อย. เตือน! อย่าซื้อยาสมุนไพร ‘หอยหวาน’ ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา

อย. ย้ำเตือนผู้บริโภคอย่ำหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อโฆษณำผลิตภัณฑ์ “หอยหวาน” ที่มีกำรโฆษณาขายยาสมุนไพร โอ้อวดสรรพคุณเกินจริง

นายแพทย์พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนให้ตรวจสอบการโฆษณาผลิตภัณฑ์ หอยหวาน Hxy-Hwan ทางเฟซบุ๊กชื่อ Chantima Pinyo โดยมีข้อความระบุในโฆษณาว่า 108 ปัญหากวนใจ ให้ต้นแต้ว ช่วยดูแล อ้างเป็น
สมุนไพรบำรุงภายในสำหรับสตรี อย. จึงได้ดำเนินการตรวจสอบโฆษณาดังกล่าว พบข้อความโอ้อวดสรรพคุณ แก้อาการปวดท้องประจำเดือน ช่วยแก้อาการตกขาว ปวดหน่วงในช่องท้อง ช่วยให้มดลูกฟิต กระชับ แก้อาการวัยทอง ช่วยลดไขมันหน้าท้อง และอื่นๆ ซึ่งข้อความเหล่านี้ เป็นการโฆษณาขายยา โดยไม่ได้รับอนุญาต หลอกลวงโอ้อวดเกินจริง และจากการสืบค้นข้อมูลในระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ไม่พบข้อมูลการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร หรือผลิตภัณฑ์ยาใน
ชื่อดังกล่ำวแต่อย่างใด รวมทั้งผลิตภัณฑ์มีการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง เช่น ไม่แสดงวันเดือนปีที่ผลิต วันหมดอายุ

สถานที่ผลิต พร้อมกันนี้ อย.ได้ส่งหลักฐานให้ สสจ. ดำเนินคดีกับผู้กระทำการโฆษณาขายยาและลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ณ สถานที่จำหน่าย และให้เก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์การปลอมปนของสารออกฤทธิ์ทางยาในผลิตภัณฑ์ เพื่อประกอบการดำเนินคดีลงโทษตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ทั้งในเรื่องการโฆษณาขายยาและการขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ ยังได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบหาต้นตอแหล่งผลิต ผลิตภัณฑ์ หอยหวาน ต่อไปด้วย

รองเลขาธิการ ฯ กล่าวในตอนท้ายว่า อย.มีความห่วงใยผู้บริโภคอย่าได้หลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาบริโภคอย่างเด็ดขาด เพราะนอกจากจะเสียเงินโดยไม่จำเป็นแล้ว ยังอาจได้รับผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายโดยคาดไม่ถึง ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์เท่านั้น เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง และต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการตัดสินใจที่จะรับประทานผลิตภัณฑ์ใด ๆ และขอให้ผู้ประกอบการอย่าโฆษณาด้วยวิธีการต่าง ๆ ในลักษณะที่เกินความเป็นจริง

ทั้งนี้ หากผู้บริโภคพบเห็นการอวดอ้างโฆษณาหรือขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ผ่านช่องทางสื่อต่าง ๆ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย . 1556 ห รื อ อี เม ล์
1556@fda.moph.go.th หรือผ่าน Oryor Smart Application หรือ ตู้ ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

‘สันธนะ’ ยันไม่ใช่มาเฟียเก็บค่าคุ้มครอง ‘ตลาดใหม่ดอนเมือง’

พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ที่ปรึกษาตลาดใหม่ดอนเมือง ยืนยันไม่ใช่มาเฟียเก็บค่าคุ้มครองในตลาด 

จากกรณีกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ที่ปรึกษาตลาดใหม่ดอนเมือง เรียกเก็บส่วยตลาดแอร์พอร์ต (ตลาดใหม่ดอนเมือง) โดยล่าสุดพ.ต.ท.สันธนะ เปิดเผยว่า ไม่ได้เก็บส่วยในตลาดใหม่ดอนเมืองแห่งนี้ และไม่ใช่มาเฟียหรือผู้มีอิทธิพล และไม่มีการเรียกเก็บส่วยหรือค่าคุ้มครองจากผู้ค้าในตลาด แต่อ้างว่าเป็นการเก็บค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการกิจกรรมต่างๆ ของโครงการ เพื่อการพัฒนาตลาด

ซึ่งได้นำใบเสร็จมาโชว์ให้กับสื่อมวลชนได้ดู โดยในใบเสร็จจะมีการระบุ ชื่อ อาคาร หมายเลขโทรศัพท์ และจำนวนเงิน รวมทั้งลายเซ็น เพื่อยืนยันว่า ผู้ค้ายินยอมจ่ายจริง ซึ่ง พ.ต.ท.สันธนะ บอกอีกว่า ผู้ค้าจะจ่ายขั้นต่ำ 500 บาท บางร้านก็ 1,000 หรือ1,500 บาท

โดยเงินส่วนนี้เป็นเหมือนค่าใช้จ่ายส่วนกลางของตลาด ทั้งค่าทำความสะอาด ค่าโบกรถ การจราจร ค่ารปภ. ดูแลความปลอดภัยในช่วงกลางคืน ซึ่งจะมีการเก็บทุกสิ้นเดือน เฉลี่ยเดือนละ 5 หมื่นถึง 1 แสนบาท โดยพนักงานของตลาดเป็นคนเก็บเงิน และไม่มีการบังคับให้จ่าย และไม่ได้จ่ายทุกร้าน ซึ่งร้านที่ไม่จ่ายก็สามารถเปิดขายของในตลาดได้ตามปกติ

ภาพประกอบข่าว

สำหรับเงินที่ได้จากการเก็บค่าส่วนกลาง จะนำเงินมาบริหารจัดการตลาดให้เพียงพอ แต่หากมีเงินเหลือก็จะให้คนเก็บเงินนำไปแบ่งกัน ซึ่งตนเองให้นโยบายการบริหารจัดการตลาดไว้ว่าต้องอยู่กันให้ได้ และทุกอย่างนำเข้าระบบอย่างถูกต้อง แต่ไม่ทราบว่ามีกี่คนที่เก็บเงินนี้

ส่วนกรณีที่ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกมาระบุถึงการที่พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โทรกลับมาหาเมื่อวานนี้ ว่า อย่าให้ข่าวที่บิดเบือนนั้น มองว่า อาจเป็นความหวังดี แต่ยืนยันว่าทุกคำพูดเป็นเรื่องจริง พร้อมเปิดเผยถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ตนกับพลตำรวจเอกจักรทิพย์ด้วย โดยท้าให้เอาตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาเดิมพัน

และบอกสื่อมวลชนให้ไปถาม พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ว่าเป็นสัญญาใจหรือเปล่าที่โทรศัพท์มาคุยกับตนเมื่อปี 2558 ก่อนจะมีการประชุม วาระเลือกการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และหลังได้รับตำแหน่ง ตนเองยังเข้าไปพบพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ที่ห้องทำงานด้วย ซึ่งยืนยันว่า การออกมาพูดในวันนี้ ไม่ได้เป็นการทวงบุญคุณ ส่วนจะนัดเคลียร์ใจกันส่วนตัวหรือไม่ ต้องแล้วแต่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมฝากบอกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้วยว่า “รักนะ” และการออกมาพูดครั้งนี้ไม่ได้ต้องการแบล็กเมล หรือหักหลังใคร

ส่วนกรณีที่นายชนะโชติ สุขสุคนธ์ มาแอบอ้างเป็นนักข่าวของกรมประชาสัมพันธ์ พันตำรวจโทสันธนะ ยอมรับ ว่านายชนะโชติเป็นพนักงานบริษัทในตลาดใหม่ดอนเมืองจริง และรู้จักกับตำรวจใน สน.ดอนเมือง ส่วนบัตรนักข่าวเป็นการหยิบบัตรผิด ออกมาจากบ้าน เพราะที่บ้านมีบัตรหลายใบ ไม่ได้เป็นสายลับที่ส่งไปส่งข่าวตำรวจแต่อย่างมด และมองว่า ไม่จำเป็นต้องส่งคนแบบนั้นไปสืบข่าวด้วย

ทั้งนี้ที่นายชนะโชติทำงานที่ตลาด เพราะพ่อของนายชนะโชติเคยอยู่กับตนเองมาก่อน และเมื่อพ่อนายชนะโชติเสียชีวิต ก็รับภาระดูแลอยู่ครอบครัวของนายชนะโชติมาตลอด

ขอบคุณข้อมูล จส.100

ถูกจับโยง ข้อมูลในโครงการช่วยเด็กของ ‘เมลาเนีย’ คล้ายผลงานสมัย โอบามา

เมลาเนีย ทรัมป์ เปิดตัวโครงการแรกหลังได้รับตำแหน่งสตรีหมายเลข 1 โดยโครงการจะริเริ่มช่วยเหลือเด็ก ๆ ในการจัดการกับปัญหาต่าง ๆ ที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

เมลาเนีย ทรัมป์ อดีตนางแบบวัย 46 ปี ภรรยาของ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งปัจจุบันเป็น สตรีหมายเลข 1 แห่งสหรัฐฯ ก่อตั้งโครงการ BE BEST ซึ่งเป็นโครงการทีส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้แก่เด็ก และการใช้คำพูดอย่างชาญฉลาด รวมถึงการเคารพและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

เมลาเนีย ทรัมป์ และ โดนัลด์ ทรัมป์

แต่เมื่อบุคคลสำคัญระดับประเทศมีการเคลื่อนไหวครั้งใด มักจะถูกการจับตามองเป็นพิเศษ ในกรณีของ เมลาเนีย ทรัมป์ ก็เช่นกัน เพราะหลังจากเปิดตัวโครงการเพื่อสังคมของตัวเองไปไม่นาน เว็บไซต์ BuzzFeed ตั้งข้อสังเกตุถึงเว็บไซต์ของโครงการ BE BEST ที่เผยแพร่ข้อมูลทางออนไลน์ชื่อว่า Talking with Kids About Being Online” ซึ่งส่วนหนึ่งของเป็นหนังสือ First Lady Melania Trump และ Federal Trade Commission โดยหน้าปกมีความคล้ายคลึงกับข้อมูลเรื่อง NET CETERA ซึ่งเป็นข้อมูลของหน่วยงาน Federal Trade Commission ซึ่งถูกตีพิมพ์ในเดือด มกราคม ปี 2014 ในยุครัฐบาลนายบารัค โอบามา

เปรียบเทียบข้อมูล 2 ชิ้นที่มีความคล้ายคลึงกัน

ทั้งนี้มีการออกมาแก้ต่างว่า ภาพที่ดูคล้ายกันนั้นเพราะมีการใช้ไอคอนที่อยู่บนสมาร์ทโฟนทั่วไป

ก่อนหน้านี้ในช่วงเลือกตั้งสหรัฐฯเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา เมลาเนีย ทรัมป์ เคยเจอมรสุมข่าวฉาวกรณีมีการจับผิดสุนทรพจน์ของนางเมลาเนีย ทรัมป์ ที่มีความคล้ายคลึงกับสุนทรพจน์ของ มิเชล โอบามา สตรีหมายเลขที่ 1 ของสหรัฐคนปัจจุบันเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ซึ่งหลังจากเกิดประเด็นนี้ขึ้น ฝ่ายสื่อสารของทรัมป์ ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ร่างสุนทรพจน์ของเมลาเนีย เป็นการนำแรงบันดาลใจต่าง ๆ จากชีวิตจริงของเธอมาเขียนเป็นสุนทรพจน์ และไม่ได้ลอกเลียนนางโอบามาแต่อย่างใด

2014's pamphlet section about sexting

Image: screengrab via Federal trade commission

The 2018 pamphlet section about sexting: Don't do it!

Image: screengab via the white house

The 2018 booklet includes a note from Melania Trump.

Image: screengrab via the white house

ดูบทความต้นฉบับ : Melania Trump’s cyberbullying pamphlets look A LOT like Obama’s