สาวโรงงานผันตัวพลิกผืนดินสืบสานเกษตรทฤษฎีใหม่ตามรอย ‘ในหลวงร.9’

เกษตรกรอำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม หันหลังให้ชีวิตสาวโรงงาน กลับบ้านเกิดพลิกฟื้นผืนดิน 6 ไร่ กลายเป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ ตามรอยพ่อหลวง รัชกาลที่ 9

นางสาวเสาวภา หมื่นแก้ว เจ้าของไร่เขยหล่าหมื่นแก้ว เปิดเผยว่า เคยใช้ชีวิตเป็นสาวโรงงาน ที่ต้องทำงานดึกและเสี่ยงกับสารเคมี จึงกลับบ้านเกิดและใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติในสวน จากมรดกตกทอดเพียง 6 ไร่เศษ โดยทำการเกษตรปลูกพืชหลากหลาย ยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ลองผิดลองถูกในช่วงแรก จึงได้อาศัยการศึกษาเรียนรู้จากผู้ที่ทำเกษตรประสบผลสำเร็จ ด้วยการไปขอซื้อพันธุ์ไม้ พร้อมขอคำแนะนำในการปลูกและการดูแลรักษาต้นไม้ เพื่อให้รอดและให้ผลผลิต

ทั้งนี้ จากการศึกษาเรียนรู้ พบว่าปลูกกล้วยไว้ในแปลงจะช่วยปรับปรุงบำรุงดินและช่วยให้พืชอื่นๆ เจริญเติบโตได้ดี ทำให้เกิดแรงบันดาลใจจากการปลูกกล้วยเพียงหน่อเดียว แต่ทำให้มีรายได้เกือบ 20,000 บาท จึงได้รวบรวมกล้วยในแปลงไว้หลากหลายสายพันธุ์ พร้อมทั้งปลูกพืชไม้ผล ไม้ยืนต้นอีกหลายชนิด ทำให้สวนเกิดความร่มรื่น ส่วนน้ำที่ใช้แม้จะมีปัญหาเรื่องน้ำใต้ดินที่นำมาใช้เป็นน้ำกระด้าง ก็ได้แก้ปัญหาโดยสูบน้ำมาพักในถังพักน้ำก่อนที่จะปล่อยเข้าไปในแปลง

โดย 1-2 ปีแรก รายได้ยังไม่มาก แต่พอปีที่ 3 เริ่มมีรายได้วันละ 300 บาท จนถึงปัจจุบันมีรายได้วันละ 1,000-1,500 บาท จึงมีการรวมกลุ่มกับสมาชิก ส่งขายทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

นครปฐม เปิดประมูลทะเบียนเลขสวยใช้ภาพ ‘องค์พระปฐมเจดีย์’ เป็นพื้นหลัง

จ.นครปฐม จัดงานประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย ครั้งที่ 8 ในหมวดอักษร “กม” (กิจการงานดี มั่งมีศรีสุข) สมทบเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนน

วันนี้ 5 พฤษภาคม 2561 นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นประธานเปิดงานประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย จังหวัดนครปฐม ครั้งที่ 8 ณ ห้องประชุม โรงแรมริเวอร์ อำเภอเมือง ซึ่งมีนายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนร่วมงานในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

นายพงศ์ธนา แววรัตน์ ขนส่งจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า การจัดประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยในครั้งนี้ เพื่อนำหมายเลขซึ่งเป็นที่ต้องการและเป็นที่นิยมของประชาชน ในประเภทรถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน จำนวน 301 หมายเลข ในหมวดอักษร “กม” (กิจการงานดี มั่งมีศรีสุข) โดยนำเอกลักษณ์ที่สำคัญของจังหวัดนครปฐม ได้แก่ องค์พระปฐมเจดีย์ พระราชวังสนามจันทร์ ส้มโอ ข้าวหลาม และสาวงาม มาออกแบบเป็นภาพกราฟฟิกลงบนแผ่นป้ายทะเบียน พร้อมเข้าประกอบพิธีอธิษฐานจิต โดยหลวงปู่แผ้ว ปวโร วัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) อำเภอกำแพงแสน เพื่อความเป็นสิริมงคล ทำการออกประมูลเป็นการทั่วไปอย่างเสมอภาค เท่าเทียมกัน ด้วยความโปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อนำเงินรายได้เข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนน หรือ กปถ.

สำหรับการประมูลที่ผ่านมาทั้ง 7 ครั้ง มียอดเงินรายได้ รวมทั้งสิ้น 158,117,220 บาท ซึ่งที่ผ่านมา จังหวัดนครปฐมได้รับการจัดสรรงบประมาณจาก กปถ. อาทิ โครงการจัดซื้อเครื่องมือตรวจจับความเร็ว เครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ โครงการปลูกฝังเด็กไทยใส่ใจวินัยจราจร โครงการมั่นใจทั่วไทยรถใช้ GPS และโครงการจนส่งห่วงใยใส่ใจผู้ประสบภัยจากรถ โดยมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการที่ได้รับอุบติเหตุจากการใช้รถ ใช้ถนน เป็นประจำทุกปี

โดยการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยในครั้งนี้ ในเบื้องต้นมีผู้ชนะการประมูลหมายเลขทะเบียน กม 9999 นครปฐม ด้วยราคาปิดประมูลที่ 1,000,000 บาท คือ นายเดโช ออมสินทวีโชค เจ้าของธุรกิจส่งออกสินค้า โดยอธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้ร่วมมอบป้ายทะเบียนและพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เพื่อความเป็นสิริมงคล

นอกจากนี้ ยังมีผู้ชนะการประมูลหมายเลขทะเบียนยอดนิยม ได้แก่ กม 8888 ด้วยราคาปิดประมูลที่ 780,000 บาท , กม 7777 ปิดประมูลที่ 420,000 บาท , กม 6666 ปิดประมูลที่ 350,000 บาท , กม 5555 ปิดประมูลที่ 450,000 บาท , กม 4444 ปิดประมูลที่ 340,000 บาท , กม 3333 ปิดประมูลที่ 350,000 บาท , กม 2222 ปิดประมูลที่ 300,000 บาท และ กม 1111 ปิดประมูลที่ 550,000 บาท เป็นต้น

ช่างกล้าพูด ! แก๊งพระตั้งวงก๊งเหล้าขาวอ้างแก้เมื่อย

ตำรวจเมืองชัยนาทจับแก๊งพระสงฆ์ตังวงดื่มเหล้าขาวอ้างเพราะต้องการแก้เมื่อยจากการเดินทาง เพราะเดินธุดงไปถึง จ.ภูเก็ต

วันที่ 5 พ.ค.2561 เวลา 18:30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองชัยนาท เข้าตรวจสอบพระ3รูปที่บริเวณกระท่อมในป่าริมทาง พื้นที่หมู่13 ต.เสือโฮก อ.เมืองชัยนาท หลังรับแจ้งจากเจ้าของร้านขายของชำในพื้นที่ว่า มีพระมาขอซื้อเหล้าขาวไปดื่ม

ซึ่งจากการตรวจสอบพบพระสงฆ์จำนวน3รูป ทั้งหมดนั่งตั้งวงคุยกันอยู่ในกระท่อมพร้อมเหล้าขาวที่เพิ่งซื้อมาจำนวน2ขวด เมื่อขอตรวจสอบหนังสือสุทธิ หรือบัตรประจำตัวพระสงฆ์ ก็พบว่าทั้ง3รูปมีหนังสือสุทธิถูกต้องทั้ง 3 รูป ระบุเป็นพระลูกวัดแห่งหนึ่งใน จ.เลย พร้อมรับสารภาพว่าดื่มเหล้าขาวจริง เพราะต้องการแก้เมื่อยจากการเดินทาง เพราะเดินธุดงไปถึง จ.ภูเก็ต และกำลังเดินทางกลับไป จ.เลย แต่เมื่อวานที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักจึงแวะพัก และดื่มเหล้าขาวที่ซื้อใส่ย่ามไว้ และในวันนี้จึงออกไปซื้อมาเพิ่มอีก2ขวดจนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ โดย1ในรูป บอกว่าดื่มเหล้าขาวเพื่อแก้เมื่อยไม่น่าจะผิดอะไรมากมาย

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จึงนิมนต์ทั้ง 3 รูปไปพบกับเจ้าคณะอำเภอเมืองชัยนาท ซึ่งได้สั่งให้ลาสิกขาบททันที ก่อนที่จะส่งตัวทั้ง3คนในชุดฆารวาสขึ้นรถเมล์เพื่อให้เดินทางออกนอกพื้นที่ต่อไป