ชื่นชมกลุ่มพระสงฆ์ รุดซ่อมบ้านให้ผู้ป่วยยากไร้ หลังพบหลังคารั่ว ฝาบ้านผุพัง

กดไลค์กลุ่มพระสงฆ์จากวัดม่วงตารศ จ.นครปฐม หลังมีจิตอาสาเข้าซ่อมบ้านให้ครอบครัวผู้ยากไร้ที่เกือบทั้งบ้านเจ็บป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ 

วันนี้ (7 พ.ค. 2561) ในโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อเรื่องราวดีๆ จากเพจ  วัดม่วงตารศ อ.เมือง จ.นครปฐม ที่ได้มีการเผยแพร่เรื่องราวเมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2561 ที่ผ่านมาว่า คณะสงฆ์จากวัดม่วงตารศ อ.เมือง จ.นครปฐม ได้นำวัสดุอุปกรณ์ไปซ่อมบ้านให้กับครอบครัวผู้ยากไร้ที่เกือบทั้งบ้านเจ็บป่วย ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หลังจากพบว่าบ้านหลังดังกล่าวทรุดโทรมทั้งหลังคารั่ว และฝาบ้านพุพังไม่สามารถกันแดดกันฝนได้ไม่ดีพอ

ข่าวจังหวัดนครปฐม, พระซ่อมหลังคา, ข่าวพระ, ข่าวสดวันนี้

โดยเพจดังกล่าวได้มีข้อความระบุว่า ท่านหลวงพ่อเจ้าอาวาส นำพระลูกวัดร่วมกับจิตอาสา มุงหลังคาให้บ้านคนป่วย บ.ลำท่าโพ ด้วยครอบครัวบ้านหลังนี้ น่าสงสารเป็นอย่างมาก แม่เป็นผู้ป่วยสูงอายุติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ พี่สาวสติไม่สมประกอบ และหลานชายที่เป็นโรคลมชัก พี่ชายที่คอยดูแลครอบครัวนี้ที่เป็นเสาหลัก ก็มาถูกรถชน นอนรักษาตัวที่ รพ.นครปฐม มีลูกสาวคนเดียว ที่อายุก็มากแล้ว ต้องดูแล คนในบ้านที่เจ็บป่วย สามสี่คน

ข่าวจังหวัดนครปฐม, พระซ่อมหลังคา, ข่าวพระ, ข่าวสดวันนี้

และด้วยสภาพบ้านที่ทรุดโทรม สร้างมาหลายสิบปี หลังคาที่มุงจากรั่วจนไม่สามารถกันฝนได้ เวลาที่ฝนตก ผู้ป่วยในบ้านก็ทนทุกข์ยากลำบาก เป็นภาพที่น่าเวทนายิ่งนัก ท่านหลวงพ่อจึงนำพระลูกวัดและร่วมกับจิตอาสา อีกหลายท่าน ที่สงสารและอยากช่วยเหลือครอบครัวนี้ นำหลังคาเมทัลชีทมาเปลี่ยนและซ่อมแซมให้เบื้องต้น

วัดม่วงตารศ
5 พ.ค. 2561

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เข้าไปอนุโทนาบุญกุศลที่ทางวัดทำเพื่อสังคมในครั้งนี้ อาทิ Kruda Kruda สาธุ เป็นบุญของชาวพุทธที่แท้จริง เป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ เป็นต้น

รวบ!! 4โจ๋ ขับจยย. ตระเวนปล้นทรัพย์เหยื่อบนสะพานลอยเมืองปทุมฯ

ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ. ปทุมธานี จับกุม 4 คนร้ายตระเวนก่อเหตุชิงทรัพย์เหยื่อบนสะพานลอย 

เมื่อเวลา 10.30น.วันที่ 7 พฤษภาคม2561 พ.ต.อ.ปัณณพัฒน์ เดชโชติพิสิฐ ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พ.ต.ท.รุ่งศักดิ์ ไม้จันทร์ดี สว.สส.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ กำลังชุดสืบสวนร่วมกันจับกุมตัวนายธีรศักดิ์ หรือหรั่ง ทรัพย์ศรี อายุ39ปี นายนฤเบศร์ หรือไอซ์ อุ้มชู อายุ27ปี

น.ส.วิจิตรา หรือหญิง หงส์ทอง อายุ28ปี น.ส.ปนัดดา หรือพิมพ์ ชื่นชม อายุ18ปี พร้อมด้วยของกลางรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่ารุ่นมีโอสีขาวน้ำเงินจำนวน1คัน โดยกล่าวหาว่า ปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้ได้รับอันตรายแก่กาย โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม โดยมีและใช้อาวุธหรือร่วมกันรับของโจร

พ.ต.อ.ปัณณพัฒน์ เดชโชติพิสิฐ ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่6พฤษภาคม2561 เวลา01.00น.ได้มีผู้เสียหายเดินข้ามสะพานลอยบริเวณปากซอยพหลโยธิน87 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน เดินตามผู้เสียหายก่อนที่คนร้ายจะกระชากกระเป๋าผู้เสียหาย และใช้มีดฟันเข้าที่ศีรษะของผู้เสียหายจนได้รับบาดเจ็บเย็บจำนวน 2 เข็ม ก่อนที่คนร้ายจะได้ของกลาง เป็นกระเป๋าสะพานหลังสีดำ1ใบ โทรศัพท์มือถือจำนวน2เครื่อง เงินสด1,000บาท ก่อนที่คนร้ายจะขับรถจยย.หลบหนีไป

โดยหลังก่อเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าสามารถจับภาพคนร้ายที่ก่อเหตุไว้ได้เป็นชาย2คน ขณะที่กล้องวงจรปิดใต้สะพานพบหญิงวัยรุ่น2คน นั่งรออยู่ที่รถจยย. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงลงพื้นที่หาข่าว

ก่อนจะสามารถจับกุมตัวน.ส.วิจิตรา หรือหญิง หงส์ทอง อายุ28ปี ได้ที่ร้านเกมส์ภายในซอยรังสิต-ปทุมธานี9 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานีพร้อมด้วยของกลางโทรศัพท์มือถือ และสามารถนำตัวมาทำการสอบสวนขยายผลนำไปสู่การจับกุมเพื่อนร่วมแก๊งไว้ได้ทั้งหมด

ทางด้าน พ.ต.อ.ปัณณพัฒน์ เดชโชติพิสิฐ ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยต่อไปอีกว่า พฤติการณ์ของคนร้ายจะออกตระเวนหาเหยื่อที่เมาหรือนอนตามริมทางหรือบนสะพานลอยจากนั้นจะทำการชิงทรัพย์เหยื่อ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปทำแผนและดำเนินคดีทางกฏหมายต่อไป

วิชัย ร้อง ป.ป.ช. ตรวจสอบ ปม “ภรรยาผอ.พศ.” ไปอินเดียใช้งบฯ พศ.

องค์กรส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา ร้อง ป.ป.ช. ตรวจสอบ ปม นางกนิษฐา พราหมณ์เสน่ห์ ภรรยา ผอ.พศ. ไปอินเดียใช้งบฯ พศ.

วันนี้ (7 พ.ค.61) นายวิชัย ประเสริฐสุดศิริ ผู้ประสานงาน องค์กรส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา (อสคพ.) พร้อมด้วยเครือข่ายองค์กรชาวพุทธ เข้ายื่นหนังสือต่อ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เรื่อง การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการของ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.)

กรณีการเดินทางไปนมัสการสังเวชนียสถานของ นางกนิษฐา พราหมณ์เสน่ห์ ภรรยาของ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ในสถานะข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ด้วยงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระหว่าง 29 มี.ค.-5 เม.ย.2561 โดยมี นายสุทธิ บุญมี ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ เป็นผู้รับหนังสือร้องเรียน

เนื้อหาที่ทางองค์กรส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา ระบุไว้ในหนังสือที่ยื่นมีดังนี้

ด้วยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้จัดโครงการนำเจ้าคณะพระผู้ปกครองพระสังฆาธิราช พระภิกษุสามเณร และฆราวาส ผู้ส่งเสริมสนับสนุนกิจการพระพุทธศาสนาจากพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปศึกษาดูงาน ประกอบศาสนกิจและนมัสการสังเวชนียสถาน 4 ตำบลประเทศอินเดียและเนปาล ด้วยงบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจำนวน 4,999,500 บาท ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม 2561 ถึงวันที่ 5 เมษายน 2561

การดำเนินการตามโครงการดังกล่าวได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการการคัดเลือกผู้ที่จะได้ไปศึกษาดูงานโดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้

1.ต้องเป็นข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนา

2.ต้องเป็นพระภิกษุสามเณรในพระพุทธศาสนา

3.ต้องเป็นอุบาสกอุบาสิกาผู้บำเพ็ญคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา

ซึ่งจากการคัดเลือกของคณะกรรมการได้เลือก นางกนิษฐา พราหมณ์เสน่ห์ ภรรยาของ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้เดินทางไปในคณะในสถานะข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทั้งๆ ที่นางกนิษฐามิได้เป็นเจ้าหน้าที่ในสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติและที่สำคัญคือ โครงการนี้เป็นโครงการนำเจ้าคณะพระผู้ปกครองพระสังฆาธิการ พระภิกษุสามเณรและฆราวาส ผู้ส่งเสริมสนับสนุนกิจการพระพุทธศาสนาจากพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาค ใต้ไปศึกษาดูงานประกอบศาสนกิจและนมัสการสังเวชนียสถาน 4 ตำบลประเทศอินเดียและเนปาล แต่นางกนิษฐามิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการพระพุทธศาสนาในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้แต่อย่างใด และไม่ปรากฏว่านางกนิษฐาได้บำเพ็ญคุณประโยชน์ตอบพุทธพระศาสนาแต่อย่างใด

โดยทางองค์กรส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองพระพุทธพระพุทธศาสนา มีความต้องการให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ตรวจสอบ ว่านางกนิษฐาได้รับการคัดเลือกเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือไม่ รวมไปถึงตรวจสอบ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกบุคคลไปศึกษาดูงานว่า เป็นการปฎิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบหรือไม่ หรือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนางกนิษฐาภรรยาของตนเองเดินทางไปดูงานหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ออกมาแถลงยืนยันไปแล้วว่า นางกนิษฐา เป็นบุคคลหนึ่งซึ่งสนับสนุน และทำประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา มีคุณสมบัติถูกต้องตามเกณฑ์คัดเลือกของโครงการดังกล่าว 

แต่นายวิชัย ในฐานะผู้ประสานงานองค์กรส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา ยังคงต้องการให้ทางสำนักพุทธทาสศาสนาออกมายืนยันชี้แจงให้ละเอียดอีกครั้ง