แตกตื่น! หนุ่มญี่ปุ่นขน ‘แมกกาซีน M16’ ยุทธภัณฑ์สงคราม รอขึ้นเครื่องที่ดอนเมือง

รวบชายชาวญี่ปุ่นคาสนามบินดอนเมือง ขนยุทธภัณฑ์สงคราม รอขึ้นเครื่อง อ้างซื้อจากเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม

วันนี้(9 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบชายชาวญี่ปุ่น นำเครื่องยุทธภัณฑ์ เป็นแมกกาซีนของปืนเอ็ม 16 ขึ้นเครื่องบิน ปลายทางที่ประเทศญี่ปุ่นทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า ชายชาวญี่ปุ่นกำลังจะเดินทางออกจากสนามบินดอนเมืองไปยังประเทศญี่ปุ่น โดยนำกระเป๋าสัมภาระผ่านเครื่องเอ็กซ์เรย์ ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่เจอแมกกาซีนปืนขอตรวจสอบ พบแมกกาซีน และเครื่องยุทธภัณฑ์ต่างๆ จำนวนมาก

สอบสวนเบื้องต้นชายชาวญี่ปุ่น ให้การว่า ซื้อของทั้งหมดมาจากเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม เป็นลักษณะของเก่าสะสม เพื่อนำกลับไปสะสม ไม่ทราบว่าผิดกฎหมายไทย

ภาพประกอบข่าว

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นยุทธภัณฑ์ ทั้งหมดอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถใช้การได้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้เดินทางลงพื้นที่ไปสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเองและจะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนต่อไป

ชาวบึงกาฬเก็บ ‘เห็ดขม’ ตามป่าขาย สร้างรายได้มากกว่าวันละ 500 บาท

ชาวบ้านในจังหวัดบึงกาฬ ต่างออกไปเก็บ “เห็ดขม” ตามป่าชุมชนซึ่งกำลังออกดอกจำนวนมาก นำมาจำหน่ายสร้างรายได้มากกว่าวันละ 500 บาท

สำหรับในช่วงนี้ยังคงมีฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับอากาศที่ร้อนอบอ้าว ทำให้เห็ดขมยูคา ที่อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ โผล่พ้นดินออกดอกบานให้เห็นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในสวนป่ายูคาที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ

นางพิศมัย รัตนตรัย อายุ 44 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่เก็บเห็ดเป็นรายได้เสริม เล่าว่า ตนได้ใช้เวลาว่างมาเก็บเห็ดในช่วงเช้า 1 – 2 ชั่วโมง วันหนึ่งจะเก็บได้ประมาณ 10-15 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับพื้นที่ เมื่อเสร็จแล้วก็นำไปต้มให้สุก และส่งขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าในตลาด โดยเห็ดที่ต้มแล้วจะขายในราคากิโลกรัมละ 30 – 40 บาท สามารถสร้างรายได้วันละ 500 – 600 บาท ต่อวัน

ขณะที่อีกด้านหนึ่งยังมีคำเตือนจากเกษตรอำเภอบึงโขงหลง ออกมาแจ้งให้ประชาชนที่จะนำเห็ดมาบริโภค ให้สังเกตให้ดีก่อนว่าเป็นเห็ดชนิดใด สามารถรับประทานได้หรือไม่ เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายจากการแพ้เห็ดพิษ

กอปศ. ไฟเขียวร่างกฎหมายเด็กปฐมวัย ห้ามสอบเข้าอนุบาล – ป.1

บอร์ด กอปศ.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย ยืนยันห้ามสอบเข้าอนุบาล และ ป.1สถานศึกษาใดฝ่าฝืน โดนโทษปรับ 5 แสนบาท.

รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา(กอปศ.) วานนี้ (8 พ.ค. 2561) ที่ประชุมได้มีมติผ่านร่างกฎหมายว่าด้วย พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย ทั้งนี้เตรียมส่งต่อ ไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

โดยร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีสาระสำคัญ อาทิ เด็กปฐมวัยหมายถึง บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 8 ปีบริบูรณ์ไม่ว่าจะมีสัญชาติใด และหมายรวมถึงทารกในครรภ์มารดาตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงก่อนคลอด สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย คือ หน่วยงานหรือองค์กรที่ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือเอกชน ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัยทางด้านการศึกษาไม่ว่าจะเรียกชื่อว่าอย่างไร และไม่ว่าจะได้รับประโยชน์ตอบแทนหรือไม่

การรับเด็กปฐมวัยเพื่อเข้ารับการพัฒนาในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยและสถานศึกษา โดยวิธีสอบคัดเลือกจะกระทำมิได้ เว้นแต่เป็นกรณีที่คณะกรรมการประกาศกำหนด  ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5 แสนบาท ให้มีคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีสำนักงานคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย มีฐานะเป็นนิติบุคคลที่เป็นหน่วยงานของรัฐแต่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ เป็นต้น

สำหรับการห้ามสอบดังกล่าวหมายถึงการห้ามสอบข้อเขียน แต่สามารถประเมินได้โดยการสังเกตพฤติกรรมเด็ก สัมภาษณ์เด็กและพ่อแม่ร่วมกันได้