สรรพากรเตือนอย่าหลงเชื่อ ! ผู้แอบอ้างขอข้อมูลส่วนตัวผู้เสียภาษีผ่านออนไลน์

กรมสรรพากรขอชี้แจงเรื่องการขอเอกสารประกอบการพิจารณาคืนภาษี เตือนอย่าหลงเชื่อ จดหมายขอให้ส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยเพื่อการพิจารณาคืนภาษี ย้ำกรมสรรพากร ไม่มีนโยบายการขอสำเนาบัตรประชาชนจากผู้เสียภาษี

วันที่4 พ.ค. 2561 กรมสรรพากรชี้แจงเรื่องการขอเอกสารประกอบการพิจารณาคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2560 หลังจากมีผู้เสียภาษีบางรายได้รับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เรื่องการขอเอกสารประกอบการพิจารณาคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2560 เพิ่มเติม โดยขอให้ผู้เสียภาษีส่งหลักฐานประกอบการพิจารณาคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน โดยให้นำส่งเอกสารผ่านทาง www.e-revenue.go.th พร้อมกรอกข้อมูลหมายเลขบัตรประชาชน และเบอร์โทรศัพท์

กรมสรรพากรขอเรียนว่า ในกรณีการขอหลักฐานประกอบการพิจารณาคืนภาษี กรมสรรพากร
ไม่มีนโยบายการขอส าเนาบัตรประชาชนจากผู้เสียภาษี และหากมีการขอหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาคืนภาษี
กรมสรรพากรกำหนดให้ผู้เสียภาษีน าส่งเอกสารหลักฐานผ่าน 4 ช่องทาง ดังนี้

1. ทางโทรสาร ตามหมายเลขที่ได้รับแจ้ง
2. ทางไปรษณีย์
3. ด้วยตนเอง
4. เว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th ด้วยรหัสผู้ใช้และรหัสผ่านเดียวกับการยื่นแบบฯผ่านอินเทอร์เน็ต

ทั้งนี้ยังได้มีการชี้แจงด้วยว่า หากผู้เสียภาษีได้รับจดหมายขอให้ส่งหลักฐานประกอบการพิจารณาคืนภาษีในลักษณะดังกล่าวโปรดอย่าหลงเชื่อ สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยขอให้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทร. 1161 สำนักงานสรรพากรพื้นที่ หรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ทุกแห่งทั่วประเทศ ในวันและเวลาราชการ

ถึงบางอ้อ ! ปิคอัพชนแล้วหนี ตร.ตามทัน คนขับทิ้งรถเผ่น ค้นรถพบกัญชา 300 โล

คนขับรถปิคอัพชนแล้วหนี คู่กรณีแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจนตามทัน พบคนขับทิ้งรถหนีลงป่า ก่อนเปิดท้ายค้นรถ พบกัญชา 300 กิโลกรัม

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 ด.ต.เปรมวิศุทธิ์ พัฒนอติพงษ์ ผบ.หมู่ส.ทล.2 กก.8 คูบางหลวง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถกระบะถูกคู่กรณีเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี สามารถไล่ติดตามเรียกให้หยุดรถทัน ที่เกิดเหตุถนนทางหลวงหมายเลข9 บางบัวทอง-บางปะอิน มุ่งหน้าบางบัวทอง กม.ที่56 ต.บางเดื่อ อ.เมืองปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงนำรถวิทยุรถไปที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุริมทางพบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุสีเขียวทะเบียน ยห-4856กทม.ถูกชนที่ด้านท้ายและแทบข้างฝั่งขวาจนได้รับความเสียหายพังยับเยิน ด้านหลังรถพบรถยนต์กระบะยี่ห้อเชฟโลเลตสีบรอนด์ด้านหลังมีหลังคาไฟเบอร์ทะเบียน1ฒฬ-9754กทม.จอดอยู่สภาพด้านหน้ารถพังยับเยินจอดอยู่โดยผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้หลบหนีไปภายในป่าหญ้าท่าทางต้องสงสัยมีพิรุธเจ้าหน้าที่จึงเปิดฝาหลังคาแครี่บอยภายในพบถุงปุ๋ยสีขาววางอยู่หลายใบ รวมทั้งในห้องโดยสาร จึงแกะดูพบกัญชาอัดแท่งจำนวนมาก จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและคุมเชิงในจุดเกิดเหตุ

นายเอ(นามสมมุติ)อายุ56ปี เปิดเผยว่า ตนเองขับรถมาจากจ.นครราชสีมา มุ่งหน้าไป จ.นนทบุรี ขณะที่รถวิ่งอยู่ในเส้นทางก่อนถึงที่เกิดเหตุประมาณ500เมตร รถยนต์คู่กรณีได้ขับด้วยความเร็วชนเข้าที่ฝั่งขวาของตนเองแล้วเร่งเครื่องหลบหนี ตนเองจึงโทรสัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับกระทั่งสามารถขับรถปาดหน้ารถคนร้ายให้จอดริมทางได้ โดยพบว่าคู่กรณีเป็นชายอายุประมาณ30ปี ลงมาเจรจาด้วย

โดยภายในรถมีหญิงอายุประมาณ 30 ปีและเด็กหญิงอายุประมาณ 1 ขวบ โดยสารมาด้วย มาเจรจากับตนเองว่าจะยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แต่ห้ามแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเด็ดขาด จยเองจึงตอบไปว่าไม่แจ้งไม่ได้ เพราะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ประกันภัยก่อนทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงมาจวนถึงตัวชายดังกล่าวพร้อมหญิงและเด็กที่วิ่งมาภายในรถต่างเปิดประตูรถวิ่งหลบหนีไปภายในป่าหญ้าหายตัวไป เจ้าหน้าที่จึงเปิดรถตรวจสอบจึงพบยาเสพติด

กระทั่งเวลาต่อมาพ.ต.อ พิษณุ อุณหเสรี รอง ผบก.ทล. พ.ต.อ.ชาคริต มงคลศรี ผกก.กก.8 บก.ทล. พ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี พ.ต.ท.วิศิษฏ์ มะอักษร รอง ผกก.สส.สภ.เมืองปทุมธานี พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผกก.กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมยกรถไปที่ ป้อมตำรวจทางหลวงคูบางหลวงเพื่อทำการตรวจนับพบกัญชาอัดแท่งพบมีจำนวนมากถึง 300 กิโลกรัมมูลค่ากว่า10ล้าน บาทซึ่งจะได้ทำการติดตามจับกุมผู้ที่กระทำผิดกฏหมายมาดำเนินคดีทางกฏหมายต่อไป

สธ.ให้ สสจ.เร่งให้ความรู้ การฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าในคน

กระทรวงสาธารณสุข ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เร่งให้ความรู้เรื่องการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในคน ลดความวิตกกังวลประชาชน ชี้การฉีดวัคซีนป้องกันล่วงหน้าจำเป็นเฉพาะกลุ่มเสี่ยง และหากถูกสัตว์กัดก็ต้องฉีดซ้ำ ย้ำมีวัคซีนเพียงพอ

วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทุบรี นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมวิดีโอทางไกลนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ กรณีวัคซีนพิษสุนัขบ้าในคน ว่า ในช่วงที่ผ่านมามีข่าวการระบาดของพิษสุนัขบ้าในสัตว์ ทำให้ประชาชนมีความวิตกกังวล มาขอรับการฉีดวัคซีนเพิ่มมากกว่าปกติ 1.6 เท่าในช่วงเดือนมกราคม–มีนาคม 2561 และลดลงในเดือนเมษายน 2561 รวมทั้งต้องการฉีดวัคซีนป้องกันล่วงหน้า ทำให้มีข่าวการขาดแคลนวัคซีนในคนตามมา จึงขอให้ทุกจังหวัด เร่งทำความเข้าใจกับประชาชนว่าการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าล่วงหน้าในกลุ่มคนทั่วไปไม่มีความจำเป็น เพราะหากถูกสัตว์กัดก็ต้องฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าอีก ซึ่งการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าในคนขอให้เป็นไปตามแนวเวชปฏิบัติ คือจะฉีดวัคซีนเมื่อถูกสัตว์ที่สงสัยว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัด และจะฉีดวัคซีนป้องกันล่วงหน้าในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น สัตวแพทย์ ผู้ที่ต้องคลุกคลีกับสัตว์ ฟาร์มสัตว์เลี้ยงเช่น สุนัข แมว เป็นต้น

นายแพทย์โอภาสกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ดี ขอให้ประชาชนอย่าวิตกกังวล ภาพรวมของประเทศไทยมีวัคซีนอย่างเพียงพอ กระทรวงสาธารณสุขได้ประสานให้ผู้ผลิตการนำเข้าวัคซีนเพิ่มจากเดิมปีละ 3 ล้านโด๊ส เป็น 4.5 ล้านโด๊ส และยังได้สำรองวัคซีนสำหรับกรณีฉุกเฉินไว้ที่ส่วนกลางที่กรมควบคุมโรค 100,000 โด๊ส และองค์การเภสัชกรรมสำรองไว้อีก 30,000 โด๊ส ส่วนการจัดหาวัคซีนในสถานบริการสาธารณสุขนั้นโรงพยาบาลสามารถดำเนินการจัดซื้อเอง ขณะเดียวกันกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจะได้ทำการปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อหาแนวทางมาบริหารจัดการวัคซีนที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งองค์การอนามัยโลกมีผู้ผลิตวัคซีนที่ได้มาตรฐานในหลายประเทศและเพียงพอต่อความต้องการ โดยทั่วโลกไม่มีความต้องการฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าในคนเพิ่มขึ้น ทำให้แหล่งผลิตมีเพียงพอ ซึ่งระบบการบริหารจัดการในภาพรวม คือในเขตสุขภาพที่ไม่มีการระบาดของสัตว์ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้ดูแล ส่วนเขตสุขภาพที่มีการระบาดของสัตว์ ให้เขตสุขภาพเป็นผู้ดูแลบริหารจัดการกระจายวัคซีนให้เพียงพอ

ทั้งนี้การระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ไม่ได้ระบาดทั่วประเทศไทย พบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเขต 7,9,10 และภาคใต้เขต 12 ส่วนเขตอื่นพบการระบาดน้อยมากจนถึงไม่มีการระบาดในสัตว์ ทำให้การฉีดวัคซีนในคนน้อย 2 ปีที่ผ่านมาจังหวัดชลบุรี ระยอง ที่อยู่ในเขตสุขภาพที่ 6 พบผู้ป่วยโรคพิษสุนัขบ้าปีละเกือบ 10 ราย แต่ในปีนี้ไม่พบผู้ป่วยโรคพิษสุนัขบ้า เนื่องจากมีมาตรการเชิงรุกให้ความรู้ประชาชนให้มารับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าหลังจากถูกสุนัข แมว กัดหรือข่วน และให้เจ้าหน้าที่ติดตามผู้ป่วยหากผู้ป่วยให้รับวัคซีนกระตุ้นจนครบ ซึ่งในปีนี้มีการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นจากทุกปีแต่วัคซีนในแต่ละสถานพยาบาลไม่ขาดเพราะมีการบริการจัดการวัคซีนที่ดี มีการตรวจสอบวัคซีนทุกสัปดาห์

“ทั้งนี้ได้ให้สถานพยาบาลทุกแห่งตรวจสอบวัคซีนทุกสัปดาห์ สถานพยาบาลใดที่มีปัญหาขาดวัคซีน ให้ประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือแจ้งมายังกองสาธารณสุขฉุกเฉิน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค เพื่อให้การสนับสนุนต่อไป หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422” นายแพทย์โอภาสกล่าว