สั่งปิดอาคาร ‘ตลาดใหม่ดอนเมือง’ แจ้ง 5 ข้อหา จ่อยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่

สั่งปิดอาคาร ‘ตลาดใหม่ดอนเมือง’ 30 วัน แจ้ง 5 ข้อหา จ่อยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่หลังพบทำผิดสัญญาเช่าหลายข้อ 

สำหรับการเข้าตรวจค้น ตลาดใหม่ดอนเมือง อย่างต่อเนื่อง 5 วัน เพื่อตรวจสอบสินค้าที่ไม่ได้มาตราฐาน หรือ ไม่ผ่าน อย. ซึ่งสินค้าอาหารเสริม เครื่องสำอาง ผิดกฎหมายเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยมีการแจ้ง 5 ข้อกล่าวหา ได้แก่ 1.บุกรุกที่สาธารณะคลองเปรมประชากร เป็นอาคารด้านหลังตลาดทั้งตึก (สน.ดอนเมืองรับแจ้งความคดีที่ 764/2561)

2.ก่อสร้างต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตบริเวณตัวอาคาร โดยต่อเติม 200 กรรม 200 วาระ (สน.ดอนเมือง รับเลขคดีที่ 765/2561) , 3.ก่อสร้างต่อเติมอาคารบริเวณทางเดินอาคาร (คดีเลขที่ 766/2561) , 4.ดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต (คดีเลขที่ 767/2561) , 5.ดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต (คดีเลขที่ 768/2561)

ล่าสุดทางสำนักงานเขตดอนเมืองเตรียมสั่งปิดตลาดชั่วคราวเป็นเวลา 30 วัน โดยเฉพาะในส่วนที่เปิดเป็นตลาดแอร์พอร์ต (ตลาดใหม่ดอนเมือง) ที่ผิดกฎหมาย เพราะซอยห้องเป็นล็อกๆ ทั้งนี้ตลาดต้องปิดจนกว่าจะแก้ไขแปลนแล้วยื่นใหม่ใน 30 วัน แต่หากยื่นแปลนใหม่แล้วไม่ผ่านต้องรื้อถอนทั้งหมด

ขณะที่ นายธีรธร แช่มสนิท ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กรมธนารักษ์ ระบุว่า ขณะนี้พบความผิดที่อาจนำไปสู่การยกเลิกสัญญากับคู่สัญญา แต่ต้องตรวจสอบเป็นรายๆ ไป ทั้งนี้หากมีการยกเลิกสัญญาดังกล่าว อาจจะมีการปล่อยให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยสามารถเข้ามาเช่าที่ได้โดยตรงกับทางกรมธนารักษ์แทนเอกชนคู่สัญญาเก่า

ได้ข้อสรุป ! สั่งห้ามเข้าอยู่บ้านพักตุลาการ-อาคารชุด คืนพื้นที่อุทยาน

ได้ข้อสรุป ! สั่งห้ามเข้าอยู่บ้านพักตุลาการ-อาคารชุด คืนพื้นที่อุทยาน เร่งฟื้นฟูป่าและตั้งคณะกรรมการเพื่อหารือแนวทางการรื้อถอน

การประชุมหารือระหว่าง นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กับ เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เพื่อหาทางออกกรณีการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีขึ้นที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.เชียงใหม่ ในวันนี้ ได้ข้อสรุปเป็นที่พอใจกับกลุ่มคัดค้าน โดยนายสุวพันธุ์ ยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่ให้ใครเข้าไปอยู่อาศัยหรือใช้ประโยชน์ใดในสิ่งปลูกสร้าง

ทั้งบ้านพัก 45 หลัง และ อาคารชุดอีก 9 หลัง และ ให้กรมธนารักษ์เข้าไปรังวัดแบ่งเขตพื้นที่ตามแนวเขตป่าดั้งเดิม แยกโซนที่พักอาศัยด้านบนที่จะต้องมีการฟื้นฟูสภาพป่าทั้งหมด ส่วนด้านล่างให้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้ใช้ประโยชน์ พร้อมกับให้มีการฟื้นฟูสภาพป่าโดยเร็วที่สุด โดยขอเชิญชวนประชาชนชาวเชียงใหม่ร่วมคิกออฟปลูกป่าในพื้นที่ดังกล่าวในวันที่ 27 พ.ค.นี้

ส่วนประเด็นการรื้อถอนและผนวกพื้นที่เข้าไปอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติที่กลุ่มเครือข่ายฯ เรียกร้อง นายสุวพันธุ์ กล่าว รัฐบาลจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาดำเนินการโดยอาจต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องทับซ้อนหลายมิติ ต้องแก้ทีละเปลาะ โดยในช่วงนี้ก็จะให้ผู้รับเหมาดำเนินการก่อสร้างไปตามสัญญาก่อน พร้อม ๆ กับการฟื้นฟูสภาพป่าที่จะทำควบคู่กัน

แนวทางแก้ปัญหาที่รัฐบาลดำเนินการครั้งนี้ นายสุวพันธุ์ บอกว่า สำนักงานศาลยุติธรรมได้มอบให้รัฐบาลเป็นผู้กำหนดมาตรการแก้ปัญหา และ น้อมรับการตัดสินใจของรัฐบาล จึงไม่มีปัญหาหรือผลกระทบใดต่อสำนักงานศาลยุติธรรม ขณะที่ปัยหาที่เกิดขึ้นครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญกับสังคม ภาคประชาชน และ ภาคราชการ ที่ได้เรียนรู้ ต่อไปจะทำอะไรต้องคำนึงถึงผลกระทบในทุกระดับ

ขณะที่ นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ตัวแทนเครือข่ายทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ พอใจกับมาตรการที่มีขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้รัฐบาลได้แก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการตั้งคณะกรรมการดำเนินการจัดการกับสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดและให้ป่าผืนนี้กลับมาเป็นป่าสมบูรณ์ดั้งเดิม พร้อมระบุว่า เครือข่ายยังคงมีภารกิจหลักในการขอคืนพื้นที่ป่าผืนนี้ และจะยังคงติดตามการทำงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิดว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ตามที่ตกลกันไว้ไหรือไม่

ส่วนในครั้งนี้ถือว่าการเคลื่อนไหวคัดค้านประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ซึ่งทางเครือข่ายเตรียมตัดงานฮ้องขวัญดอยสุเทพ เพื่อเรียกขวัญให้กับดอยสุเทพซึ่งเป็นจิตวิญญาณของชาวเชียงใหม่

‘ถังขยะคอกเขียว’ แก้ปัญหาขยะล้นเมืองกรุง ได้จริงหรือไม่..?

หลายคนคงเคยเห็นกับภาพขยะที่ทิ้งอยู่ตามเสาไฟ หน้าปากซอย และการทิ้งขยไม่เป็นที่เป็นทาง หรือแม้แต่กองขยะที่เออล้นเป็นกองใหญ่ ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ จนส่งผลให้เกิดขยะตกค้าง และเป็นที่ทราบกันดีกว่าปีมาณขยะในกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย ติดอันดับต้นๆของประเทศที่มีปริมาณขยะมาก

ซึ่งล่าสุดทางสำนักงานกรุงเทพมหานคร ได้ริเริ่มโครงการ “ทิ้งเป็นที่ เก็บเป็นเวลา” โดยการสร้างจุดทิ้งขยะที่เป็น ‘คอกสี่เหลี่ยมสีเขียว’ วางบนพื้นฟุตปาธ หรือ ทางเดินเท้า เพื่อให้ประชาชนนำขยะมาทิ้ง ซึ่งปัจจุบันเริ่มโครงการในพื้นที่นำร่องของทั้ง 50 เขตแล้ว ที่ให้ทางสำนักงานเขตจัดหาจุดทิ้งและจัดคอกขยะเป็นจุดทดลองก่อน

โดยทีมข่าว MThaiNews ลงพื้นที่สำรวจคอกขยะแบบใหม่บริเวณถนนลาดพร้าว ( MRT ) ช่างทางออกที่ 1 พบว่าประชาชนส่วนใหญ่เก็บขยะใส่ถุงดำมาทิ้งในคอกขยะแต่ไม่ได้มัดปากถุงจึงทำให้มีน้ำไหลทออกมาบนฟุตปาธส่งกลิ่นเหม็น ขณะเดียวกันบริเวณจุดถนนพหลโยธินฝั่งสวนจตุจักรที่ไม่ได้มีคอกขยะแบบใหม่จัดวาง แต่ยังคงเป็นใส่ถุงใสแบบเดิม พบว่ามีขยะล้นถุงกระจัดกระจายรอบๆ ที่มีทั้งเศษอาหาร ถุงพลาสติก แก้วพลาสติก กล่องโฟม ไปจนถึงขยะที่เป็นสารเคมี ปะปนอยู่รวมกัน

ซึ่งทาง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ออกมาเปิดเผยผ่านทางเฟซบุ๊ก ถึงโครงการดังกล่าวโดยระบุว่า โครงการนี้เป็นการให้บริการจัดเก็บขยะแก่ประชาชนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจัดจุดทิ้งขยะกระจายตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาการทิ้งขยะเกลื่อนกลาดเต็มถนน พร้อมมีการระบุเวลาทิ้ง-เวลาเก็บที่ชัดเจน และมีเบอร์โทรศัพท์เจ้าหน้าที่ให้โทรตามได้ทันที หากไม่มีคนมาเก็บขยะตามวันเวลาที่กำหนด

ทั้งนี้ด้วยปริมาณขยะที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่องกรุงเทพมานคร จึงมีมาตรการเกี่ยวกับการจัดการขยะออกมาเป็นระยะ เช่นเดียวกับรูปแบบของถังขยะที่เปลี่ยนไปไม่ซ้ำแบบ คอกเหล็กสีเขียวคือแบบใหม่ล่าสุดในยุคของ พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมืองผู้ว่าฯ กทม. ตามโครงการ ‘ทิ้งเป็นที่ เก็บเป็นเวลา’ โครงการดังกล่าวหวังเป็นจุดทิ้งขยะเพื่อแก้ปัญหาการทิ้งขยะเกลื่อนกลาดเต็มถนน โดยที่คอกทิ้งขยะจะระบุเวลาทิ้งและเวลาเก็บที่ชัดเจน พร้อมเบอร์โทรศัพท์เจ้าหน้าที่ให้สามารถโทรตามได้

อย่างไรก็ตามสถิติล่าสุดเมื่อปี 2559 คนกรุงเทพฯ 1 คน ผลิตขยะเฉลี่ย 1.2 กิโลกรัมต่อวัน หากคำนวณตามจำนวนประชากรประมาณ 10.8 ล้านคน กรุงเทพฯ จะมีขยะเฉลี่ยวันละ 13,055 ตัน ซึ่งกรุงเทพมานครได้เปิดตัวเลขปริมาณขยะในปี 61 ต่อวันราว 17,000 ตัน สูงขึ้นจากปี 60 ประมาณ 2,000 ตัน และคาดการณ์ว่าประชากรในปี 2573 จะมีมากกว่า 12.5 ล้านคน และผลิตขยะเป็น 15,029 ตันต่อวัน

ก็ต้องดูกันต้องไปว่าโครงการ “ทิ้งเป็นที่ เก็บเป็นเวลา” โดยการสร้างจุดทิ้งขยะที่เป็น ‘คอกสี่เหลี่ยมสีเขียว’ที่สำนักงานกรุงเทพมหานคร ริเริ่มขึ้นมานี้จะช่วยแก้ปัญหาขยะล้นเมืองได้จริงหรือไม่ และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือประชาชนต้องร่วมมือกันทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง ร่วมทั้งปลูกจิตสำนึกในการทิ้งขยะให้เป็นระเบียบ เพื่อสังคมที่น่าอยู่ดั่งขวัญที่ว่า “กรุง​เทพฯ ดุจ​เทพสร้าง เมืองศูนย์กลาง​การปกครอง วัด วัง งาม​เรืองรอง เมืองหลวงของประ​เทศ​ไทย”