เซเว่นแจงปมดราม่า พนักงานนั่งล้อมวงกินข้าวกลางร้าน-เหยียบลังใส่อาหาร

เซเว่นแจงปมดราม่า หลังลูกค้าโพสต์โวย พนักงานนั่งล้อมวงกินข้าวกลางร้าน-เหยียบลังใส่อาหาร 

จากกรณีที่ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ @Plaizlupang ได้โพสต์ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง มีพนักงานได้ขึ้นไปยืนบนลังใส่อาหาร และยังชวนกันนั่งล้อมวงกินข้าวกลางร้าน พร้อมข้อความ ระบุว่า “ขอโทษนะคะ คือพนักงานเซเว่นนี่ เค้าไม่มีอบรมพนักงานหน่อยเหรอคะ ยืนบนที่ใส่อาหาร แล้วมาตั้งโต๊ะกินข้าวแบบนี้ในเซเว่นได้เลยเหรอ คนชุดแดงนี่คือพนักงานนะคะ ทราบว่าเป็นพนักงานเพราะว่ามาใช้สาขานี้ประจำ จำหน้าได้ แล้วสาขานี้หลายรอบแล้ว ตะโกนคุยกันหยาบคายข้ามหัวลูกค้า”

หลังจากที่ภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์  ชาวเน็ตต่างแชร์ส่งต่ออย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก

ล่าสุด ทาง CPALL ได้ออกมาชี้แจงแล้ว โดยระบุว่า “เรียนลูกค้าทุกท่านค่ะ บริษัททราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว และได้ว่ากล่าวตักเตือนพนักงานชั่วคราวทั้ง 3 คน รวมถึงผู้บริหารสาขา (store business partners หรือเดิมเรียกว่าแฟรนไชส์) ดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอีก พร้อมกำชับทุกร้านสาขาให้ปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัดค่ะ ขอขอบคุณท่านลูกค้าเจ้าของโพสต์ ที่กรุณาสะท้อนเหตุการณ์ให้ทางบริษัททราบ และขอน้อมรับทุกความคิดเห็น ทุกคำแนะนำของทุกท่าน พร้อมทั้งขออภัยในเหตุการณ์ดังกล่าวมาอีกครั้งค่ะ”

อุทาหรณ์!! หนูน้อยเมืองคอน เล่นซ่อนแอบในเครื่องซักผ้าแต่ออกไม่ได้

เปิดคลิปอุทาหรณ์!! หนูน้อยวัย 4 ขวบ ชุกซนเล่นซ่อนแอบในถังปั่นเครื่องซักผ้า แต่ไม่สามารถออกมาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกโซเชียล มีการเผยแพร่คลิปอุทาหรณ์ของหนูน้อยวัย 4 – 5 ขวบ ที่เล่นซ่อนแอบกับเพื่อนๆ โดยลงไปในถังปั้นแห้งของเครื่องซักผ้า จนตัวติดอยู่ในถังไม่สามารถออกมาได้ ส่งเสียงร้องไห้ลั่นบ้านด้วยความตกใจกลัว จึงแจ้งขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่กู้ภัยใต้เต็กตึ้ง ขนอม

ที่เกิดเหตุบริเวณหลังบ้านพบเด็กผู้ชาย สภาพไม่นุ่งเสื้อผ้า นั่งขาชันเข่าอยู่ในถังปั่นแห้งของเครื่องซักผ้า และส่งเสียง ร้องไห้ด้วยความตกใจ โดยมีพ่อ แม่ ญาติ และเพื่อนบ้าน ช่วยกันรื้อถอดชิ้นของเครื่องซักผ้าเพื่อช่วยตัวเด็กออกจากถัง

อย่างไรก็ตามตรวจสอบพบว่าสาเหตุที่ตัวเด็กติดอยู่ในถังปั้นแห้ง ของเครื่องซักผ้า คาดว่าเด็กอาจเล่นซ่อนแอบซุกซนกับเพื่อน ลงไปยืนและนั่งในถังปั้นแห้งของเครื่องซักผ้า แต่ปรากฏเด็กไม่สามารถลุกขึ้นยืนออกออกจากถังได้ ด้วยความตกใจกลัวจึงส่งเสียงร้องไห้ลั่นบ้าน ตนจึงใช้สบู่เหลว เทลงบนลำตัวและขาทั้งสองข้างของเด็ก เพื่อให้มีความลื่นเหนียว ป้องกันตัวเด็กขีดข่วนกับขอบถังได้รับบาดเจ็บ

เนื่องจากเด็กไม่ใส่เสื้อผ้า พร้อมกับคอยปลอบใจเด็กตลอด ก่อนใช้มือสอดใต้ขาทั้งสองข้างของเด็ก แล้วอุ้มตัวเด็กออกจากถังปั้นแห้งของเครื่องซักผ้าได้สำเร็จ ท่ามกลางความโล่งใจของพ่อ แม่ ญาติๆ รวมทั้งเพื่อนบ้าน ก่อนที่เด็กชายเคราะห์ร้ายจะพูดเป็นออกมาด้วยเสียงสั่นเครือกับพ่อ แม่ ว่า “ผมไม่ทำแล้วครับ“

นายอมร กล่าวอีกว่า ช่วงปิดเทอมนี้ หน่วยกู้ภัยใต้เต็กตึ้ง ขนอม ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเด็กเล็กๆ หลายราย ไม่ว่าจะเป็นวิ่งหกล้มได้รับบาดเจ็บในสวนสาธารณะ ขาติดท่อน้ำ ตกจากที่สูง เพราะเด็กเล็กชอบเล่นซุกซนตามประสาเด็ก จึงอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย จึงอยากฝากพ่อแม่ ผู้ปกครอง ให้เฝ้าดูแลบุตรหลานให้มากขึ้น

เหมือนในไททานิก! น้ำทะลักเข้าท่วมเรือสำราญหรู ผดส.หวั่นซ้ำโศกนาฏกรรม

เรือสำราญที่กำลังลอยลำในทะเลแคริบเบียน มีน้ำจำนวนมากรั่วออกจากเพดานและกำแพงเข้าท่วมพื้นภายในเรือ ผู้โดยสารถ่ายภาพและแชร์ลงบนสื่อโซเชียล จนเกิดการเปรียบเทียบว่าเหตุการณ์นี้มีความคล้ายคลึงกับหนังดังเรื่อง ‘ไททานิก’

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้โดยสารบนเรือสำราญ ‘คาร์นิวัล ดรีม’ ซึ่งเดินทางเดินทางออกจากเมืองนิว ออร์ลีนส์ เมื่อ 29 เม.ย. และมีกำหนดเดินทางกลับถึงบ้านในวันอาทิตย์ที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยในระหว่างที่เดินทางผ่านช่วงทะเลแคริบเบียนตะวันตก ผู้โดยสารต้องแตกตื่นอย่างหนัก หลังจากมีน้ำจำนวนมากรั่วออกมาจากเพดานและกำแพง จนเกิดน้ำท่วมสร้างความเสียหายให้ห้องต่างๆ กว่า 50 ห้อง ผู้โดยสารหลายคนต้องอพยพไปนอนในห้องสปาแทน

ผู้โดยสารบางรายสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ครั้งนี้ไว้ได้ โดยมีผู้โดยสารบางรายโพสต์รูปและข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ เล่าเหตุการณ์น้ำท่วมเรือสำราญ ทั้งนี้ยังได้ยินเสียงข้าวของตกหล่นบนพื้น ทำให้ผู้คนบนเรือเกิดความตื่นตระหนกอย่างมาก

หลังจากเกิดเหตุ คาร์นิวัล ครูส ไลน์ ผู้ให้บริการเรือสำราญลำนี้ เปิดเผยกับสำนักข่าว’ฟ็อกซ์ นิวส์’ ระบุว่า น้ำที่รั่วออกมาเป็นน้ำสะอาดจากระบบดับเพลิง ไม่ใช่น้ำทะเลที่ทะลักเข้ามา โดยเจ้าหน้าที่บนเรือเริ่มการทำความสะอาดน้ำที่เจิ่งนองในทันที พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณผู้โดยสารทุกคนที่เข้าใจสถานการณ์ พร้อมทั้งกล่าวขอโทษต่อความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น

ที่มา www.dailymail.co.uk