เปิด 14 ทำเลราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 1 ปี

เปิด 14 ทำเลราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นสูงสุด โดยอันดับแรกสถานี BTS อุดมสุขพุ่งถึง 32% ใน 1 ปี ชี้ เป็นเพราะรถไฟฟ้า

วันที่ 7 พ.ค. 2561 ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส แถลงว่า ได้ทำการตรวจสอบทำเลราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา เดิมราคาที่ดินไม่เคยขึ้นถึงปีละ 30% แต่ในปัจจุบันปรากฏว่ามีเพิ่มขึ้นเกิน 30% แล้ว

การเปลี่ยนแปลงราคาที่ดิน 14 แปลงสูงสุดในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

สถานี BTS อุดมสุข ราคาปัจจุบัน(บาท/ตรว) 450,000 เพิ่มขึ้นใน 1 ปี (%) 32%

ปานะพันธ์ ราคาปัจจุบัน(บาท/ตรว) 450,000 เพิ่มขึ้นใน 1 ปี 29%

สถานี MRT ลาดพร้าว ราคาปัจจุบัน(บาท/ตรว) 450,000 เพิ่มขึ้นใน 1 ปี 29%

ศรีนครินทร์-บางนา ราคาปัจจุบัน(บาท/ตรว) 200,000 เพิ่มขึ้นใน 1 ปี 25%

ถนนวิทยุ ราคาปัจจุบัน(บาท/ตรว) 2,000,000 เพิ่มขึ้นใน 1 ปี 25%

พระรามที่ 4 กล้วยน้ำไท ราคาปัจจุบัน(บาท/ตรว) 500,000 เพิ่มขึ้นใน 1 ปี 25%

เพชรเกษม – ภาษีเจริญ ราคาปัจจุบัน(บาท/ตรว) 200,000 เพิ่มขึ้นใน 1 ปี 25%

สถานี BTS ปุณณวิถี ราคาปัจจุบัน(บาท/ตรว) 450,000 เพิ่มขึ้นใน 1 ปี 25%

สถานี BTS บางนา ราคาปัจจุบัน(บาท/ตรว) 400,000 เพิ่มขึ้นใน 1 ปี 25%

สถานี BTS แบริ่ง ราคาปัจจุบัน(บาท/ตรว) 350,000 เพิ่มขึ้นใน 1 ปี 25%

สถานี MRT สุขุมวิท ราคาปัจจุบัน(บาท/ตรว) 2,000,000 เพิ่มขึ้นใน 1 ปี 25%

สถานี MRT รัชดาภิเษก ราคาปัจจุบัน(บาท/ตรว) 750,000 เพิ่มขึ้นใน 1 ปี 25%

สถานี MRT พหลโยธิน ราคาปัจจุบัน(บาท/ตรว) 500,000 เพิ่มขึ้นใน 1 ปี 25%

ห้าแยกลาดพร้าว ราคาปัจจุบัน(บาท/ตรว) 500,000 เพิ่มขึ้นใน 1 ปี 25%

ซึ่งผลการสำรวจพบว่า บริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS อุดมสุข ในรัศมีไม่เกิน 500 เมตร มีราคาที่ดินสูงสุดที่ 450,000 บาท แต่ปรากฏว่าในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ราคาเพิ่มขึ้นถึง 32% ทั้งนี้เป็นผลจากอิทธิพลของรถไฟฟ้า BTS โดยตรง เนื่องจากตลาดมีความต้องการสร้างโครงการอาคารชุดตามแนวรถไฟฟ้าสายนี้ เมื่อสร้างแล้วก็ปรากฏว่าขายได้ดีพอสมควรทีเดียว จึงทำให้ราคาที่ดินพุ่งขึ้นอย่างเด่นชัดที่สุด

อันดับรองลงมาเพิ่มขึ้น 29% คือบริเวณถนนลาดพร้าว ตรงโรงเรียนปานะพันธ์ (เดิม) และสถานีรถไฟฟ้า MRT ลาดพร้าว ราคาล่าสุดเป็นเงินตารางวาละ 450,000 บาท เพิ่มขึ้นจากเดิม 29% ทั้งสองแปลง เพราะตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน ย่านนี้มีโอกาสเติบโตสูงมาก เพราะนอกจากมีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT แล้ว ขณะนี้รถไฟฟ้า BTS ก็กำลังขยายเส้นทางไปตามถนนพหลโยินถึงคูคต ดังนั้นศักยภาพจึงเพิ่มขึ้นมาก

ที่เพิ่มขึ้น 25% มีอีก 11 บริเวณ ล้วนแต่เป็นบริเวณที่ตั้งของสถานีรถไฟฟ้า BTS และ MRT แทบทั้งสิ้น ยกเว้นแถวศรีนครินทร์-บางนา ที่มีผลจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ถนนวิทยุที่มีผลจากการขายสถานทูตอังกฤตที่ 2 ล้านบาทต่อตารางวา ถนนพระรามที่ 4 (กล้วยน้ำไท) ที่มีการนิยมสร้างห้องชุดพักอาศัยมากขึ้น และถนนเพชรเกษม-ภาษีเจริญ จากการมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินนั่นเอง

การที่ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นสูงเช่นนี้ หากมีการเก็บภาษีที่สมควร ก็จะช่วยพัฒนาประเทศได้มาก

1. ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่ควรเก็บต่อปีประมาณ 1-2% ของมูลค่าโดยเฉพาะในกรณีที่ดินเปล่า

2. ภาษีมรดก ที่ไม่ควรมีขั้นต่ำ 100 ล้านบาท

3. ภาษีกำไรจากการขาย เช่น ซื้อมา 100 ขายไป 200 ได้กำไร 100 ส่วนกำไร ควรเสียภาษี 20% เป็นต้น

การเสียภาษีที่สมควร จะทำให้ช่องว่างทางชนชั้นลดลง สังคมมีเงินมาพัฒนาท้องถิ่นมากขึ้น ชุมชนมีความสุข เมืองน่าอยู่มากขึ้น

ที่มา  ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย

‘น้องแบม’ ฮีโร่เปิดโปงข้าราชการโกง ร้องนายกฯ ตกเป็นเหยื่อ ‘เมจิก สกิน’

‘น้องแบม’  ฮีโร่เปิดโปงข้าราชการโกงเงิน ร้องนายกรัฐมนตรี ตกเป็นเหยื่อในเครือ ‘เมจิก สกิน’ สูญเงินไปกว่า 50,000 บาท

วันนี้ (7 พ.ค.61) ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาว ปณิดา ยศปัญญา หรือ น้องแบม อายุ 23 ปี นักศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ฮีโร่ผู้เปิดโปงการโกงเงินคนจนของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ออกมายอมรับว่าตกเป็นเหยื่อร่วมลงทุนกับผลิตภัณฑ์ในเครือเมจิก สกิน สูญเงินไปกว่า 50,000 บาท

โดยน้องแบม ปณิดา พร้อมด้วยกลุ่มผู้เสียหายที่ร่วมลงทุนกับผลิตภัณฑ์ในเครือเมจิก สกิน เดินทางมาที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ขอให้อายัดทรัพย์สินของเมจิก สกิน เพื่อนำมาจ่ายเงินเยียวยาให้กับเหยื่อที่ถูกหลอกให้ร่วมลงทุนเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์

ทั้งนี้ น้องแบม ได้เปิดเผยว่า เข้าร่วมลงทุนเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในเครือเมจิก สกิน เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคมปี่ที่แล้ว ก่อนเริ่มฝึกงานที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น โดยตนมีการตรวจสอบเลขทะเบียนอย.ของผลิตภัณฑ์ผ่านเว็บไซต์ของ อย. ซึ่งก็มีข้อมูลถูกต้อง รวมถึงได้รับฟังวิธีการบริหารจัดการจาก ส้ม-ตรีชฎา ใจสบาย เจ้าของผลิตภัณฑ์เมจิก สกิน จึงทำให้เกิดความเชื่อใจ

น้องแบม เผยต่อไปว่า ตนไม่ใช่คนร่ำรวย จึงอยากมีรายได้ส่งเสียตัวเอง จึงตัดสินลงทุนเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตรีชฎา ในเครือเมจิก สกิน โดยยืมเงินแม่มา 10,000 บาท และใช้เงินเก็บตัวเองมาลงทุน แต่ปรากฎว่ารายได้ไม่ดีอย่างที่คิด เพราะกำไรที่ได้มาต้องนำมาใช้สั่งของล๊อตต่อไป เฉลี่ยมีกำไรให้ใช้ต่อเดือนหลักพันบาท โดยหลังจากปรากฎข่าวว่าเมจิก สกิน มีการสวม อย. และเป็นสินค้าผสมสารอันตรายจึงยิ่งขายไม่ได้ สูญเสียเงินกว่า 50,000 บาท ซึ่งใช้คำว่าหมดตัวได้เลย

จีนสร้างสำเร็จ สะพานข้ามทะเลยาวที่สุดในโลก เชื่อม ฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า

จีนเปิดตัวสะพานข้ามทะเลยาวที่สุดในโลก ย่นระยะเวลาเดินทางเชื่อมฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า เหลือ 30 นาที 

สำนักข่าว CNN ได้รายงานว่า ขณะนี้ทางการของจีนได้มีการดำเนินงานก่อสร้างสะพานสำหรับรถยนต์ข้ามทะเลเชื่อมระหว่างเขตปกครองพิเศษฮ่องกง-มาเก๊า และเมืองจูไห่ ของจีน ซึ่งมีระยะทางรวมทั้งสิ้น 55 กิโลเมตรเสร็จเรียบร้อยแล้ว และมีการคาดการณ์ว่าในกลางปีนี้จะสามารถเปิดให้ใช้งานได้อย่างเป็นทางการ

โดยรายงานระบุว่า สะพานข้ามทะเลยาวที่สุดในโลกเส้นนี้จะช่วยย่นระยะเวลาเดินทางไปฮ่องกง-มาเก๊าจาก 3 ชั่วโมง ให้เหลือเพียง 30 นาทีเท่านั้น ด้านนายกั๋ว ซิงหลิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่วิศวกรอาวุโส จากองค์การสะพานเชื่อมฮ่องกง จูไห่มาเก๊า ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลโครงการนี้เผยว่า การก่อสร้างเป็นไปอย่างยากลำบากเนื่องจากลมแรง

สะพานข้าม, ข่าวจีน

แต่ด้วยความสามารถ ความระมัดระวัง และประสบการณ์จากลูกทีมก่อสร้างที่เริ่มตั้งแต่การสร้างจากพื้นแผ่นดินขึ้นเหนือน้ำ เป็นข้อพิสูจน์อย่างแท้จริงว่าโครงการนี้เกิดขึ้นได้ มากกว่านั้นยังภูมิใจว่าสะพานแห่งนี้เหมือนอนุสรณ์แห่งความสำเร็จของประเทศอีกด้วย แม้ว่าจะเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องการใช้ทรัพยากรในการก่อสร้าง เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องค่าใช้จ่าย รวมไปถึงการแสดงแสนยานุภาพผ่านสัญลักษณ์ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานตั้งแต่เริ่มสร้างเมื่อปี 2546 ก็ตาม

สำหรับโครงการสะพานเชื่อมเขตปกครองพิเศษนี้ เป็นหนึ่งในแผนการพัฒนาปากแม่น้ำเพิร์ล หรือการพัฒนาพื้นที่เกรตเตอร์ เบย์ (Greater Bay Area) หรือ จีบีเอ กินพื้นที่กว่า 56,500 ตารางกิโลเมตร ซึ่งคาดว่าจะให้เทียบเคียง และแข่งขันกับพื้นที่อ่าวที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจสูงอย่างในนครซานฟรานซิสโก และนครนิวยอร์กของสหรัฐ และกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น  ซึ่ีงตัวสะพานใช้เหล็กถึง 400,000 ตันในการสร้างพร้อมกับเทคโนโลยีป้องกันแผ่นดินไหวได้ถึง 8 แมกนิจูด ป้องกันพายุ และป้องกันการชนโดยเรือขนาดมหึมาได้