพากร กำลังรวบรวมหลักฐาน และตรวจสอบข้อมูลการเสียภาษีย้อนหลัง ของบริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง รวมทั้งผู้ประกอบการร้านค้าในตลาด

พร้อมทำหนังสือขอข้อมูลกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. / สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ตามที่ผู้ค้าร้องเรียนว่า ถูกเรียกเก็บค่าคุ้มครอง ประกอบการพิจารณาประเมินภาษี โดยหากพบว่า บริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง และผู้ประกอบการรายใด ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีและงบดุลบริษัทไม่ตรงกับความเป็นจริง และมีเจตนาหลบเลี่ยงภาษี อาจระวางโทษอาญาตามกฎหมายฟอกเงิน

‘มหาธีร์’ สาบานตนรับตำแหน่งนายกฯ มาเลเซีย

นายมหาธีร์ โมฮัมหมัด เข้าพิธีสาบานตนเป็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซียแล้ว ทำให้เขากลายเป็นผู้นำประเทศที่มีอายุมากที่สุดในโลก ด้วยวัย 92 ปี

นายมหาธีร์ โมฮัมหมัด เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเหม็ด ที่ 5 เพื่อสาบานตนเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่แล้ว เมื่อเวลา 21.30 น. วานนี้ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งทำให้เขากลายเป็นผู้นำประเทศที่มีอายุมากสุดในโลก ด้วยวัย 92 ปี

ผลเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 14 ที่ประกาศเมื่อเช้ามืดวานนี้ กลุ่มแนวร่วมแห่งชาติ หรือบีเอ็น ได้รับเลือก 79 ที่นั่ง ขณะที่กลุ่ม “ปากาตัน ฮาราปัน” แนวร่วมฝ่ายค้านที่นายมหาธีร์เป็นแกนนำ ได้รับเลือก 113 ที่นั่ง เกินกึ่งหนึ่งของสภา 222 ที่นั่ง ส่งผลให้แนวร่วมพรรครัฐบาลบีเอ็นที่ผูกขาดอำนาจทางการเมืองในมาเลเซียมาตลอด 61 ปี นับตั้งแต่มาเลเซียได้รับเอกราชจากอังกฤษเมื่อปี 2500 ต้องพ่ายแพ้อย่างยับเยิน

นายมหาธีร์เน้นย้ำว่า การลงแข่งขันการเมืองในครั้งนี้อาจเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้ทำหน้าที่บริหารประเทศอย่างในอดีต พร้อมเผยว่าการกลับมาครั้งนี้ เขาไม่ได้จะมาหาทางแก้แค้น แต่ต้องการฟื้นฟูหลักนิติธรรม

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัก ออกมาแถลงข่าวครั้งแรกหลังพ่ายแพ้การเลือกตั้ง โดยกล่าวยอมรับการตัดสินของประชาชน โดยกลุ่มแนวร่วมแห่งชาติจะให้เกียรติหลักการประชาธิปไตยในรัฐสภา

นายมหาธีร์ เคยมีความสำคัญในแนวร่วมพรรครัฐบาลบีเอ็น และเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนานถึง 22 ปี ระหว่างปี 2524 ถึง 2546 รวมทั้งเคยเป็นผู้ให้คำปรึกษาและพี่เลี้ยงทางการเมืองแก่นายนาจิบ แต่ได้ถอนตัวในปี 2559 เพราะขัดแย้งกับนายนาจิบในหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่นายนาจิบถูกกล่าวหาว่าพัวพันการทุจริต นำเงินจากกองทุนวันเอ็มดีบีของรัฐบาลเข้ากระเป๋าตัวเองเป็นเงินมากกว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งข้อกล่าวหานี้มีส่วนสำคัญที่ทำให้คะแนนเสียงของแนวร่วมพรรครัฐบาลลดลงอย่างมาก

ด้านพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า นโยบายระหว่างประเทศของไทยไม่เปลี่ยนแปลง แต่ต้องรอดูนโยบายของมาเลเซียอีกครั้ง ซึ่งไม่กังวลและไม่คิดว่าจะมีปัญหา เพราะเชื่อว่าทางมาเลเซียก็ต้องการให้เกิดความสงบ ส่วนนโยบายการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลง