รมว.สธ. วางพานพุ่มดอกไม้ ถวายสักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข วางพานพุ่มดอกไม้ถวายสักการะ และถวายสดุดีสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 6 พฤษภาคม

วันนี้ (6 พฤษภาคม 2561) เวลา 07.00 น. ณ บริเวณลานพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งผู้แทนหน่วยงาน สมาคม องค์กรต่างๆ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายสักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 6 พฤษภาคม

ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงมีพระกรุณาธิคุณต่อวงการสาธารณสุขเป็นอย่างยิ่ง พระองค์ทรงประกอบพระกรณียกิจด้านการแพทย์ การพยาบาล และการสาธารณสุข เคียงคู่สมเด็จพระราชชนนี สืบสานพระราชปณิธานและโดยพระดำริของพระองค์จนเป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน และทรงมีพระเมตตาต่อทวยราษฎร์ ทรงบำบัดทุกข์ บำรุงสุขด้านอนามัย เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้มีชีวิตอยู่อย่างมีคุณภาพและมีสุขภาพที่ดีอย่างถ้วนหน้า เพื่อเฉลิมพระเกียรติและสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ควรที่พระองค์ท่านจะได้รับการยกย่องและเทิดพระเกียรติไว้ให้เป็นที่ทราบโดยทั่วกัน

ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต จัดสร้างพระอนุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อปี พ.ศ. 2552 ขนาดสองเท่าของพระองค์จริง เป็นประติมากรรมลอยตัว ทรงประทับพระองค์นั่งอยู่บนพระเก้าอี้ ฉลองพระองค์ชุด พอ.สว. พร้อมหมวก ทำด้วยบรอนซ์ทำสีผิวโลหะเป็นสีน้ำตาลอ่อน ด้านหลังพระอนุสาวรีย์ เป็นงานประติมากรรมภาพนูนต่ำผสมนูนสูง ขนาด 3 คูณ 4 เมตร แสดงพระกรณียกิจ และวิถีชีวิตโดยรวม และตัวหนังสือแสดงพระประวัติโดยย่อ ประดิษฐานบริเวณลานอเนกประสงค์ อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

และเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2559 ได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระกรณียกิจที่ทรงอุทิศพระองค์ให้การแพทย์และการสาธารณสุขและน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระเกียรติคุณ รวมทั้งให้บุคลากรสาธารณสุข มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจและจิตสำนึกในการน้อมนำความคิดและจริยวัตรที่งดงาม พร้อมทั้งคุณานุประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ มาเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติงานและการดำเนินชีวิต

โฆษกศาล เเจง หลังถูกวิจารณ์เปรียบเทียบการให้ประกัน ลูกเลี้ยงกรณ์-ยู่ยี่

โฆษกศาล เเจง หลังถูกโซเชียลวิจารณ์เปรียบเทียบการให้ประกัน ‘ติ๊งค์’ ลูกเลี้ยงกรณ์ กับ ยู่ยี่ คดีครอบครองโคเคน ยัน ใช้มาตรฐานเดียวกัน

นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มบุคคลโพสต์แชร์ข้อความและภาพโจมตีศาล กรณีที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ อนุญาตให้ประกัน นายพันธิตร หรือ ติ๊งค์ มหาเปารยะ อายุ 26 ปี บุตรชายของ นางวรกร จาติกวณิช ภรรยาของ นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง และ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คดีครอบครองโคเคน ปริมาณ 0.92 กรัม โดยตีราคาประกัน 10,000 บาท นั้น

นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม

ต่อมากลุ่มโซเชียลได้เผยเเพร่ข้อความเปรียบเทียบกับกรณีของ นางชัชชญา เกวสต้า รามอส หรือยู่ยี่ อลิสา อินทุสมิต อายุ 44 ปี อดีตนางแบบชื่อดัง ที่ถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จับกุมที่สนามบินดอนเมืองเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2555 ฐานครอบครองโคเคนปริมาณ 251 มิลลิกรัม ซึ่งน้อยว่า นายพันธิตร ที่มีถึง 920 มิลลิกรัม แต่ยู่ยี่กลับถูกจำคุกถึง 15 ปี และปรับถึง 1.5 ล้านบาท

โดย นายสุริยัณห์ กล่าวว่า สำหรับคดีครอบครองโคเคนของ ยู่ยี่ ในชั้นฝากขังเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2555 ศาลอาญาก็ได้มีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราว ยู่ยี่ ในวงเงิน 10,000 บาท เช่นเดียวกับนายพันธิตร แต่ต่อมาพนักงานอัยการฟ้อง ยู่ยี่ ในข้อหานำยาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตเพิ่มอีกหนึ่งข้อหา

ซึ่งมีอัตราโทษสูงกว่าข้อหามียาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ไว้ในครอบครองเพียงข้อหาเดียว โดยศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก ยู่ยี่ 15 ปี ปรับ 1.5 ล้านบาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ศาลฎีกามีคำสั่งไม่รับฎีกาให้ยกคำร้อง ดังนั้นยู่ยี่จึงต้องโทษตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ จำคุก 15 ปี

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาปล่อยชั่วคราวนั้น หากยังอยู่ในชั้นสอบสวน ศาลจะพิจารณาข้อหาตามที่เจ้าพนักงานสอบสวนกล่าวหาเป็นหลัก ประกอบคำคัดค้านของพนักงานสอบสวน และพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวตามหลักเกณฑ์ในกฎหมาย

ชาวสเปนขอขมาพระธาตุลำปางหลวง เผยเรื่องเหลือเชื่อ เครื่องร่อนสตาร์ทยังไงก็ไม่ติด

นักท่องเที่ยวชาวสเปนขอขมาพระธาตุลำปางหลวง หลังนำเครื่องร่อนพารามอเตอร์ขึ้นบินวนรอบฉัตรองค์พระธาตุลำปางหลวง เผยเรื่องเหลือเชื่อ เครื่องร่อนสตาร์ทยังไงก็ไม่ติด

จากกรณีที่มีนักท่องเที่ยวชาวสเปนได้นำเครื่องร่อนพารามอเตอร์ขึ้นบินวนรอบฉัตรองค์พระธาตุลำปางหลวง อ.เกาะคา จ.ลำปาง อยู่หลายรอบ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 4 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยเป็นพระธาตุเก่าแก่ อายุกว่า 1,300 ปี ตั้งอยู่ภายในวัดพระธาตุลำปางหลวง อ.เกาะคา โดยนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวได้ทำการบินใกล้กับยอดฉัตรขององค์พระธาตุลำปางหลวงมากจนเกิดไป

จนทำให้ชาวบ้านออกมาตะโกนตำหนิ และโบกมือให้ลงมา เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ที่มาบินเหนือวัดเก่าแก่ ที่เป็นที่เคารพ และสักการะของประชาชน รวมถึงเกรงจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น หากร่มบินของเครื่องพารามอเตอร์ไปเกี่ยวกับยอดฉัตรขององค์พระธาตุลำปางหลวง เพราะบางครั้งบินห่างแค่ 10 เมตร เท่านั้น ก่อนที่นักท่องเที่ยวคนดังกล่าวจะลงมา และกลับไปในทันที

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ (5 พ.ค.61) เวลา 16.00 น. ส.ต.นพดล เครือนพรัตน์ อดีตประธานชมรมร่มบินลำปาง ที่ได้รับการประสานจากประธานชมรมร่มบินเชียงใหม่ ได้นำ นายวิคเตอร์ รอค ดิเกชซ อายุ 33 ปี พร้อมเพื่อนชาวสเปน ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศสเปน ซึ่งเป็นผู้ที่เดินทางมายังวัดพระธาตุลำปางหลวง และนำเครื่องพารามอเตอร์ขึ้นบินดังกล่าว มาทำการขอขมาต่อองค์พระธาตุลำปางหลวง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์

โดยนักท่องเที่ยวทั้งสองคน ได้นำดอกไม้ และธูปเทียนมาขอขมาด้วย ก่อนที่ นายสมจิตร ทิพย์แก้ว อายุ 56ปี อาจารย์ล้านนาประจำหมู่บ้านลำปางหลวง จะเป็นผู้นำทั้งสองคนขอขมา ซึ่งทั้งสองคนก็ทำอย่างตั้งใจ ด้วยการพนมมือ ก่อนที่จะกราบลงกับพื้น เพื่อเป็นการขอขมา ก่อนที่จะไปเดินรอบองค์พระธาตุลำปางหลวง 3 รอบ เพื่อเป็นการขอขมา และถวายเป็นพุทธบูชา

นายวิคเตอร์ รอค ดิเกชซ ซึ่งเป็นผู้ทำการขึ้นบิน กล่าวว่า ตนเองขอโทษ ด้วยความจริงใจ ซึ่งตนเองทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจ เสียใจมากต่อการกระทำในครั้งนี้ เพื่อทราบว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม จนเป็นข่าวโด่งดังออกไป จึงรู้สึกเสียใจ และมีความตั้งใจที่จะกลับมาขอโทษ และขอขมาต่อสิ่งที่ได้ล่วงเกิน และกระทำไปต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และอยากจะบอกว่า หลังจากที่กลับออกไปจาก จ.ลำปาง เมื่อวานนี้ ก็จะไปขึ้นบินที่ จ.เชียงใหม่ แต่ปรากฏว่า เจอเรื่องที่แปลก คือ เครื่องพารามอเตอร์ที่ใช้บินนั้นสตาร์ทไม่ติด เช้าวันนี้ก็มาสตาร์ทอีกก็ไม่ติด จึงได้ตั้งใจที่จะมายัง จ.ลำปาง อีกครั้งในวันนี้

เพื่อขอขมาในสิ่งที่กระทำ และล่วงเกินไป ทั้งนี้ อยากจะบอกว่าตนเองมีใจรักในการบินพาดโพน จึงอยากขอขมา และขอให้สตาร์ทติด ขอให้ใช้เครื่องร่อนโดยปลอดภัย ตนเองรักประเทศไทย และชอบแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งตนเองมีความตั้งใจที่จะนำภาพ และเรื่องราวการท่องเที่ยวกลับไปเผยแพร่ในประเทศสเปน ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย