รวบ 2 โจ๋ยิงนศ.เทคนิคดับ ขณะใช้อาวุธทำร้ายตัวเอง หวังฆ่าตัวตายเพราะสำนึกผิด

ตำรวจจังหวัดพิษณุโลก ติดตามจับกุมผู้ต้องหาคดีใช้อาวุธปืนลูกซองจ่อยิง นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคอายุ 18 ปี เสียชีวิตได้ที่จังหวัดสิงห์บุรี ขณะหลบหนีและใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายตนเอง หวังฆ่าตัวตายเพราะสำนึกผิด

วันนี้(10 พ.ค.) พลตำรวจตรีถาวร แสงฤทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามจับกุมสองผู้ต้องหาตามหมายศาล ที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิงนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก ปวส. ช่างไฟฟ้ากำลัง อายุ 18 ปี เสียชีวิต เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 6 พฤษภาคมที่ บริเวณริมถนนทางหลวงหมายเลข 1275 สายมะขามสูง- พรหมพิราม หมู่ 2 บ้านท่าช้าง ตำบลท่าข้าง อำเภอพรหมพิราม ว่า ชุดสืบสวนได้แกะรอยผู้ต้องหาที่พยายามหลบหนีไปกบดานอยู่ที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ อยุธยา และสุดท้ายจนมุมถูกจับกุมได้ที่จังหวัดสิงห์บุรี

เมื่อช่วงค่ำคืนวันที่ 9 พฤษภาคม 2561 ทั้ง 2 คน คือ นายเชาวฤทธิ์ ภิญโญยิ่ง อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายศาลเลขที่ 92/2561 ผู้ใช้อาวุธปืนยิงนายวิทวัส ละมูล อายุ 18 ปีเสียชีวิต และ นายอภิเดช ภูมรินทร์ อายุ 22 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิงกลุ่มของผู้ตาย ผู้ต้องหาตามหมายศาลเลขที่ 93/2561และก่อนช่วงเวลาหน้านี้ ชุดสืบสวนสามารถติดตามของกลางเป็นอาวุธปืนลูกซองสั้นและรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิดเอาไว้ได้ทั้งหมดแล้ว

พลตำรวจตรีถาวร แสงฤทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ขณะเข้าทำการจับกุมที่จังหวัดสิงห์บุรี ได้รับแจ้งจากมารดาของ นายเชาวฤทธิ์ ภิญโญยิ่ง อายุ 26 ปี ว่า ลูกชายโทรศัพท์มาให้รับศพของตนเองด้วยเพราะกำลังจะฆ่าตัวตายเนื่องจากสำนึกผิด แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าถึงตัวผู้ต้องหาได้ทันเวลาที่บริเวณ ริมถนนตรงข้าม วิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี เบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาเสพยาเสพติด แล้วใช้อาวุธมีดแทงตัวเองนอนอยู่ในพงหญ้า จึงให้ความช่วยเหลือนำตัวผู้ต้องหาส่งโรงพยาบาลสิงห์บุรีเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บเร่งด่วน

ล่าสุด ผู้ต้องหาอาการบาดเจ็บปลอดภัยแล้ว และหากแพทย์อนุญาตให้กลับมารักษาตัวที่จังหวัดพิษณุโลกได้ ตำรวจจะควบคุมตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น และร่วมกันพยายามฆ่า มีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

พลตำรวจตรีถาวร แสงฤทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก บอกว่าตอนนี้ผู้ต้องหาทั้งสองคนยังไม่ได้ให้ถ้อยคำเกี่ยวกับคดี ว่าจะยอมรับหรือปฏิเสธข้อกล่าวหาแต่อย่างใด แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อมั่นในพยานหลักฐานและทั้งวัตถุและบุคคล ว่าจะสามารถเอาผิดกับผู้ต้องหาทั้งสองคนนี้ได้อย่างแน่นอน ส่วนสาเหตุที่ผู้ต้องหาทำร้ายตนเองนั้น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก เชื่อว่าผู้ต้องหาอาจสำนึกผิดหรือกลัวความผิดที่จะได้รับ จึงได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายตนเอง ซึ่งเรื่องนี้ต้องรอให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง

บิณฑ์ โพสต์ตามหาพี่สาวหนุ่มตาบอด เหตุนำเงินบริจาคครึ่งล้านไปใช้ส่วนตัว

บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ โพสต์ข้อความตามหาพี่สาวของหนุ่มตาบอดที่เคยช่วยเหลือ หลังนำเงินกว่าครึ่งล้านที่เคยระดมทุนช่วยไปใช้ส่วนตัว

วันนี้ (10 พ.ค. 2561) นายบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ อดีตนักแสดงที่ผันตัวมาเป็นจิตอาสาช่วยเหลือสังคมและผู้ยากไร้ ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว  บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์  ติดตามหาตัวพี่สาวของนายเพทาย ชายตาบอดที่เขาเคยช่วยเหลือระดมทุนไปก่อนหน้านี้ หลังจากพบว่ามีชีวิตลำบากอาศัยอยู่เพียงลำพัง เนื่องจากพี่สาวของนายเพทายได้นำเงินบริจาคกว่าครึ่งล้านไปใช้ส่วนตัวและไม่สามารถติดต่อได้ โดยมีข้อความระบุว่า

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์

” พี่สาว นาย เพทาย โทรกลับมาหาผมด่วน”

สวัสดีครับเพื่อนๆ..วันนี้ผมได้รับข้อมูลจากนาย เพทาย ซึ่งนอนอยู่ที่สะพานข้ามคลองแถววัดสลุด แล้วทางหมู่ที่ร่วมกตัญญู ได้เข้าไปช่วยเหลือ นำส่งโรงพยาบาลบางพลี จนนายเพทาย รักษาตัว อาการดีขึ้นแล้ว กลับไปอยู่ห้องเช่า ที่ทางผม ได้เงินจำนวน 2 หมื่นบาท เพื่อเป็นค่าเช่าห้อง และจ่ายล่วงหน้า

ผมได้ลงเลขที่บัญชี ของพี่สาว นายเพทาย เพื่อให้เพื่อนๆ ให้การช่วยเหลือ เป็นเงิน ในการรักษาตัวต่อไป แต่ในขณะนี้ เงินจำนวน 4-5 แสนบาท ไม่เป็นไปตามที่ เพื่อนๆ ทุกคน มีวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยเหลือนายเพทาย ให้รักษาตัว และรักษาดวงตาที่บอดสนิท พร้อมกับค่าห้องเช่า แต่พี่สาว ได้เอาเงิน ที่เพื่อนๆ หน้าแฟนเพจของผม เอาไปใช้ส่วนตัว และไม่มาดูแลน้องชาย ผมได้เบอร์มา โทรหาพี่สาว เพทาย หลายต่อหลายครั้ง รับสายครั้งหนึ่ง แต่ไม่พูดอะไรเลย

ผมจึงโทรกลับไปอีกสองสามครั้ง ก็ไม่รับสาย กรุณาโทรกลับผมด้วยนะครับ เธอชื่อ นางสาว เกษราภรณ์ ทูลแรง ถ้าไม่โทรกลับ ผมจะต้อง พึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินการต่อไป ช่วยกรุณาโทรกลับผมด้วยนะครับ.. ขอบคุณครับ

ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนพากันส่งต่อเพื่อเป็นอีกกระบอกเสียงให้พี่สาวของนายเพทายเห็นและติดต่อกลับบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ทันที

อภิสิทธิ์ ตั้งคำถาม ครม.สัญจร คุ้มค่าหรือไม่ ?

อภิสิทธิ์ ตั้งคำถาม ครม.สัญจร คุ้มค่าหรือไม่ ? เหน็บหากจังหวัดอื่นอยากได้งบต้องจัด ส.ส.ไปต้อนรับนายกฯ หรือไม่

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (10 พ.ค. 2561) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงความคิดเห็นถึงกรณีการลงพื้นที่ ครม.สัญจร ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคระรักาาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ว่า การลงพื้นที่ก็ถ้าทำให้เกิดประโยชน์ก็ดี แต่ถ้าการที่ใช้วิธีเอาผู้นำรัฐบาล ผู้หลักผู้ใหญ่ไปลงพื้นที่ แล้วก็เหมือนกับบอกว่ามันจะต้องชัดเจน มีติดไม้ติดมือไปอนุมัติงบประมาณ เรื่องแบบนี้ต้องระมัดระวังว่าจะไม่ทำให้ระบบของการจัดสรรทรัพยากรมันเสีย

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ข่าวสดวันนี้, ครม.สัญจร, พรรคภูมิใจไทย, ข่าวสดวันนี้

ทั้งนี้ตั้งแต่ทำงานเกี่ยวข้องกับการเมืองมาก็เคยได้ยินเรื่อง ครม. สัญจรมาแล้ว เพราะสมัยก่อนหน้าท่านนายกฯ ชวนนั้นมี ครม.สัญจร และยังจำได้ว่าสื่อมวลชนก็เคยล้อเลียนว่าเป็น ครม. ทัศนาจรหรือเปล่า แต่พอมาสมัยนายกฯ ชวน ไม่จัดสัญจรเพราะถือว่าไม่คุ้มค่ากับงบประมาณที่เสียไป แต่มายุคปัจจุบันก้ยังมีให้พบเห็นอยู่ ดังนั้นเพื่อความกระจ่างกับประชาชนรัฐบาลก็ควรออกมาเปิดเผยตัวเลขว่าตกลงค่าใช้จ่ายเวลาจะจัดประชุมนอกสถานที่แบบนี้ ประชุมครั้งละเท่าไหร่ แล้วจะได้ดูว่ามันคุ้มหรือไม่อย่างไร

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังได้กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าววิพากษ์วิจารณ์ว่า การลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ เป็นเรื่องของการดูดพรรคการเมือง หรือการไปร่วมกับพรรคทหาร หรือไม่ ว่า ส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่ เพราะพรรคภูมิใจไทย ก็คงจะเป็นพรรคภูมิใจไทยต่อไป แต่เมื่อได้มีโอกาสคุยแลกเปลี่ยนกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ทำให้รู้ว่า รัฐบาลบอกว่าจะสัญจรไปในพื้นที่ซึ่งเขาคิดว่าเป็นฐานเสียงสำคัญของเขา แล้วก็ติดต่อเขาไปด้วย ที่จะให้เขาไปต้อนรับ เขาก็ให้ความร่วมมือ

เพราะฉะนั้นส่วนตัวจึงไม่ได้มองว่ามีการดูดลักษณะนั้นอย่างที่ว่า แต่ว่าในรูปแบบที่ออกมา ก็ทำให้คนก็มีสิทธิ์ที่จะตั้งคำถามว่า ถ้าจังหวัดอื่นเขาอยากจะได้งบประมาณแบบนี้บ้าง เขาต้องทำอย่างไร เขาจะต้องมีอดีต ส.ส. นักการเมือง ที่มาต้อนรับแบบนี้หรืออย่างไร ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น ตนก็ย้อนกลับไปเหมือนเดิมว่า มันจะกระทบแนวความคิดที่เราพูดกันถึงเรื่องหลักที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน และระบบการเมืองที่ดี